ระวัง!! เก็บยาไม่ถูกวิธี ยาเสื่อมคุณภาพ แถมอันตรายต่อร่างกายด้วย

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ระวัง!! เก็บยาไม่ถูกวิธี ยาเสื่อมคุณภาพ แถมอันตรายต่อร่างกายด้วย

ยา เป็นสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปเพื่อใช้รักษาอาการป่วย หรือผิดปกติในร่างกาย แล้วเคยสังเกตไหมว่า ทำไมแผงยาบางชนิดถึงต้องใส่ลงไปในซองทึบ ก็เพราะว่ายามีวิธีเก็ยที่แตกต่างกันออกไปน่ะสิ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสื่อมประสิทธิภาพในการใช้รักษา เพราะฉะนั้นความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการเก็บยานั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เราเองก็ควรศึกษาไว้นะจ๊ะ

การจัดเก็บยาที่ไม่ถูกต้องสามารถทำให้เกิดการเสื่อมสลาย (degradation) ของตัวยาสำคัญ (active pharmaceutical ingredients) ไวขึ้น เนื่องจากปัจจัยทางด้านสภาวะแวดล้อม ได้แก่ ความชื้น อุณหภูมิ สารเคมี แสงแดด ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนมีผลในการเกิดการเสื่อมสลายของตัวยาสำคัญได้ทั้งสิ้น ซึ่งการเสื่อมสลายของตัวยาสำคัญ จะส่งผลให้ปริมาณตัวยาสำคัญต่อยาหนึ่งเม็ดลดลง เมื่อทานยาเข้าไป จะทำให้ระดับยาในเลือดไม่ถึงระดับที่มีผลต่อการรักษาโรค ดังนั้นโรคที่เราเป็นอยู่ก็จะไม่หายยังไงล่ะ!!!

ยา

การเสื่อมสลายจะเกิดขึ้นได้ทั้งจากตัวยาสำคัญหรือสารช่วยในตำรับ (excipients) ซึ่งอาจส่งผลก่อให้เกิดสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น ยาแอสไพริน (aspirin) เป็นยาที่มีการใช้มากในผู้ป่วยโรคหัวใจ เพื่อต้านการแข็งตัวของเกร็ดเลือด การเก็บรักษายาแอสไพรินจำเป็นต้องระวังความชื้น เนื่องจากความชื้นจะทำให้ยาดังกล่าวสลายตัวเป็นกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) และกรดอะซิติก (acetic acid) ซึ่งกรดซาลิไซลิกนั้นไม่มีผลต่อการรักษาการต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด ซ้ำยังมีอันตรายต่อร่างกายเมื่อได้รับเข้าไปในปริมาณที่สูงๆ ทั้งนี้เราสามารถสังเกตการสลายตัวของยาแอสไพรินได้ด้วยการดม!! หากดมเม็ดยาแล้วพบว่ามีกลิ่นเปรี้ยวเหมือนน้ำส้มสายชู นั่นก็แปลว่ายาเสื่อมประสิทธิภาพแล้ว โดยกลิ่นที่ว่าก็คือกลิ่นของกรดอะซิติกนั่นเอง หากยาแอสไพรินมีการสลายตัวเยอะ เราก็จะได้กลิ่นของน้ำส้มสายชูที่ฉุนมาก การเสื่อมของยาที่สามารถสังเกตได้อีกตัวอย่าง คือยาเม็ดวิตามินซีที่เมื่อเกิดการเสื่อมสลายจะเกิดเป็นจุดด่างสีน้ำตาลขึ้นบนเม็ดยา แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากเป็นยาอื่นที่เราไม่สามารถสังเกตการสลายตัวด้วยประสาทสัมผัสของเราเองล่ะ?

การแบ่งยาออกจากกระปุกยาขวดใหญ่ หรือการแกะยาออกจากแผงยา เพื่อนำไปใส่ในกล่องยา หรือตลับยาเล็กๆ เป็นอีกพฤติกรรมหนึ่งที่สร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้ป่วย/ผู้ใช้ยาในการเก็บรักษา และพกพาไปนอกบ้านระหว่างวัน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารยาแก่ผู้ป่วย ในกรณีที่ตลับยามีการระบุวันหรือมื้ออาหารที่ต้องรับประทานยาไว้ เพื่อกันลืม อย่างไรก็ตามเภสัชกร ผู้ป่วย ผู้จัดยา หรือผู้ใช้ยา ควรมีความรู้ในการจัดเก็บหรือแบ่งบรรจุยาโดยเลือกภาชนะที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเสื่อมสลายของตัวยาสำคัญได้

ยา

คำแนะนำในการจัดเก็บหรือแบ่งบรรจุยา

1. ไม่ควรแกะยาที่บรรจุในแผงหรือแบ่งออกจากภาชนะ เช่น กระปุกยาหรือขวดยาที่ทางผู้ผลิตได้บรรจุมาไว้แต่แรกเพราะประเภทบรรจุภัณฑ์เริ่มแรกนั้นจะได้ตามมาตรฐานที่ตำรายาระบุไว้อยู่แล้ว

2. หากจำเป็นต้องแกะยาออกจากแผงหรือแบ่งออกจากกระปุกใหญ่

  • ในกรณีที่เป็นแผงยา อาจจะทำการตัดแบ่งแผงยาออกเป็นขนาดย่อยๆ และบรรจุลงในกล่อง ซองหรือตลับยาที่จัดเตรียมไว้ โดยขอบแผงยาที่ตัดแล้วจะต้องไม่มีส่วนใดฉีกขาดหรือมีรูรั่วทะลุถึงส่วนในที่บรรจุยาเม็ดในแผง

  • ในกรณีแบ่งยาออกจากกระปุกใหญ่หรือแกะยาออกจากแผงลงในภาชนะบรรจุใหม่ ให้เลือกพิจารณาภาชนะที่ปิดแน่น ในการจัดเก็บเป็นลำดับแรก และควรมีคุณสมบัติที่กันแสงได้ หากไม่มีและจำเป็นต้องแบ่งยาลงในภาชนะบรรจุประเภทปิดสนิท เช่น ซองยา กล่องยาหรือตลับยา จะต้องปิดภาชนะให้สนิทเสมอและไม่ควรแบ่งยาเพื่อรับประทานเกิน 1 อาทิตย์

เพราะฉะนั้นก่อนทานยาทุกคร้้ง ควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงของยาด้วย หากพบว่ามีลักษณะที่ผิดปกติ หรือต่างไปจากที่เคยทาน ให้งดทานยา และปรึกษาเภสัชกรจะปลอดภัยกว่า

 

ที่มา : ภก. บรมพจน์ พฤฒิวนาสัณฑ์ ภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา