ใส่หูฟังจนหูวิ้ง สัญญานอันตราย! เสี่ยงหูเสื่อมก่อนวัยอันควร

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ใส่หูฟังจนหูวิ้ง สัญญานอันตราย! เสี่ยงหูเสื่อมก่อนวัยอันควร

ทุกวันนี้โทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ไปโดยไม่รู้ตัว ลองสังเกตกันไหมว่าเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็เจอแต่คนเล่นโทรศัพท์ ใส่ ‘หูฟัง’ ฟังเพลงกันตลอดเวลา โดยที่เขาอาจไม่รู้ตัวเลยว่าพฤติกรรมที่ทำจนเป็นความเคยชินแบบนั้น อาจทำให้หูของเขานั้นเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

หูของเราถูกกำหนดค่ามาตรฐานของเสียงที่ได้ยินแบบปลอดภัย อยู่ที่ระดับไม่เกิน 85 เดซิเบล แต่หูฟังของเรานั้นสามารถปล่อยเสียงได้ถึงระดับ 120 เดซิเบลเลยทีเดียว เมื่อเราฟังเพลงจากหูฟังในที่สาธารณะที่มีเสียงต่างๆ รอบตัวดังอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เสียงรถไฟฟ้า เสียงการจราจร เป็นต้น ทำให้เราต้องเพิ่มระดับเสียงในหูฟังขึ้นอีก เพื่อให้เราได้ยินเสียงหรือเพลงที่เรากำลังฟังอยู่ในโทรศัพท์ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายต่อหูของเรามากๆ เสียงที่ดังเกินกว่า 110 เดซิเบล สามารถทำให้ “เยื้อไมอีลิน” ฉีกหลุดออกจากเซลล์ประสาท ตัดขาดการส่งสัญญาณไฟฟ้าจากหูไปสู่สมองได้ในทันที กรณีนี้ก็จะทำให้เราสูญเสียการได้ยินโดยเฉียบพลันและไม่สามารถกลับมาฟื้นฟูได้

การใส่หูฟังติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เรามีอาการได้ยินเสียงวิ้งๆ อยู่ในหู หลังจากที่เราถอดหูฟังออกแล้ว นั่นแสดงว่าเซลล์ประสาทของเราได้รับการกระทบกระเทือนเสียแล้ว หากอาการไม่รุนแรงมาก อาจต้องพักหูไปก่อนระยะหนึ่ง เพื่อให้หูกลับมารับฟังเสียงได้เหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นในระดับที่มากขึ้น หูก็จะไม่ค่อยได้ยิน นับเป็นสัญญาณอันตรายของอาการหูตึง หรือหูหนวกแล้ว แนะนำว่าควรรีบไปปรึกษาแพทย์จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว เราควรระมัดระวังการใช้หูฟังให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้หูฟังในที่ที่มีเสียงดังอยู่แล้ว และไม่ควรใช้หูฟังนานติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง รวมถึงเวลาที่จะเข้านอนด้วย นอกจากนี้หากผู้ใช้ฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์ดังเกินไปในระหว่างการเดินทาง อาจทำให้ไม่ได้ยินเสียงการจราจร จนเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงปัญหาการโจรกรรมประเภทต่างๆ ที่จะตามมาอีกด้วย

ขออนุญาตใช้เนื้อหา