ไขข้อสงสัย กินยามากๆ ทำให้ ตับ อักเสบได้จริงหรือ?

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ไขข้อสงสัย กินยามากๆ ทำให้ ตับ อักเสบได้จริงหรือ?

ตับ เป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่สำคัญที่เราเองก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะมันจะคอยทำหน้าที่สร้างอาหารและล้างพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย แล้วเคยได้ยินที่หลายๆ คนพูดไหมว่า การทานยาเข้าไปมากๆ โดยเฉพาะพาราเซตามอล จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคตับอักเสบได้ วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันค่ะ

ตับเป็นอวัยวะสีน้ำตาลแดงเหมือนคอนโดมิเนียมแปดหลัง เรียงตัวกันเป็นรูปสามเหลี่ยมมีน้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม หรือประมาณ 10 % ของน้ำหนักตัว แบ่งง่ายๆ คือตับซีกซ้าย ตับซีกขวา โดยตับซีกขวาครอบคลุมพื้นที่แระมาณ 80% ของตับทั้งหมด ตับวางตัวอยู่ในช่องอกด้านขวาโดยมีกระดูกซี่โครงเป็นกำแพงปกป้องตับ  ซึ่งตับเป็นอวัยวะที่มีค่าไม่น้อยกว่าหัวใจหรือสมอง ตับทำหน้าที่สร้างสารอาหาร (โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต) สร้างน้ำดี สร้างภูมิต้านทาน นอกเหนือจากนั้นตับยังมีหน้าที่ทำลายพิษทั้งหลายที่เข้าสู่ร่างกาย เช่น ยา สารเคมี แอลกอฮอล์ ดังนั้นภาวะใดๆ ก็ตามที่ทำให้ตับอักเสบก็ย่อมทำให้หน้าที่ดังกล่าวเบื้องต้นบกพร่องหรือทำไม่ได้

ตับ

ตับอักเสบ หมายถึง โรคที่เกิดจากเซลล์ของตับมีอาการอักเสบหรือบาดเจ็บ หรือถูกทำลายจนส่งผลให้การทำงานของตับผิดปกติ ซึ่งเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ สำหรับในประเทศไทยที่พบบ่อย คือ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบการดื่มแอลกอฮอล์ ยาและสารพิษ อาหารเสริม สมุนไพร

ยาในท้องตลาดไม่ตำกว่า 1,000 ชนิด สามารถทำให้ตับอักเสบได้ ในต่างประเทศนั้น มากกว่าครึ่งตับวายเฉียบพลันเกิดจากยา และสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพาราเซตามอล

สาเหตุของตับอักเสบจากยาที่พบบ่อย

  • ยาปฏิชีวนะ ยารักษาวัณโรค ยาต้านเชื้อรา
  • ยาบรรเทาอาการ เช่น พาราเซตามอล
  • สมุนไพร
  • อาหารเสริม และไวตามิน

ผลเสียที่เกิดจากตับอักเสบ

  • ตับอักเสบเฉียบพลัน
  • ตับวาย
  • ตับอักเสบเรื้อรัง
  • ตับแข็ง

จากรายงานในต่างประเทศพบว่าผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคตับอักเสบจากยาจนต้องนอนโรงพยาบาลมีประมาณ 0.1-3% และมีคนตายจากยาเนื่องจากตับวายเฉียบพลันประมาณ 10%2

ที่มา : www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา