ขับรถนานๆ แล้วเมื่อยทำไงดี ตามมาทางนี้!! เรามีท่าบริหารดีๆ มาบอกกัน

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ขับรถนานๆ แล้วเมื่อยทำไงดี ตามมาทางนี้!! เรามีท่าบริหารดีๆ มาบอกกัน

ไม่ว่าจะเข้าสู่ฤดูไหน บ้านของเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรที่ติดขัดไปได้ ดังนั้นผู้ที่ต้องขับหรือนั่งรถเป็นระยะเวลาติดต่อกันหลายชั่วโมง ทั้งขาไปและขากลับ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มักจะเกิดอาการปวดเมื่อยขึ้นอยู่บ่อยๆ เช่น ปวดแขน ปวดคอ รวมไปถึงปวดหลัง ดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกวิธีผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยลดอาการปวดเหล่านั้นกันค่ะ

1. ปวดตา

แน่นอนว่าการขับรถต้องใช้สายตาในการจับจ้องไปที่ถนน รวมถึงรถรอบข้าง จึงไม่แปลกหากเราจะรู้สึกปวดตา หรือตาล้าขึ้นมาบ้าง วิธีแก้ก็คือ ช่วงเวลาที่รถติดไฟแดง ให้ลองพักสาตาด้วยการหลับตาลงสักครู่ หรือเบนสายตาไปมองในที่ที่มีสีเขียวบ้างเพื่อเป็นการพักสายตาในระยะเวลาสั้นๆ และถ้าหากจำเป็นต้องขับรถในช่วงเวลาที่มีแดดจ้า แนะนำว่าให้ใส่แว่นกันแดด เพื่อช่วยลดปริมาณแสงที่อาจส่งผลให้ม่านตาทำงานหนักได้

2. ปวดคอ

นอกจากการเพ่งสายตา จะทำให้อาการปวดตาแล้ว ยังมีผลต่อท่าทางของคออีกด้วย เพราะถ้าเราเพ่งสายตาไปข้างหน้าตลอดเวลา คอจะต้องตั้งตรงเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้กล้ามเนื้อคอทำงานหนัก และเกิดอาการล้าได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นอาศัยช่วงเวลาที่รถติด ทำการนวดบริเวณต้นคอและบ่า 2 ข้าง จะสามารถลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น และทำให้ความรู้สึกล้าลดลงได้

ขับรถ

3. ปวดไหล่ บ่า

ในขณะขับรถ กล้ามเนื้อบ่าจะทำงานเพื่อยกบ่าและแขนในการควบคุมพวงมาลัย หากการจับพวงมาลัยห่างจากตัวมากจะมีผลทำให้ต้องเอื้อมมือ ยืดแขนไปข้างหน้า กล้ามเนื้อบ่าและไหล่ก็ต้องทำงานมากขึ้นไปอีก ทั้งยังทำให้เกิดอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อบ่า และเป็นกล้ามเนื้ออักเสบได้ในที่สุด เราสามารถลดอาการปวดได้ด้วยการบริหารร่างการวิธีง่ายๆ ด้วยท่าหมุนหัวไหล่ไปข้างหน้า แล้วย้อนกลับไปข้างหลัง หรือท่าแบะไหล่ไปด้านหลัง และแอ่นตัวมาข้างหน้าก็ได้ ทั้งนี้ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยบนท้องถนนด้วยนะคะ

4. ปวดหลัง

สำหรับอาการปวดเมื่อยหลังเกิดจากท่านั่งเป็นท่าที่หมอนรองกระดูกสันหลังมีแรงกดมากกว่าท่าอื่นๆ จึงมีแนวโน้มที่หมอนรองกระดูกสันหลังจะปลิ้นไปทางด้านหลัง และอาจเกิดปัญหาของหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทได้ แนะนำว่าเมื่อถึงที่หมายอย่าเพิ่งรีบลุกทันที ควรทำการยืดตัวและแอ่นหลังประมาณ 3-4 ครั้งก่อน และเมื่อลุกขึ้นแล้ว ควรทำการยืดหลังและแอ่นหลังในขณะท่ายืนอีก 10 ครั้ง เพื่อลดอาการตึงของกล้ามเนื้อ

ขับรถ

5. ปวดน่อง ขา นิ้วเท้า

การขับรถเกียร์อัตโนมัติ อาจทำให้เกิดความเมื่อยล้ากล้ามเนื้อบริเวณหน้าขาและน่องได้ เพราะต้องขยับขาเพื่อการเหยียบเบรกและคันเร่ง แต่ถ้าขับรถเกียร์ธรรมดา จะมีอาการเมื่อยล้าขาซ้ายเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเหยียบคลัตช์ วิธีลดอาการปวด คือ หมุนข้อเท้า จิกปลายเท้า กระดกปลายเท้าขึ้น เหยียดปลายเท้าลงให้สุด โดยสามารถทำกับเท้าข้างซ้ายข้างเดียวในขณะขับรถ และหากเมื่อหยุดพักแล้ว คุณสามารถทำการหมุนหรือดัดต่อเท้าข้างขวา รวมทั้งทำการยืดกล้ามเนื้อหน้าขาได้ การยืดกล้ามเนื้อหน้าขาทำได้โดยยืนแล้วพับเข่าไปด้านหลัง โดยเอามือช่วยจับเข่างอเข้ามายังก้น

อย่างไรก็ตาม หากทำการบริหารดังกล่าวในขณะขับรถให้คำนึงถึงความปลอดภัยในการขับขี่เป็นหลักด้วย ซึ่งการบริหารนี้ เป็นการบรรเทาอาการแค่ชั่วคราวเท่านั้น ทางที่ดีคุณควรหยุดพักรถ เพื่อเปลี่นอิริยาบถบ่อยๆ ไม่ให้กล้ามเนื้อรู้สึกเมื่อย หรือตึงจนเกินไป และเมื่อถึงที่หมายแล้ว ควรนอนในท่ายกขาสูง โดยนอนราบกับพื้นแล้วยกขาแบบงอเข่าเล็กน้อยพาดกับเก้าอี้หรือโซฟา เพื่อให้เลือดไหลและน้ำเหลืองไหลกลับได้ง่ายขึ้น และทำให้หลังได้พักตัวลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อหลังได้

 

ที่มา : www.doctor.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา