GedGoodLife กรดเกิน กรดไหลย้อน ท้องอืด บรรเทาอาการโรคกระเพาะ เครมิล แสบร้อนกางอก โรคกระเพาะ โรคกระเพาะอาหาร ไม่ต้องเคี้ยว

เลิกทรมานกับอาการกรดไหลย้อน รวมวิธีป้องกันและรักษาที่สามารถทำตามได้ง่าย

หน้าแรก / วิธีรักษาสุขภาพ / เลิกทรมานกับอาการกรดไหลย้อน รวมวิธีป้องกันและรักษาที่สามารถทำตามได้ง่าย

“กรดไหลย้อน” (Gastroesophageal Reflux Disease : GERD)อาการปวดแสบร้อนบริเวณกลางอกไปจนถึงใต้ลิ้นปี่หลังรับประทานอาหาร แถมยังมีน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปากและลำคอ ซึ่งถือว่าโรคยอดฮิตของคนใช้ชีวิตเร่งรีบ ซึ่งมักจะเกิดกับผู้ที่ชอบรับประทานอาหารอย่างรวดเร็ว รับประทานอาหารเสร็จแล้วชอบเอนหลังหรือนอนทันที ชอบรับประทานอาหารครั้งละมากๆ ชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงจนทำให้มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ชอบดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ รวมไปถึงสตรีมีครรภ์ก็มักจะเป็นโรคกรดไหลย้อนได้เช่นกัน

แม้ว่ากรดไหลย้อนจะเป็นโรคที่ไม่รุนแรงจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิต แต่ก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะโรคกรดไหลย้อนสามารถกำเริบขึ้นมาได้หากเรามีพฤติกรรมการรับประทานอาหารและใช้ชีวิตแบบผิดๆ ดังนั้นเราควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตเพื่อเป็นการป้องกันและการรักษาโรคกรดไหลย้อนอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้กรดไหลย้อนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาว ด้วยวิธีต่างๆ ดังต่อไปนี้

  1. รับประทานอาหารให้ตรงเวลา  
  2. รับประทานอาหารในปริมาณที่พอดี ไม่ให้รู้สึกอิ่มมากเกินไป เพราะการรับประทานอาหารอิ่มมากเกินไปจะทำให้เกิดแรงดันที่หูรูด ซึ่งจะทำให้โรคกรดไหลย้อนได้ 
  3. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัดเป็นประจำ 
  4. หลีกเลี่ยงการับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอด อาหารมัน ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเนย
  5. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม ชา กาแฟ โกโก้
  6. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะเพิ่มปริมาณการสร้างกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้หูรูดหลอดอาหารส่วนล่างคลายตัว เกิดเป็นกรดไหลย้อนขึ้นมาได้
  7. ไม่ควรดื่มน้ำบ่อยและดื่มปริมาณมากๆ ในขณะรับประทานอาหารอยู่ 
  8. อย่ารับประทานอาหารเร็วเกินไป เพราะจะทำให้เกิดแรงดันในกระเพาะอาหาร 
  9. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด เพื่อไม่ให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก  
  10. ห้ามนอนทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนล้มตัวลงนอน 
  11. ห้ามออกกำลังกายหลังรับประทานเสร็จ ควรเว้นระยะเวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงเพื่อให้อาหารย่อยอย่างเต็มที่
  12. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะสารนิโคตินมีส่วนกระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อนได้
  13. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่งหลังรับประทานอาหาร  
  14. สวมใส่เสื้อผ้าสบายๆ ไม่รัดแน่นจนเกินไป
  15. ทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ เพราะความเครียดส่งผลให้ร่างกายมีการหลั่งกรดมาขึ้น ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อนได้
  16.  พักผ่อนให้เพียงพอและหาวิธีปรับหัวเตียงนอนให้สูงขึ้นจากพื้นราบประมาณ 6 10 นิ้วเพื่อลดอาการกรดไหลย้อน ทั้งนี้ไม่ควรนอนหมอนสูง เพราะจะทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้นและไม่สามารถลดอาการกรดไหลย้อนได้ด้วย 
  17. ในกรณีที่น้ำหนักเกินมาตรฐาน ควรลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  18. หากเกิดโรคกรดไหลย้อนแล้วสามารถปรึกษาแพทย์และเภสัชกรเพื่อรับประทานยาลดกรดไหลย้อนได้ 

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามข่าวสารได้ที่ 

Website, Facebook, Line, และ Youtube 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา