การเลือกรับประทานอาหาร ความดันโลหิตสูง ภาวะน้ำหนักตัวเกิน อ้วน เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง ไขมันในเลือดสูง

ป่วยเป็น โรคหลอดเลือดในสมอง ต้องเลือกทานอาหารอย่างไรดีนะ?

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ป่วยเป็น โรคหลอดเลือดในสมอง ต้องเลือกทานอาหารอย่างไรดีนะ?

ไม่ว่าคุณจะป่วยเป็นโรคอะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องดูแลมากเป็นพิเศษก็คือ เรื่องอาหารการกิน โดยเฉพาะเมื่อคุณป่วยเป็น โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำได้หากขาดการป้องกันและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค ซึ่งการรับประทานอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยควบคุมปัจจัยต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคซ้ำได้

อาหารสำหรับผู้ป้วยโรคหลอดเลือดสมอง

– การรักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม

โรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกิน จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง จากตารางเทียบดัชนีมวลกายข้างต้น เป็นตัวชี้วัดว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ หากมีน้ำหนักตัวเกินหรือภาวะอ้วน ควรจำกัดการบริโภคอาหาร โดยหลีกเลี่ยงอาหารในกลุ่มที่ให้พลังงานสูง เช่น  อาหารที่มีแป้งและน้ำตาล  หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด อาหารไขมันสูง หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแกงกะทิ และ ของทอด เป็นต้น

โรคหลอดเลือดในสมอง

– ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง

ควรควบคุมอาหารที่จะส่งผลให้ความดันโลหิตสูง เนื่องจากหากมีภาวะความดันโลหิตสูง อาจส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำได้ การบริโภคอาหารเพื่อป้องกันภาวะความดันโลหิตสูง มีดังนี้

1. ลดเค็มจำกัดการรับประทานโซเดียมไม่เกินวันละ 2,300 มิลลิกรัม  โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีเกลือโซเดียมสูง  เช่น  อาหารหมักดอง  อาหารแปรรูป อาหารกระป๋อง เครื่องปรุงรสต่างๆ  เช่น เกลือ น้ำปลา  ซอสปรุงรส

2. รับประทานผักผลไม้ให้หลากหลาย เป็นประจำทุกวัน

– ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง

อาหารประเภทไขมันมีความจำเป็นสำหรับร่างกาย เนื่องจากให้พลังงาน และช่วยในการดูดซึมวิตามินต่างๆ เราจึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารประเภทไขมัน แต่ปริมาณไขมันที่ได้รับไม่ควรเกิน ร้อยละ 25 –30 ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับจากสารอาหาร เพราะเมื่อรับประทานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ จะทำให้เกิดโรคอ้วนและภาวะไขมันในเลือดสูงได้ แนวทางในการบริโภคอาหาร เพื่อลดปริมาณไขมันในเลือด มีดังนี้

1. หลีกเลี่ยงหรือลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันหมู หมูสามชั้น เนย ครีม น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม อาหารที่ทำจากกะทิ เพราะกรดไขมันอิ่มตัวส่วนใหญ่ทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น

2. จำกัดปริมาณคอเรสเตอรอลในอาหารไม่เกิน วันละ 300 มิลลิกรัม

  • รับประทานไข่แดงไม่เกินสัปดาห์ละ 3 ฟอง
  • หลีกเลี่ยงเครื่องในสัตว์ทุกชนิด
  • หลีกเลี่ยงอาหารทะเลบางชนิด เช่น กุ้ง ปลาหมึก หอยนางรม
  • เลือกรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ  เช่นปลา เนื้อไก่ไม่ติดหนัง  เต้าหู้
  • เลือกดื่มนมพร่องมันเนย หรือ นมไขมันต่ำ

โรคหลอดเลือดในสมอง

3. เลือกวิธีการปรุงอาหารที่ใช้ไขมันน้อย  เช่น  ต้ม ตุ๋น นึ่ง อบ ย่าง ยำ แทนการทอดหรือผัด ซึ่งใช้น้ำมันในปริมาณมาก

4. รับประทานไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหาร แทนการใช้น้ำมันจากสัตว์ ซึ่งน้ำมันพืชที่ดี คือ น้ำมันมะกอก รองลงมาคือ น้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันรำข้าว แต่ต้องเลือกใช้น้ำมันให้เหมาะสมกับวิธีการปรุงประกอบ เช่น น้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันรำข้าวเหมาะสมกับการผัด  ส่วนน้ำมันปาล์มเหมาะสมกับการทอดเพราะมีจุดเกิดควันสูง สามารถทอดอาหารได้กรอบแต่ควรใช้เพียงครั้งเดียว (ไม่ควรใช้น้ำมันในการทอดอาหารซ้ำ)

5. รับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวซ้อมมือ ถั่วเมล็ดแห้ง เนื่องจากใยอาหารจะช่วยลดการดูดซึมไขมันได้

6. หลีกเลี่ยงน้ำหวาน ขนมหวานทุกชนิดที่หวานมีน้ำตาลหรือแป้งมาก รับประทานข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปังแต่พอสมควร รวมถึงการหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะสะสมเกิดเป็นไขมันได้

โรคหลอดเลือดในสมอง

– ผู้ป่วยมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หรือโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสในเลือดไปใช้ได้อย่างเหมาะสม  ซึ่งอาหารที่รับประทานเข้าไป จะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคส  ถ้ารับประทานอาหารมากเกินไป น้ำตาลที่นำไปใช้ไม่หมดจะสะสมอยู่ในกระแสเลือด ถ้ามีมากก็จะออกมาในปัสสาวะได้  ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลือดแดงตีบมากกว่าปกติซึ่งโรคดังกล่าวนั้นก็จะส่งผลให้เป็นโรคหลอดเลือดสมองซ้ำได้ หลักในการเลือกรับประทานอาหารสำหรับคนเบาหวานดังนี้

  1. รับประทานอาหารให้หลากหลาย และรับประทานให้เป็นเวลา
  2. หลีกเลี่ยงของหวานและอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาล
  3. รับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มีใยอาหารมากขึ้น  เช่น  ข้าวซ้อมมือ  ขนมปังโฮลวีต

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

– อาหารที่มีรสหวานจัด ขนมหวาน  น้ำตาลทุกชนิด

– ผลไม้รสหวานจัด  เช่น  ทุเรียน

– น้ำหวาน  ลูกอม  ลูกกวาด  น้ำอัดลม

ที่มา : http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=1298

ขออนุญาตใช้เนื้อหา