ข้าวเช้า อดอาหารเช้า อาหารเช้า อาหารเช้าสำคัญอย่างไร

อด อาหารเช้า ระวัง 6 โรคนี้ถามหา!!

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / อด อาหารเช้า ระวัง 6 โรคนี้ถามหา!!

อย่างที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า อาหารเช้า เป็นอาหารมื้อสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกายมาก เพราะมันเป็นมื้อแรกของวันที่เราต้องทานเข้าไป เพื่อเสริมสร้างพลังงานให้กับร่างกาย ได้ไปทำงานหรือกิจกรรมอื่นๆ ต่อในชีวิตประจำวัน แต่ในปัจจุบันที่หลายคนอาจจะต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ จนทำให้อาจละเลยอาหารมื้อสำคัญอย่างมื้อเช้าไป ซึ่งคุณรู้ไหมว่า การอดอาหารมื้อเช้านั้น จะส่งผลเสียต่อร่างกายมากเพียงใด

อ.สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงคุณวุฒิด้านโภชนาการ สสส. ได้อธิบายว่า เนื่องจากร่างกายอดอาหารมาตลอดทั้งคืน อาหารเช้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานจากอาหารมื้อเย็น ไปเลี้ยงหัวใจให้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย  พอตื่นเช้ามา หลังจาก 9-10 โมง เราจะเริ่มหิว ดังนั้นจึงต้องกินอาหารเช้าเข้าไปทดแทนพลังงานที่เสียไป อีกทั้งอาหารเช้ายังช่วยเติมพลังงานให้กับร่างกายและสมอง ทำให้สมองของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน การกินอาหารเช้ายังช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคหัวใจ และป้องกันโรคด้วนได้อีกด้วย

อาหารเช้า

แต่สิ่งที่คนยังเข้าใจผิดอยู่ก็คือ การงดมื้อเช้า จะสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ ซึ่งแท้จรองแล้วการไม่ทานอาหารเช้าต่างหากที่จะทำให้คุณยิ่งอ้วน เพราะเมื่อไม่ทาน ช่วง 10-12 โมง ก่อนเวลาอาหารกลางวัน ยิ่งจะทำให้ร่างกายโหย สมองจะหลั่งสารเคมีเพื่อให้เรากินอาหารในมื้อกลางวัน-มื้อเย็น หรือกินจุกจิกมากขึ้น แล้วก็จะทำให้คุณอ้วนในที่สุด เพราะร่างกายได้รับพลังงานส่วนเกิน นอกจากนี้ยังจะทำให้การเผาผลาญพลังงานจะลดลงถึง 10% ฉะนั้นการอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักจึงไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง ถ้าเราอดอาหารมื้อใดสักมื้อหนึ่งเพื่อลดน้ำหนัก จะทำให้เกิดการโยโย่ เอฟเฟค (YOYO Effect) ดังนั้นการลดน้ำหนักจึงควรที่จะกินอาหารให้ครบสามมื้อ แต่ใช้วิธีการควบคุมปริมาณอาหารแทน

ถ้าไม่กินอาหารเช้าเป็นระยะเวลานานทำให้เสี่ยงต่อโรคต่างๆ ตามมา ดังนี้

1. โรคอ้วน เพราะการอดอาหารมื้อเช้าจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ อาจส่งผลให้มื้อต่อๆ ไปกินหนัก กินของหวานเข้าไป แถมอัตราการเผาผลาญยังลดลงอีกด้วย

2. โรคเบาหวาน การงดมื้อเช้าทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งหากกินอาหารเช้าเป็นประจำ จะช่วยลดภาวะผิดปกติดังกล่าวที่เป็นสาเหตุของโรคเบาหวานได้ถึงร้อยละ 35-50

อาหารเช้า

3. โรคอัลไซเมอร์ การรับประทานอาหารเช้าจะช่วยไปกระตุ้นพลังให้กับสมอง ทำให้มีความจำที่ดีได้ แต่ในทางตรงกันข้ามหากเราอดอาหารมื้อเช้าจะทำให้ร่างกายไม่สดชื่น กระปรี้กระเปร่า หลงลืม ความจำไม่ดี ไม่มีสมาธิ หากทำเป็นประจำต่อเนื่องนานๆ อาจนำมาซึ่งโรคอัลไซเมอร์ได้อย่างแน่นอน

4. โรคเส้นเลือดในสมอง และโรคหัวใจ เพราะตอนเช้าหลังจากที่เราตื่นนอนเลือดของเราจะมีความเข้มข้นสูง ซึ่งจะทำให้เส้นเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมอง หรือหัวใจอุดตันได้ ซึ่งจากผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจในอเมริกาเมื่อปี 2003 พบว่า การรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าวได้

5. โรคกรดไหลย้อน โรคนี้ปัจจัยหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม และการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น บางรายไม่ชอบรับประทานอาหารเช้า แต่หันไปพึ่งพาเครื่องดื่มคาเฟอีน อย่าง กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง ฯลฯ เพียงอย่างเดียว ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้จะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้น้ำย่อยหลั่งออกมามากขึ้น

6. โรคนิ่ว การไม่รับประทานอาหารนานกว่า 14 ชั่วโมง จะทำให้คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีจับตัวกัน และหากทำเป็นประจำไปนานๆ จะทำให้กลายเป็นก้อนนิ่วได้ ซึ่งการรับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ จะช่วยให้ตับปล่อยน้ำดีออกมาละลายไม่ให้คอเลสเตอรอลจับตัวกัน สามารถป้องกันการเกิดโรคนิ่วได้

เห็นไหมล่ะว่าอาหารมื้อเช้าเป็นอาหารมื้อที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกายมากที่สุด แนะนำว่าให้ทานให้ครบ 5 หมู่ โดยเลือกทานธัญพืชไม่ขัดสี เสริมโปรตีนในมื้อเช้า นม ไข่ เนื้อสัตว์ เนื้อปลา และกินอาหารที่มีแคลเซียมและกากใยสูง เพราะฉะนั้นยอมตื่นเช้า หรือเสียเวลาในการทานอาหารเช้าสักหน่อย รับรองว่าสิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นกับสมองและร่างกายของคุณอย่างแน่นอน

 

ที่มา : www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา