น้ำมะตูม นอกจากคลายร้อน ยังมีสรรพคุณ แก้อาการท้องเสีย

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / น้ำมะตูม นอกจากคลายร้อน ยังมีสรรพคุณ แก้อาการท้องเสีย

เมษายนเดือนที่ร้อนที่สุดของปีวนกลับมาอีกครั้ง หากได้เครื่องดื่มที่มีประโยชน์มาดื่มดับกระหายก็จะช่วยให้สดชื่นและผ่านวันร้อน ๆ ไปได้อีกหนึ่งวัน น้ำมะตูม เป็นเครื่องดื่มที่ไม่ควรมองข้ามในอากาศร้อนแบบนี้ เพราะมะตูมเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น เหมาะกับผู้ที่มีเหงื่อมาก ช่วยให้ชุ่มคอ และดับกระหายได้เป็นอย่างดี ในมะตูมมีสารสำคัญคือ สารเพคตินและสารแทนนินที่ช่วยบรรเทา อาการท้องผูก ท้องเสีย ช่วยสมานแผลและบรรเทาอาการเจ็บคอ นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยออกมาว่าในผลมะตูมมีสารที่สามารถยับยั้งมะเร็งต่อมไทรอยด์และไวรัสทั้งหลายที่ช่วยลดอาการอักเสบของอวัยวะทั้งภายในและภายนอกได้อีกด้วย

มะตูมเป็นไม้ผลยืนต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร เปลือกลำต้นมีสีเทาเรียบ เนื้อไม้แข็ง มีสีขาวแกมเหลือง โคนต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ใบมีรูปทรงเป็นรูปไข่หรือรูปหอก ขอบใบหยัก ปลายใบแหลม แผ่นใบเรียบ ดอกมีสีขาวหรือขาวอมเขียว กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมี 4-5 กลีบ จะเริ่มออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และออกผลช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ผลเป็นรูปไข่รูปกลมโต เปลือกผลหนาแข็ง ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกจะมีสีเขียวอมเหลือง และเมื่อสุกเต็มที่จะมีสีเหลือง เนื้อในมีสีเหลืองหรือส้มอมเหลือง เนื้อผลเหนียวข้น มีกลิ่นหอม และมีเมล็ดจำนวนมากแทรกอยู่ในผล โดยเมล็ดจะมีขนหนาปกคลุม

มะตูมเป็นไม้ผลที่มีความทนทาน เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ดอนและโคก ชอบพื้นที่แห้ง ไม่มีน้ำท่วมขัง หากปลูกในพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้นมากเกินไปจะให้ผลผลิตน้อยขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง สายพันธุ์ที่พบได้ในประเทศไทยมี 3 สายพันธุ์ ได้แก่ มะตูมไข่ มีลักษณะผลกลม ขนาดเล็ก มะตูมบ้าน มีลักษณะผลยาวขนาดใหญ่ เปลือกแข็ง และมะตูมนิ่มมีลักษณะผลยาวเหมือนกับมะตูมบ้าน แต่มีเปลือกนิ่มเมื่อใช้นิ้วบีบเปลือกผลจะยุบตัวลงได้ง่าย แต่ผู้คนส่วนมากมักคุ้นเคยกับมะตูมแห้งแบบแว่นที่มีขายตามร้านขายยาแผนโบราณ เนื่องจากมะตูมถือเป็นไม้ขนาดใหญ่ มักปลูกไว้เป็นร่มเงาหรือเพื่อรับประทานผลในพื้นที่ว่างตามบ้านหรือหัวไร่ปลายนาเพียง 1-2 ต้น ทำให้พบเห็นได้แค่บางพื้นที่ โดยเฉพาะตามหัวไร่ ปลายนา ในภาคเหนือและอีสาน

สรรพคุณทางยา ผล เป็นยาเย็นออกฤทธิ์ต่อกระเพาะและลำไส้ ใช้เป็นยาแก้ท้องเดิน ท้องเสียเรื้อรัง มีฤทธิ์ลดความกำหนัด คลายกังวล และช่วยให้สมาธิดีขึ้น ชาวพุทธจึงนิยมใช้ทำเป็นน้ำปานะเพื่อถวายพระสงฆ์ ผลดิบแห้งแก้ท้องเสีย แก้บิด ผลอ่อน บดเป็นผง ต้มกินแก้โรคกระเพาะอาหาร ทำให้เจริญอาหาร ขับลม ผลแก่ ต้มดื่มแก้เสมหะและช่วยย่อยอาหาร ราก ใช้เป็นยาแก้ปากเปื่อย แก้พิษฝี พิษไข้ ใบ นำไปคั้นดื่มแก้หลอดลมอักเสบ มะตูมทั้ง 5 ส่วน (ราก ลำต้น ใบ ดอก และผล) ใช้แก้ปวดศีรษะ ลดความดันโลหิตสูง มีฤทธิ์ทางวิทยาที่ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย มีสารสำคัญที่มีลักษณะเป็นเมือกคือ เพคติน แทนนิน และน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการท้องเสียและโรคในลำไส้บางชนิด เพคตินจะไปรวมกับทอกซินของเชื้อโรคที่อยู่ในลำไส้ ทำให้อาการท้องเสียดีขึ้น

วิธีใช้มะตูมในการรักษาอาการต่างๆ แก้อาการท้องเสีย ให้นำผลมะตูมดิบฝานบาง ๆ นำไปตากให้แห้งแล้วนำมาชงด้วยน้ำเดือด 2-3 ชิ้น ประมาณค่อนถ้วยแก้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ใช้ผลดิบสดหั่นเป็นแว่นย่างไฟพอเหลือง แล้วนำไปต้ม ใช้ครั้งละ 25 กรัม (ประมาณ 2-3 ชิ้น) แล้วนำน้ำมาดื่ม น้ำมะตูมแก้ร้อนใน นำผลมะตูมดิบมาขูดผิวออก แล้วหั่นเป็นแว่นบาง ๆ ตากแดดให้แห้ง นำมาต้มโดยใช้ 5 ชิ้น ต่อน้ำ 1 ลิตร เติมน้ำตาลกรวด 200 กรัม ต้มนาน 5 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น ก่อนนำผ้าขาวบางมากรอง นำมาจิบบ่อยๆ นอกจากนี้การรับประทานลูกมะตูมสุกยังช่วยแก้อาการเกี่ยวกับท้องได้ ทั้งอาการจุกเสียด ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย และท้องผูก

ที่มาจาก นิตยสารเกษตรกรก้าวหน้า

ขออนุญาตใช้เนื้อหา