นวด ปวด ปวดกล้ามเนื้อ ยา ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาบรรเทาอาการปวด

ยาบรรเทาอาการปวด, ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือนวดคลายกล้ามเนื้อต่างกันยังไง ถ้าปวดกล้ามเนื้อควรเลือกใช้แบบไหนดี?

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ยาบรรเทาอาการปวด, ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือนวดคลายกล้ามเนื้อต่างกันยังไง ถ้าปวดกล้ามเนื้อควรเลือกใช้แบบไหนดี?

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเผชิญกับการ ปวดกล้ามเนื้อ เช่น ปวดคอ บ่า ไหล่ สะบัก หรือหลัง ถ้าอาการสามารถหายได้ภายใน 2-3 วัน อาการปวดก็ไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าปวดต่อเนื่องและเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นก็อาจเป็นสัญญาณว่าเราควรรักษาอาการอาการปวด แต่เราจะเลือกรักษาแบบไหนดี วันนี้เรามีคำตอบ

ความแตกต่างของยาบรรเทาอาการปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือนวดคลายกล้ามเนื้อ

การรักษามีอยู่ด้วยกันหลายประเภท โดยการเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค หรือบางคนมีอาการปวดที่ไม่ได้กระทบต่อการทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน และสามารถหายได้เองภายใน 2-3 วัน อาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาเลยก็ได้นะครับ

‘ยาบรรเทาอาการปวด’

ยากลุ่มนี้เป็นยาที่แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้เป็นทางเลือกแรก เพราะมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่ายาชนิดอื่น มีทั้งแบบยาชนิดใช้ภายนอกและยาชนิดรับประทาน ส่วนใหญ่แพทย์มักจะใช้คู่กัน หากใช้ยาชนิดรับประทาน ถ้าอาการปวดทุเลาลงก็ให้งดยาทันที แต่หากมีอาการปวดๆ ตึงๆ ไม่มากก็สามารถใช้แบบทาและสเปรย์ จนกว่าอาการจะหายไปได้ครับ

1. ยาชนิดรับประทาน

เช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) หรือยาในกลุ่มต้านอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) โดยตัวยาในกลุ่มนี้ที่เป็นยาชนิดรับประทาน เช่น ไดโคลฟีแนค (Diclofenac), เมเฟนามิค (Mefenamic), ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), นิมีซูไลด์ (Nimesulide)

2. ยาชนิดใช้ภายนอก

ยาต้านอาการอักเสบของกล้ามเนื้อไม่ใช่สเตียรอยด์ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) โดยตัวยาในกลุ่มนี้ที่เป็นชนิดใช้ภายนอก เช่น ไดโคลฟีแนค (Diclofenac),ไอบูโพรเฟน(Ibuprofen), ยาไพโรซิแคม (Piroxicam) โดยปัจจุบันมีการพัฒนาตัวยาออกมาหลายรูปแบบทั้ง ครีม, เจลและแบบสเปรย์ที่ช่วยให้ไม่เลอะมือ

ปวดกล้ามเนื้อ

 

‘ยาคลายกล้ามเนื้อชนิดรับประทาน’

เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อรุนแรง เพราะเมื่อรับประทานยาเข้าไป ตัวยาจะถูกดูดซีมผ่านกระแสเลือด จึงอาจมีผลข้างเคียงจากการใช้ยา ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง

‘นวดคลายกล้ามเนื้อ’

การนวดช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เหมาะกับอาการปวดออฟฟิศซินโดรม เช่น จากการนั่งทำงานในท่าที่ไม่ถูกต้องนานๆ หรือกล้ามเนื้อเกร็ง แต่หากมีอาการปวดที่มีอาการอักเสบร่วมด้วยไม่ควรนวดเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้อักเสบมากขึ้น

 

เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับอาการปวดกล้ามเนื้อ

 

สำหรับการปฎิบัติตัวเมื่อเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อขึ้นอยู่กับลักษณะของอาการปวดดังนี้

ปวดเมื่อย (ไม่มีอาการอักเสบ)

สามารถบรรเทาอาการด้วยการ “นวด” เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายจากการเกร็งของกล้ามเนื้อ แต่หากอาการปวดส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันก็สามารถใช้ “ยาบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ” แต่ก็ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง

ปวดล้าหรือระบมจากการออกกำลังกาย

หากมีอาการอักเสบของกล้ามเนื้อไม่มาก ควรใช้ยา “บรรเทาอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อ” ชนิดสเปรย์ เนื่องจากตัวยาจะซึมซับผ่านผิวหนัง และทำให้เราไม่ต้องสัมผัส หรือนวดบริเวณที่มีการอักเสบโดยตรง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะมีการอักเสบเพิ่ม

ปวดจากการได้รับแรงกระแทกโดยตรง

ส่วนมากมักพบกับผู้ป่วยที่ได้รับแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดฝอยต่างๆ ฉีกขาด มีเลือดออกมาในชั้นกล้ามเนื้อ หรือหากกระแทกรุนแรงอาจมีการฉีกขาดของเส้นใยกล้ามเนื้อ โดยอาการบาดเจ็บลักษณะนี้ควรปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพราะอาจต้องได้รับการเข้าเฝือก และหากมีอาการรุนแรงมากขึ้นอาจต้องใช้ยาคลายกล้ามเนื้อร่วมด้วย

ยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ “ยา” ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้นนะครับ

 

เรียบเรียงโดย
ดร.ชลชัย อานามนารถ
อาจารย์ประจำวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬามหาวิทยาลัยมหิดล

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://goo.gl/yMVL5J
https://goo.gl/AjDjZ7
https://goo.gl/dXHhqR
www.facebook.com/unirenspray

ขออนุญาตใช้เนื้อหา