รู้ไหม? ผักดิบ สลัด มีฤทธิ์เย็น กินมาก ร่างกายป่วย ขี้เกียจทำงาน

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / รู้ไหม? ผักดิบ สลัด มีฤทธิ์เย็น กินมาก ร่างกายป่วย ขี้เกียจทำงาน

ภาวะเย็นเกินไป ส่งผลให้ระบบร่างกายป่วย ขี้เกียจทำงาน
แล้วคุณรู้ไหมว่า? ผักดิบหรือสลัดที่ชอบกินกันนั้น มีฤทธิ์เย็น จึงกลายเป็นอาหารทำลายสุขภาพ มากกว่าเสริมสุขภาพ

ร่างกายของคนไทยส่วนใหญ่มีภาวะเย็นเกินไปมากกว่าร้อนเกินไป การกินผักดิบหรืออาหารที่ได้รับโฆษณาว่าเป็น อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งมักมีฤทธิ์เย็น จึงเป็นยาพิษทำลายสุขภาพของคุณเป็น 100 เท่า

Health2

ผมเคยเข้าใจว่า สภาพร่างกายของคนไทยเราน่าจะจัดอยู่ในลักษณะ ภาวะร้อนเกินไป เพราะตามปกติแล้ว คนไทยเราชอบกินอาหารรสเผ็ดและจัดจ้าน รวมทั้งเมืองไทยมีสภาพอากาศร้อน การทำงานของอวัยวะหรือระบบภายใน ร่างกายจึงน่าจะมีภาวะร้อนตามไปด้วย
แต่ความจริงไม่ใช่เลย จากประสบการณ์ในการตรวจร่างกายคนไข้จำนวนหลายพันราย ทำให้ผมพบความจริงข้อที่ว่า ร่างกายของคนไข้เกือบจะร้อยทั้งร้อย จัดอยู่ในลักษณะ ภาวะเย็นเกินไป ต่างหาก

การกินอาหารหรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน จึงเหมาะสมกับสภาพร่างกายของคนไทยโดยทั่วไปมากกว่า เพราะช่วยให้อวัยวะภายในต่างๆทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แก่ช้า และอายุยืนยาว

ภาวะภายในร่างกายที่แข็งแรง คือ หัวใจของสุขภาพที่ดี ร่างกายจึงไม่ควรมีภาวะร้อนหรือเย็นเกินไป การทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะร่างกายของตัวเองให้ถูกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เลือกกินอาหารหรือสมุนไพรได้ตรงกับธาตุภายในร่างกายนั่นเอง

ภาวะร่างกาย เย็นเกินไป
คือ ภาวะที่ร่างกาย ขี้เกียจทำงาน หรือ ไม่ค่อยกระตือรือร้น ที่จะทำงานและซ่อมแซมตัวเอง เมื่อปล่อยให้ร่างกายเป็นแบบนี้ไปนานๆ จะส่งผลให้ไม่แข็งแรง เจ็บป่วยง่าย และอายุสั้น เปรียบได้กับบ้านร้างที่ผุพังไปเรื่อยๆ เพราะไม่ค่อยมีคนดูแลและบำรุงรักษา ทำให้อายุการใช้งานของบ้านน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

ภาวะร่างกาย ร้อนเกินไป
แบ่งเป็น 2 กลุ่มดังนี้
กลุ่มที่ 1 คือ ระบบร่างกายทำงานมากเกินไป จนทำให้ร่างกายเสียหาย เสื่อมสภาพเร็ว เหมือนเครื่องยนต์ที่ไฟลุกไหม้จากความร้อนที่มากเกินไป
กลุ่มที่ 2 คือ การเกิดภาวะอักเสบชั่วคราวในร่างกาย จากปัจจัยภายนอก เช่น ติดเชื้อต่างๆ ซึ่งจะทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพลงได้ แม้อาการจะไม่หนักเหมือนกลุ่มแรก แต่ก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกายพอๆกัน

ข้อมูลที่ว่า ร่างกายของคนไทยส่วนใหญ่ มีฤทธิ์เย็นเกินไป เป็นข้อมูลทางสถิติที่ผมรวบรวมมาจากการตรวจสภาพร่างกายผู้ป่วย จำนวนมากกว่า 5,000 ราย โดยการวินิจฉัยจากการแมะหรือการจับชีพจรของแต่ละคน ซึ่งเป็นวิธีการวินิจฉัยที่สามารถบ่งบอกถึงสภาพร้อน-เย็น ของร่างกายได้อย่างแม่นยำที่สุด

นิสัยการกินของคนไทย ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ผมนำมาประกอบการวินิจฉัย ด้วยความที่บ้านเรามีอากาศร้อน คนไทยจึงชอบกินน้ำแข็ง ทำให้ระบบร่างกายต้องเจอกับน้ำ เย็น อยู่เสมอ ยิ่งไปกว่านั้น คนไทยยังชอบกินอาหารฤทธิ์เย็น เช่น ผักดิบ สลัด ส้มตำ น้ำเต้าหู้ เป็นประจำเกือบทุกวัน ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ ทำให้ร่างกายเกิดภาวะเย็นเกินไปนั่นเอง ซึ่งส่งผลให้ทุกระบบของร่างกายไม่แอ๊กทีฟและทำงานไม่เต็มที่ แม้ว่าจะกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์ หรือกินมากแค่ไหนก็ตาม ร่างกายก็ไม่แข็งแรงอยู่ดี เพราะระบบย่อยอาหารและการดูดซึมไม่แข็งแรง อธิบายง่ายๆคือ เหมือนเรากินข้าวแต่ก็เหมือนไม่ได้กิน เพราะร่างกายไม่สามารถดูดซึมนำไปใช้ได้อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆ

สรุปได้ว่า การบำรุงรักษาร่างกายให้ดี คือ การทำให้อวัยวะภายในทุกส่วนแข็งแรงตลอดเวลา หรือการรักษาภาวะร่างกายให้สมดุลนั่นแหล่ะครับ

สำหรับร่างกายที่มีภาวะเย็นเกินไป สังเกตง่ายๆ จากอาหารดังต่อไปนี้ เช่น ท้องอืดแน่นไม่หิวข้าว ท้องผูก ขี้หนาว มือเท้าเย็นง่าย ประจำเดือนมาน้อย ผมหงอกเร็ว เป็นต้น

ส่วนวิธีสังเกตร่างกายที่มีภาวะร้อนเกินไป สังเกตง่ายๆจากอาการต่อไปนี้ เช่น ปากแห้ง คอแห้งง่าย ขี้หงุดหงิด มีไข้ต่ำๆ ช่วงบ่าย-ค่ำ ฝ่ามือฝ่าเท้าร้อน ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม เป็นต้น

 

ที่มาจากหนังสือ อายุยืนหมื่นปี ปฏิวัติสุขภาพ ด้วยสมุนไพรสไตล์โมเดิร์น

book01

ดาวน์โหลดอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.mbookstore.com

บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้บนเว็บไซต์ Health.mthai.com เท่านั้น

ขออนุญาตใช้เนื้อหา