10 เคล็ดลับ รับประทานอาหาร ให้ สุขภาพดี

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / 10 เคล็ดลับ รับประทานอาหาร ให้ สุขภาพดี

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยในการดำรงชีวิต จากการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องทำให้เราทราบว่า อาหาร สัมพันธ์กับ สุขภาพที่ดี ในการรับประทานอาหารนั้น เรามักจะเลือกรับประทานอาหารที่มีรูปร่างหน้าตาชวนลิ้มลอง สีสันสวยงาม กลิ่นหอมหวน และรสชาติเอร็ดอร่อย แต่เรามักจะไม่คำนึงถึงคุณค่าของสารอาหารที่ร่างกายได้รับและแท้จริงแล้ว การรัประทานอาหารเพื่อ สุขภาพดี นั้น ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกินอาหารราคาแพงเลย

อาหารที่มีประโยชน์นอกจากจะทำให้สุขภาพดี และยังสามารถป้องกันโรคร้ายต่างๆ ได้อีกด้วย หรือเราอาจจะพูดได้ว่า หากเรากินตามใจปาก ก็อาจทำให้สุขภาพของเราไม่ดีก็ได้

ดังนั้น แนวทางการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ และถูกต้องนั่นก็คือ การรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ หรือ นอกจากนี้ ยังมีหลักการ และเคล็ดลับ ในการรับประทานอาหารเพื่อการมี สุขภาพดี ดังนี้

  1. รับประทานผักและผลไม้ที่หลากหลาย สับเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา

2. รับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอ (ประมาณวันละ 2 ถ้วย)

3. รับประทานนมพร่องมันเนย หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับนมพร่องมันเนย วันละ3ถ้วย

4. รับประทานนมเปรี้ยว เพื่อช่วยในการขับถ่าย

5. พยายามรับประทานน้ำผลไม้อย่างสม่ำเสมอ

6. ในเด็กอายุ 2-8 ขวบ ควรจะดื่มนมวันละ 2 แก้ว และเด็กอายุมากกว่า 9 ขวบ ควรดื่มนมวันละ 3 แก้วต่อวัน

7. รับประทานธัญพืชอย่างน้อยวันละ 1 กำมือ

8. ผักและผลไม้แต่ละชนิด จะให้คุณค่าทางอาหารแตกต่างกันไป ดังนั้นเราจึงต้องสลับสับเปลี่ยนไปในแต่ละสัปดาห์

9. พยายามรับประทานข้าวกล้อง หรือข้าวที่ไม่ขัดสี

10. ในการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์นั้น ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน

goodfoodhealth2

อนึ่ง มีหลักฐานทางวิชาการ ระบุว่า การรับประทานเกลือมากเกินควร จะส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก อาทิเช่น

ความดันโลหิตสูง การรับประทานอาหารเค็ม จะส่งผลเสียต่อความดันเลือด การลดเกลือลงวันละ 3 กรัม จะลดความดันลงได้ 5/3 mm. ปรอท สำหรับคนที่เป็นความดันโลหิตสูงลดลงได้ถึง 3/1 และสำหรับคนที่ความดันปกติ เชื่อว่าการลดเกลือลงวันละ 6 กรัม จะสามารถลดโรคหลอดเลือดสมอง ลงได้ถึง 20 % และลดโรคหัวใจได้ร้อยละ 18 % และลดโรคหลอดเลือดสมองลงได้ 33 % อีกทั้งยังลดโรคหัวใจได้ถึง 25 %

โรคหัวใจ เกลือทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวขึ้น ซึ่งจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือดในที่สุด

โรคมะเร็ง เกลือมีผลโดยตรงกับโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เนื่องจากเชื่อว่าอาหารที่เค็ม จะทำให้เยื่อบุผิวกระเพาะอาหารเสีย ทำให้เชื้อโรคเกิดการติดเชื้อ H-pylorl Infection ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพราะอาหารในเวลาต่อมา

โรคนิ่วและโรคกระดูกพรุน การรับประทานเกลือมากเกินพอดี จะทำให้ร่างกายขับทั้งเกลือและแคลเซี่ยมออกมาทางน้ำปัสสาวะ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดนิ่วในไต อีกทั้งการที่แคลเซี่ยมถูกขับออกมามากเกินไป ร่างกายก็จะนำแคลเซี่ยมจากกระดูกมาใช้เป็นการทดแทน เมื่อเป็นดังนั้นก็จะทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนขึ้นต่อมาในภายหลัง

โรคไต จากการทดลองในสัตว์ นักวิทยาศาสตร์พบว่า การรับประทานเกลือน้อยลง จะลดการเสื่อมของโรคไตได้อย่างแน่นอน เนื่องจากการรับประทานอาหารรสเค็มจัดเป็นเวลานาน จะทำให้ไตขับไข่ขาว proteine-albumin ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคไตได้ สำหรับผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับไต การขับเกลือจะไม่ดี ดังนั้นหากรับประทานเกลือมากเกินควร ก็จะทำให้เกิดการคั่งค้างของน้ำและเกลือ จนทำให้เกิดโรคหัวใจวายได้

โรคหอบหืด จากการศึกษาวิจัย ทำให้วงการแพทย์ได้พบว่า การกำเริบของโรคหอบหืด มีความสัมพันธ์กับการรับประทานรสเค็มจัด ดังนั้นหากลดอาหารเค็มก็จะทำให้ลดการกำเริบของโรคหอบหืดได้เป็นอย่างดี

 

ที่มาจาก คู่มือสุขภาพต้าน 13 โรคฮิต

book02

ดาวน์โหลดอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.mbookstore.com

บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Health.mthai.com เท่านั้น

ขออนุญาตใช้เนื้อหา