6 วิธี ดูแลตัวเอง ชะลอ อาการสมองเสื่อม ก่อนวัยอันควร

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ, วิธีรักษาสุขภาพ / 6 วิธี ดูแลตัวเอง ชะลอ อาการสมองเสื่อม ก่อนวัยอันควร
หากใครที่คิดว่า โรคอัลไซเมอร์ หรือ อาการสมองเสื่อม นั้น เป็นเรื่องที่ไกลตัว หรือจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเท่านั้น อาจจะต้องคิดใหม่ซะแล้วล่ะ เพราะตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขเผยว่า ในประเทศไทย ปี 2558 มีผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์เยอะถึง 600,000 คน และคาดว่าน่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นไปถึง 1,117,000 คน ภายในปี 2573 เพราะฉะนั้นไม่ต้องรอให้โรคเข้าใกล้เรา เราก็สามารถลดหรือชะลอความเสี่ยงเหล่านั้นลงได้

นักวิทยาศาสตร์พบว่าโรคอัลไซเมอร์เกิดได้จากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน ทั้งจากพันธุกรรม จากความผิดปกติทางชีววิทยาในสมอง ที่ส่งผลให้การทำงานของโครงสร้างเครือข่ายเซลล์ประสาทที่ติดต่อระหว่างกันไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติอีกต่อไป ผู้ป่วยจะเกิดความบกพร่องทางสมองในส่วนของสติปัญญา เช่น ความคิด ความจำ และการตัดสินใจ ในขณะที่สมองส่วนที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวยังใช้การได้ดี โดยความเสี่ยงจะมากขึ้นเรื่อยๆ ทันทีที่อายุเข้าสู่วัย 65 ปีเป็นต้นไป

อาการสมองเสื่อม

อาการของอัลไซเมอร์อาจเริ่มจากการสูญเสียความทรงจำระยะสั้น จนไม่สามารถจำอะไรใหม่ๆ ได้ นานวันเข้าอาจจำเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้ไปด้วย หรือแม้แต่จำไม่ได้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคืออะไร เหมือนอย่างที่เราได้ยินข่าวอยู่บ่อยๆ ว่า ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ออกจากบ้านแล้วหายตัวไป เพราะหาทางกลับบ้านไม่ถูก ความน่ากลัวของอัลไซเมอร์อาจเพิ่มทวีคูณไปกระทั่งเห็นภาพหลอน หูแว่ว ก้าวร้าว ในท้ายที่สุดสมองจะถูกทำลายจนไม่สามารถควบคุมการทำงานต่างๆ ของร่างกายให้ดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติและเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งทั้งหมดนั้นอาจกินเวลา 3 – 20 ปี โดยมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 8 ปีนับตั้งแต่เริ่มมีอาการ

แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีการรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายขาดได้ก็ตาม แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะคุณเองสามารถชะลอความเสื่อมของสมองได้ตั้งแต่วันนี้ด้วยวิธีการง่าย ๆ เพียง 6 วิธี

1. หมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสม ควบคู่ไปกับการออกกำลังสมอง เช่น เล่นเกมลับสมองฝึกความจำ ฝึกคำนวณตัวเลข รวมถึงการเล่นดนตรีประเภทต่าง ๆ ก็ช่วยได้

อาการสมองเสื่อม
2. ออกกำลังกาย มีประโยชน์เรื่องการคลายเครียดและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือด โดยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหรือการบำรุงหัวใจ เพียงวันละ 20 – 30 นาที อย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์
3. รับประทานอาหารบำรุงสมอง โดยเฉพาะอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 เอ ซี อี และซีลีเนียม รวมถึงผลิตภัณฑ์จากใบแปะก๊วย

(10 อาหารบำรุงสมอง ของใกล้ตัว รู้แบบนี้ไม่ทานไม่ได้แล้ว! >> คลิก)

4. การเข้าสังคม เราไม่ได้พูดถึงงานสังคมหรูหราฟุ่มเฟือยใด ๆ แต่สิ่งที่กำลังกล่าวถึงคือ การพบปะผู้คน พูดคุย โต้ตอบบทสนทนาอย่างสม่ำเสมอ ไม่เก็บตัวเงียบอยู่คนเดียว สามารถช่วยยืดอายุสมองได้
5. หมั่นตรวจสอบความดันโลหิตอยู่เสมอ เพราะส่งผลกระทบถึงสมองโดยตรง และให้ลด ละ เลิกกิจกรรม ต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อความดันโลหิตได้ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และการใช้สารเสพติด
6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรเข้านอนเกินสี่ทุ่มถึงห้าทุ่ม และควรนอนให้ได้อย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวันในสถานที่เงียบสงบ เพื่อให้การนอนมีคุณภาพมากที่สุ

การรู้จักวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง ย่อมชะลอความเสี่ยงของโรคนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่จำเป็นต้องรอให้โรคเข้ามาใกล้ตัวคุณหรอกค่ะ เพราะถึงเวลานั้น มันอาจจะสายไปเสียแล้วก็ได้ ฉะนั้นเริ่มหันมาดูแลตัวเองกันเถอะ สุขภาพที่ดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องเริ่มที่ตัวคุณนะคะ

ข้อมูลจาก : บริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์,  กระทรวงสาธารณสุข
เว็บไซต์ สำนักงานกองทุนสนับสุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) www.thaihealth.or.th 
ขออนุญาตใช้เนื้อหา