คุณกำลังเป็นแบบนี้หรือไม่? เช็กลิสอาการเตียงดูด อันตราย! เสี่ยงเป็นโรค

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / คุณกำลังเป็นแบบนี้หรือไม่? เช็กลิสอาการเตียงดูด อันตราย! เสี่ยงเป็นโรค

พอเวลาเหนื่อยๆ เคยเป็นกันไหมคะ รู้สึกล้าจนไม่อยากลุกขึ้นจากเตียงเลย เหมือนหมอนและที่นอนมันสามารถดูดพลังเราได้ ถ้าตื่นมาแล้วพบว่ามีความรู้สึกอย่างนี้ วันนั้นทั้งวันคุณจะไม่อยากทำอะไรเลยล่ะ หากเป็นแบบรู้บ่อยๆ คุณรู้หรือไม่ว่ามันเป็นสัญญาณอันตรายที่จะพาคุณไปสู่โรคร้ายได้นะ

เช็กลิส 5 อาการเตียงดูด คุณเป็นแบบนี้หรือไม่?

1. เวลาเหนื่อยมักนึกถึงเตียงเป็นอันดับแรก

เวลาเสร็จจากการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ เมื่อเหนื่อยมากๆ ก็จะนึกถึงเตียง รู้สึกหมดพลัง อยากล้มตัวลงนอนที่เตียงตลอดเวลา

2. เห็นเตียงแล้วง่วง อยากนอนตลอดเวลา

แค่เห็นเตียงก็ทำให้รู้สึกง่วงได้เลย เพราะความรู้สึกของคุณนั้นอยากจะนอนตลอดเวลา แม้มันจะไม่ใช่เวลาปกติที่คุณเข้านอนก็ตาม

3. การได้นอนอยู่บนเตียง มีความสุขมากที่สุด

อยู่บนเตียงแล้วสบาย ปลอดภัย ไม่อยากลุกออกไปทำอะไร แค่ได้อยู่บนเตียง นอนกลิ้งไปกลิ้งมา แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

4. อยากให้ทุกๆ ที่มีเตียง นึกถึงเตียงตลอดเวลา

ถ้าตรงนี้มีเตียงก็ดีนะ เป็นคำพูดที่คุณคิดอยู่ในใจ เมื่อเวลาที่คุณเหนื่อย เครียด หรือมีเรื่องที่ทำให้คุณไม่สบายใจ คุณก็จะคิดถึงเตียง อยากนอนตลอดเวลา

5. ทำทุกกิจกรรมอยู่บนเตียง

ไม่ว่าจะกิน นอน ดูหนัง เล่นโทรศัพท์ คุณก็นอนทำอยู่เตียง ไม่ยอมลุกออกไปไหน คล้ายกลับว่ามันมีพลังพิเศษ สามารถดูดตัวคุณให้ติดกับเตียงได้ตลอดเวลา

หากอ่านมาถึงจุดนี้แล้วพบว่าตัวเองนั้นมีอาการต้องสงสัยตามที่กล่ามว่า ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าอันตรายมากๆ เพราะอาการเตียงดูดจากสาเหตุเหล่านี้ มันสามารถทำให้คุณหลายเป็นคน “ขาดแรงบันดาลใจ” ในการทำสิ่งต่างๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอาการ “โรคซึมเศร้า” หรือ “สภาวะเครียด”

เมื่อพบว่าตัวเองนั้นมีอาการสุ่มเสี่ยงก็ควรที่จะเริ่มแก้ไขตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันไม่ให้สภาพร่างกายและจิตใจ รู้สึกขาดกำลังใจ และไม่อยากทำอะไรต่อจากนี้ โดยมีวิธีรักษาคือ

1. ลุกขึ้นมาออกกำลังกายซะ

ในระยะแรกๆ ให้ขึ้นลุกขึ้นมาออกกำลังกายก่อน เพราะการออกกำลังกายจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีพลังที่จะไปทำอย่างอื่นได้ต่อ

2. ทานอะไรหวานๆ สักหน่อย

เมื่อร่างกายของคุณทำงาน เรียน หรือทำกิจกรรมอื่นๆ มาทั้งวัน ก็มักจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ทั้งนี้ก็เพราะระดับน้ำตาลนั้นลดลง ทำให้ร่างกายไม่กระปรี้กระเปร่าเหมือนก่อน คุณอาจลองมาทาน หรือดื่มอะไรหวานๆ สักนิด เพื่อทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้น

3. รักษาด้วยยา

หากผู้ป่วที่มีอาการหนักมาก อาจจะต้องพึ่งยาเป็นตัวช่วยในการรักษา ทั้งนี้การใช้ยารักษานั้นต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของจิตแพทย์นะ

ด้วยวิถีการดำเนินชีวิตของเรานั้นมีอะไรให้ทำมากมายในแต่ละวัน หากใครที่รู้สึกว่าเหนื่อย มีอาการเนือยๆ ไม่อยากทำอะไร เครียด หรือกำลังกังวลอะไรสักอย่าง ลองหันมาปรึกษาหรือพูดคุยกับคนรอบข้างดู อย่างน้อยการระบายก็เป็นวิธีที่ดี ที่จะช่วยให้คุณนั้นรู้สึกว่าได้วางเรื่องที่กำลังแบกอยู่ลง นอกจากนี้คุณควรหาเวลามาทำกิจกรรมอื่นเพื่อเป็นการผ่อนคลายตนเองบ้าง เช่น พบปะเพื่อนฝูง กินข้าว ดูหนัง หรือฟังเพลง สิ่งเหล่านี้อาจทำให้สมองที่ตึงเครียดของคุณผ่อนคลายลง เหมือนได้เต็มพลังให้ชีวิตอีกครั้งก็ได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Infographic Thailand

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา