เตือนภัย! บ้างานจนเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม อันตรายต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / เตือนภัย! บ้างานจนเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม อันตรายต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

หนุ่มสาววัยทำงาน ถือเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพไม่น้อย เพราะการทำงานหนัก ที่อาจจะต้องนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ ทำให้ไม่ค่อยได้ขยับหรือผ่อนคลายกล้ามเนื้อสักเท่าไหร่ จึงเกิดเป็นอาการปวดต่ามส่วนต่างๆ เช่น ปวดไหล่ ปวดคอ เป็นต้น หรืออาจเรื้อรังจนกลายเป็น โรคติดงาน หรือ โรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ได้ ซึ่งนอกจากจะมีอาการปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย อันเป็นสาเหตุที่นำไปสู่โรคต่างๆ อย่าง โรคหัวใจ โรคกระเพาะ เบาหวาน หรือความดัน แล้ว สภาวะทางด้านอารมณ์ก็อาจกลายเป็นผู้ที่หงุดหงิดง่าย เกรี้ยวกราดกับเพื่อนร่วมงาน ให้ความสนใจ เคร่งเครียดเรื่องงานมากเป็นพิเศษ จนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว

โรคออฟฟิศซินโดรม

นพ.ปราโมทย์ อุดมเลิศวนสิน ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ร.พ.ปิยะเวท เผยว่า อวัยวะที่สำคัญมาก และมักเป็นต้นเหตุของอาการปวด คือ คอ ซึ่งเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีการใช้มากที่สุด ยิ่งการทำงานในยุคปัจจุบันต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ ต้องก้มหน้าเงยหน้าอยู่ตลอดเวลา ใช้สมองมาก ทำให้เกิดความเครียด เกิดอาการปวดคอ และปวดศีรษะ

“คอ” เป็นอวัยวะที่บอบบาง บาดเจ็บได้ง่าย คอยังเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาทที่รับคำสั่งจากสมองไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย อาการปวดคอที่พบบ่อยที่สุด คือ กล้ามเนื้อคอหดเกร็ง ทำให้เอี้ยวคอหรือเคลื่อนไหวศีรษะไม่ได้ หรือที่เรียกว่าตกหมอน ซึ่งส่วนใหญ่จะหายเองได้

สาเหตุของการปวดคอที่พบบ่อย มักจะเกิดจากอิริยาบถหรือท่าที่ผิดลักษณะ ทำให้กล้ามเนื้อบางมัดถูกใช้งานจนเมื่อยล้าเกินไป และความเครียดทางจิตใจก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เกิดจากสถานที่ทำงาน

การดูแลผู้ที่ปวดคอเรื้อรัง เนื่องจากการทำงาน เบื้องต้น ได้แก่ การกินยาแก้ปวด ประคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำอุ่นไว้ อาจทำภายหลังจากการอาบน้ำอุ่นหรือประคบร้อนแล้ว 10-15 นาที และสิ่งจำเป็น คือ การออกกำลังกล้ามเนื้อคอ

โรคออฟฟิศซินโดรม

สัญญาณอาการอันตราย ที่ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ ได้แก่ ปวดต้นคอร้าวลงไหล่ถึงแขน หรือข้อมือ ปวดต้นคอร่วมกับชาที่นิ้วมือ ปวดต้นคอร่วมกับอาการมืออ่อนแรง ปวดต้นคอ หรือปวดสะบักเรื้อรัง เมื่อมาพบแพทย์ ในรายที่เป็นไม่มาก อาจทำกายภาพบำบัด หรืออาจใช้ยารับประทานประเภทแก้อักเสบ คลายกล้ามเนื้อ การใช้อุปกรณ์ประคอง แต่สำหรับรายที่เป็นมากปวดคอร่วมกับมีอาการชาแปลบๆ หรือปวดร้าวลงแขน อาจจะรักษาโดยวิธีอื่น เช่น การฉีดยาไปที่เส้นประสาท การจี้ด้วยคลื่นความร้อน หรือรายที่เป็นมากก็ต้องผ่าตัด เช่น เอาหมอนรองกระดูกออก แล้วเชื่อมต่อให้ติดกันหรือใส่หมอนรองกระดูกเทียม

พฤติกรรมการทำงานที่หนักเกินไป ย่อมไม่เป็นผลดีต่อร่างกายอย่างแน่นอน ดังนั้นวิธีดูแลตัวเองง่ายๆ ให้ห่างไกลจากโรคออฟฟิศซินโดรม คือ ปรับเปลี่ยนลักษณะการทำงานของตนเองเสียใหม่ ไม่ว่าจะต้องทำงานหนักแค่ไหน ร่างกายก็ยังคงต้องการการพักผ่อน หรือผ่อนคลายเสมอ โดยเราอาจจะใช้วิธีการเปลี่ยนอิริยาบถ หรือลุกขึ้นเดินไปมาบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อมีความผ่อนคลาย พักสายตามองไปที่ไกลๆ หรือมองไปในที่ที่มีสีเขียว เพื่อเป็นการพักสายตา รวมถึงการหายใจลึกๆ ไม่เครียดจนเกินไป เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถใช้ชีวิตวัยทำงานของเราได้อย่างมีความสุข แถมห่างไกลโรคอีกต่างหาก

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก นพ.ปราโมทย์ อุดมเลิศวนสิน ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ร.พ.ปิยะเวท

ขออนุญาตใช้เนื้อหา