วิ่ง วิ่งถูกวิธี วิ่งมาราธอน วิ่งออกกำลังกาย ออกกำลังกาย

วิ่ง อย่างไรไม่ให้บาดเจ็บ สร้างสุขภาพดี ด้วยการวิ่งที่ถูกวิธี

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / วิ่ง อย่างไรไม่ให้บาดเจ็บ สร้างสุขภาพดี ด้วยการวิ่งที่ถูกวิธี

ถ้าจะพูดถึงไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวสมัยนี้นอกจากจะ Work hard, Play harder แล้ว การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่หนุ่มสาวสมัยใหม่ให้ความสำคัญเช่นกัน จากเลิกงานสะพายกระเป๋ากลับบ้านก็เปลี่ยนมาเข้ายิม วิ่งสวนสาธารณะ หรือหาอีเว้นท์งานวิ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง สามารถทำได้ง่ายๆ แค่มีรองเท้าคู่ใจคู่เดียว รูปแบบการวิ่งก็มีให้เลือกตามถนัด ไม่ว่าจะวิ่งสบายๆ ที่สวนสาธารณะ วิ่งบนถนนแต่เช้าในตัวเมือง หรือจะวิ่งฟูลมาราธอนริมชายหาด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการวิ่งให้ถูกวิธี เพราะถ้าหากวิ่งผิดวิธี การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ อาจจะเป็นการทำลายสุขภาพทางอ้อม

นอกจากนี้ อาดิดาส มีเทคนิคดีๆ มาแนะนำคุณผู้ชาย รวมทั้งสาวๆ ที่รักการวิ่งก็สามารถนำไปปฏิบัติได้ เพื่อช่วยป้องกันการบาดเจ็บหลังการวิ่งและช่วยให้การวิ่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หลักการง่ายๆ 6 ประการที่ผู้วิ่งทุกคนควรต้องคำนึงเกี่ยวกับการวิ่งอย่างไรไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ มีดังนี้

1. วอร์มอัพร่างกาย คือการเตรียมความพร้อมให้กับร่างกาย สร้างความตื่นตัวให้กับผู้วิ่งเป็นสิ่งสำคัญในออกกำลังกายทุกประเภท ควรวอร์มอัพจนรู้สึกถึงความร้อนที่เกิดขึ้น ให้เริ่มมีเหงื่อเล็กน้อย ด้วยการยืดเหยียด เดินเร็ว รวมถึงการวิ่งช้าๆ สามารถนับเป็นการอุ่นเครื่องก่อนวิ่งด้วยความเร็ว

2. วิ่งให้ถูกวิธี โดยปกติผู้เชี่ยวชาญมักจะให้คำแนะนำให้วิ่งโดยการลงปลายเท้าหรือลงส้นเท้าหลายหลักการ แต่ทั้งนี้ท่าวิ่งที่ถูกต้องควรจะเป็นท่าที่ทำให้เราวิ่งได้สบาย เป็นธรรมชาติของตนเอง เหนื่อยน้อย และไม่บาดเจ็บ

3. หาจุดสมดุลของร่างกาย นอกจากการลงเท้าให้เข้ากับสรีระแล้ว ผู้วิ่งต้องหาจุนแกนกลางของร่างกายเพื่อรักษาสมดุล โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ย่อเข่าในขณะที่เท้าสัมผัสพื้นเพื่อลดการกระแทกและการบาดเจ็บ ไม่ก้มหน้ามากจนเกินไปในขณะวิ่ง

4. การแกว่งแขน การแกว่งแขนจะต้องมีความสัมพันธ์กับการก้าวเท้า ถ้าเราปรับให้ แขนและขามีความสัมพันธ์กัน เช่น แกว่งแขนในทิศทางที่ถูกต้อง สร้างความสัมพันธ์ระหว่างแขนและขา จะทำให้การวิ่งนั้นดีขึ้น และลดการใช้พลังงานของระบบภายในของร่างกายลดลง ซึ่งจะส่งผลให้วิ่งได้เร็วและ นานขึ้น มีประสิทธิภาพในการวิ่งมากขึ้น

Running2

5. คูลดาวน์ เมื่อวิ่งเสร็จ การคูลดาวน์เป็นสิ่งที่ลืมไม่ได้ เนื่องจากขณะเราวิ่ง อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้นกว่าปกติ การคูลดาวน์จะช่วยให้อุณภูมิและการเต้นของหัวใจค่อยๆลดลงอย่างช้าๆและกลับเข้าสู่สภาวะปกติ รวมถึงการลดปัญหาการบาดเจ็บที่เกิดจากกรดแลคติกที่เกิดขึ้นในขณะวิ่ง และอาจส่งผลระยะยาว หากปล่อยไว้นานๆ อาจส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของร่างกายเสื่อมไวกว่าปกติหรือก่อนเวลาอันควร โดยวิธีการคูลดาวน์นั้นทำได้ไม่ยากโดยการ ค่อยๆลดความเร็วในขณะวิ่งลงช้า การเดินเร็ว และยืดเหยียด โดยการคูลดาวน์ควรใช้เวลาอย่างน้อย 10 – 30 นาทีหลังจากวิ่ง

6. เลือกรองเท้าวิ่งที่เหมาะสม เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงอย่างมาก เพราะจะส่งผลต่างๆต่อตัวนักวิ่งโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งในรูปแบบต่างๆ เช่นการวิ่งเพื่อสุขภาพ การวิ่งระยะทางสั้นๆและการวิ่งระยะยาวหรือมาราธอน รองเท้าจะออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก โดยคำนึงถึงการเลือกรองเท้าให้เหมาะสม รวมทั้งการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานหรือนวัตกรรมที่ผู้ผลิตออกแบบมาสำหรับรองเท้านั้นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณา เพราะนวัตกรรมที่ทันสมัยสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวิ่งให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยปกป้องเท้าของเรา ให้พ้น จากอาการบาดเจ็บจากการวิ่งได้

 

ขอบคุณบทความจาก อาดิดาส

ขออนุญาตใช้เนื้อหา