กินเจ กินเจอย่างไรให้ได้สารอาหารครบถ้วน ประโยชน์ของการกินผัก ผลไม้ ผลไม้ ผัก ผัก ผลไม้ สารอาหาร

กินเจนี้ได้ประโยชน์ชัวร์! ถ้าคุณทานผัก ผลไม้ 5 สี แบบนี้

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / กินเจนี้ได้ประโยชน์ชัวร์! ถ้าคุณทานผัก ผลไม้ 5 สี แบบนี้

เข้าสู่เทศกาลการ กินเจ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเทศกาลนี้จะเป็นเทศกาลที่ละเว้นการทานเนื้อสัตว์ หันมาทานผักและผลไม้แทน วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับดีๆ มาบอกกันว่า ต้องทานผัก ผลไม้อย่างไร ถึงจะทำให้ผู้ที่กินเจ ได้รับใยอาหารและวิตามินได้อย่างครบถ้วนจากผักทั้ง 5 สี

คุณค่าของผักผลไม้ 5 สี

ผักและผลไม้อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ มีแร่ธาตุและวิตามินมากมาย แถมยังจัดว่าเป็นอาหารที่มีไฟโตนิวเทรียนท์สูง หรือ สารพฤกษาเคมี หมายถึง สารอาหารที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ต้องได้รับจากพืชเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อม กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และช่วยป้องกันการติดเชื้อและการเกิดโรคต่างๆ

กินเจ

1. สีเขียว ให้สารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์ถูกทำลาย ขจัดฮอร์โมน ช่วยในการต่อต้านโรคมะเร็ง ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ยับยั้งการเกิดริ้วรอย นอกจากนี้การกินผักใบเขียวเป็นประจำจะช่วยให้ระบบการขับถ่ายดีด้วย

ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีเขียว เช่น ผักบุ้ง ผักโขม ผักปวยเล้ง ผักกาดหอม ผักคะน้า แตงกวา ตำลึง แอปเปิ้ลเขียว ฝรั่ง เป็นต้น

2. สีเหลือง/ส้ม ให้สารลูทีน (Lutein) เบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) มีประโยชน์ในการช่วยรักษาสุขภาพของหัวใจ หลอดเลือด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำรุงสายตา

ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีเหลือง/ส้ม เช่น แครอต ฟักทอง มันเทศ ส้ม มะละกอ เสาวรส มะนาว สับปะรด ขนุน และข้าวโพด เป็นต้น

3. สีม่วง/น้ำเงิน ให้สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมอง ยับยั้งเชื้อที่จะทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ

ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีม่วง/น้ำเงิน เช่น มันเทศสีม่วง หอมแดง กะหล่ำสีม่วง มะเขือม่วง ดอกอัญชัน ผลไม้ตะกูลเบอร์รี่ เป็นต้น

กินเจ

4. สีขาว/น้ำตาลอ่อน ให้สารแซนโทน (Xanthone) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ช่วยลดอาการอักเสบ รักษาระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ยังมีกรดไซแนปติก (Synaptic acid) และ อัลลิซิน (Allicin) โดยสารเหล่านี้มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตและโรคหลอดเลือดหัวใจ

ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีขาว/น้ำตาล เช่น ขิง ข่า กระเทียม กุยช่าย ขึ้นช่าย เห็ด ลูกเดือย หัวไชเท้า ดอกกะหล่ำ ถั่วงอก กล้วย สาลี่ พุทรา ลิ้นจี่ ละมุด แห้ว เป็นต้น

5. สีแดง มีสารไลโคปีน (Lycopene) และ เบตาไซซีน (Betacycin) มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินอีถึง 100 เท่า และมากกว่ากลูตาไธโอนถึง 125 เท่า สารไลโคปีนช่วยป้องกันการเกิดดมะเร็งตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

ผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีแดง เช่น มะเขือเทศ บีทรูท แตงโม กระเจี๊ยบแดง หอมแดง พริกหวาน เป็นต้น

เราอยู่ในยุคที่อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หลายคนหันมาทานอาหารจานด่วนกันมากขึ้น ซึ่งอาหารเหล่าเนี่ยจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ และทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง (NCDs) เพราะฉะนั้นลองหันมาทานผัก ผลไม้ให้มากขึ้นดูสิ อย่างน้อยสักวัน 400 กรัมก็ได้ นอกจากร่างกายจะได้ประโยชน์จากใยอาหารแล้ว สุขภาพของคุณก็จะแข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ ได้อย่างมากขึ้นเลยทีเดียว

ที่มา : พัชรี บอนคำ team content  www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา