ระวัง! ของใช้ในบ้านไม่สะอาดพอ เสี่ยงเป็นโรคลีเจียนแนร์

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ระวัง! ของใช้ในบ้านไม่สะอาดพอ เสี่ยงเป็นโรคลีเจียนแนร์
คลื่นไส้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ปอดอักเสบ หนาวสั่น อาเจียน อ่อนเพลีย โรคลีเจียนแนร์ โรคไข้ปอนเตียก ไข้สูง ไอ

หากคุณกำลงคิดว่าของใช้ภายในบ้านไม่สามารถทำอันตรายคุณได้ คุณกำลังคิดผิด! เพราะถ้าไม่รักษาความสะอาดดีๆ แล้ว ก็ง่ายต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหรือเชื้อแบคทีเรีย ที่สามารถเข้าสู่ตัวเราได้โดยการสัมผัส การทาน หรือแม้กระทั่งการหายใจ สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ สามารถทำให้เราเป็น โรคลีเจียนแนร์ ได้โดยไม่รู้ตัว แล้วโรคนี้คืออะไร เราจะป้องกันมันได้อย่างไร วันนี้มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันค่ะ

นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคลีเจียนแนร์ ไม่ใช่โรคใหม่ สามารถพบได้ทั่วโลกทั้งเขตร้อนและเขตหนาว  มีเชื้อลีจิโอเนลลา (Legionella) เป็นเชื้อก่อโรค โดยเชื้อจะปนเปื้อนมากับละอองน้ำและเข้าสู่ทางเดินหายใจ เชื้อชนิดนี้มักพบในบริเวณที่มีน้ำขังนิ่ง มีความชื้นสูงและมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่มักจะพบในระบบเครื่องปรับอากาศหรือถังเก็บน้ำระบายความร้อน ที่ใช้ในอาคารขนาดใหญ่โดยเฉพาะในโรงแรม นอกจากนี้ ยังสามารถพบได้ในก๊อกน้ำ เครื่องทำน้ำร้อน และฝักบัวอาบน้ำที่ไม่มีการดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกต้อง

ผู้ที่ป่วยจะมีอาการโดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ อาการเบาไปจนถึงหนัก โดยอาการเบาจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ไอ คลื่นไส้อาเจียน ในทางการแพทย์เรียกว่า โรคไข้ปอนเตียก (Pontiac fever) แต่หากเชื้อเข้าสู่ร่างกายไปที่ปอด ทำให้ปอดอักเสบ มีไข้สูง ไอ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และอาจเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต จะเรียกว่า “โรคลีเจียนแนร์”  ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาได้ และโดยปกติทั่วไปโรคนี้ไม่ติดต่อจากคนสู่คน  ประชาชนทั่วไปที่มีร่างกายแข็งแรงจะไม่มีอาการป่วยใดๆ สำหรับกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ และผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง

อย่างไรก็ตาม โรงแรมส่วนใหญ่ในประเทศไทย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทุกแห่งมีมาตรการในการควบคุมเชื้อก่อโรคลีเจียนแนร์ตามมาตรฐานที่กำหนดตามพระราชบัญญัติสาธารณสุข และกรมควบคุมโรคก็ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในเรื่องนี้อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

โรคลีเจียนแนร์

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำมาตรการในการป้องกันโรคลีเจียนแนร์ โดยขอความร่วมมือจากสถานประกอบการ ดังนี้

1. ตรวจสอบระดับคลอรีนตกค้างของน้ำในบ่อพักทุกวันต้องไม่น้อยกว่า 0.2 ppm.

2. ตรวจสอบน้ำในระบบน้ำร้อนรวมต้องมีอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส และน้ำที่ส่งออกต้องมีอุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส

3. ระบบปรับอากาศให้ใช้คลอรีนเข้มข้น 10 ppm.ในท่อที่ไปหอผึ่งเย็น 3-6 ชม. ให้ทั่วถึงทั้งระบบและทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศทุก 1-2 สัปดาห์

4. ทำความสะอาดหัวก๊อกน้ำ และแช่ฝักบัวด้วยสารละลายคลอรีนเข้มข้น 10 ppm. หรือแช่น้ำร้อน 65 องศาเซลเซียสนาน 5 นาที

สำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการก่อเชื้อโรคดังกล่าว ขอให้ดูแลและล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศที่บ้าน รวมถึงทำความสะอาดท่อหล่อเย็นหรือถาดรองน้ำหล่อเย็นของเครื่องปรับอากาศ อย่าให้มีน้ำขัง เปียกชื้น และควรทำให้แห้ง

เมื่อได้รู้แบบนี้แล้ว การรักษาความสะอาดเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะถ้าหากเราไม่ดูแลเรื่องความสะอาดแล้ว เชื้อโรคและแบคทีเรียก็จะเข้ามาอาศัยอยู่ในของใช้ภายในบ้าน และง่ายต่อการนำไปสู่การเป็นพาหะหรือโรคต่างๆ ได้ในภายหลัง หากรู้สึกว่าตัวเองหรือคนรอบข้างมีอาการดังกล่าว แนะนำว่าให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยโรค และรักษาอย่างถูกต้องจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดนะคะ

ที่มา : www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา