10 อาการเสี่ยง! คนชอบทานหวานต้องระวัง ทำลายสุขภาพไม่รู้ตัว

หน้าแรก / วิธีรักษาสุขภาพ / 10 อาการเสี่ยง! คนชอบทานหวานต้องระวัง ทำลายสุขภาพไม่รู้ตัว
ความดันเลือดสูง น้ำตาล ผิวแก่ก่อนวัย ฟันผุ รสชาติหวาน หัวใจขาดเลือด อาหารหวาน โรคอ้วน โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง

อากาศร้อนๆ แบบนี้ ถ้าได้ของหวาน หรือเครื่องดื่มซ่าๆ มาดับกระหาย ก็คงจะดีไม่น้อย หลายคนกำลังคิดแบบนี้อยู่ใช่ไหมล่ะ? ก็เพราะหน้าร้อนนี้ มันร้อนจริงๆ ร้อนจนอยากจะหาอะไรหวานๆ มาทานเพิ่มน้ำตาล เพิ่มพลังสักหน่อย แต่เดี๋ยวก่อน! รู้ไหมว่าเมื่อทานอาหารที่มีรสชาติหวานจนเกินไปนั้น มันไม่ได้ทำให้เราอ้วนเพียงอย่างเดียวนะ แต่มันยังนำอันตรายอื่นๆ มาสู่ร่างกายของเรา หากคุณได้รู้แล้ว คุณอาจจะต้องลดหรือเลี่ยงการทาน อาหารหวาน ๆ ไปเลยก็ได้

1. โรคอ้วน

ข้อนี้เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการกินอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลมากจนเกินไป และเมื่อทานเข้าไปมากๆ น้ำตาลก็จะเปลี่ยนสภาพไปเป็นไขมัน ที่ร่างกายจะดึงออกมาใช้หลังจาก น้ำตาลเสบียงหรือกลัยโคเจนมีไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นหากทานเข้าไปมาก แล้วใช้พลังงานน้อย ไขมันก็ย่อมเพิ่มพูนได้ง่ายส่งผลให้เรากลายเป็นโรคอ้วนไปโดยปริยาย

2. ไขมันในเลือดสูง (ไตรกลีเซอไรด์)

เมื่อคุณกินอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลมากๆ แน่นอนว่าร่างกายจะนำไขมันไปแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ไม่ทัน จึงทำให้เกิดการสะสมไตรกลีเซอไรด์ขึ้นร่างกาย ก่อให้เกิดไขมันในเลือดสูง

อาหารหวาน

3. ความดันเลือดสูง

ขอบอกเลยว่าความดันเลือดสูงนั้นเป็นของแถมมาจากโรคอ้วน และไขมันในเลือดสูง เพราะหัวใจและหลอดเลือดของคนที่อ้วนเกินไป จะต้องทำงานหนักมากกว่าปกติ และมักมีไขมันเกาะตามผนังหลอดเลือด ส่งผลให้เป็นความดันในเลือดสูงได้

4. โรคหัวใจขาดเลือด

เมื่อร่างกายได้รับปริมาณน้ำตาลจากอาหารหวานๆ ที่คุณทานมากเกินไปจนก่อให้เกิดไขมันในเลือดสูงแล้ว ไขมันที่เป็นส่วนเกิน ก็จะเข้าไปจับจองเนื้อที่ในหลอดเลือดแดงจนเกิดการไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก ถ้าคุณยังนึกภาพไม่ออกลองเปรียบเทียบภาพง่ายๆ อย่างก๊อกน้ำที่มีสนิมเกาะ ดูสกปรก แล้วน้ำจะไหลผ่านไปได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้โรคหัวใจขาดเลือดก็จะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหาคุณ

5. โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นโรคที่หลายคนรู้ดีอยู่แล้ว หากทานของหวาน หรือน้ำตาลมากจนเกินไป ก็เพราะว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำงานของตับอ่อน โดยกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมามากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีหน้าที่สำคัญ คือ ควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูง และเมื่อมันต้องถูกใช้งานอย่างหนักเข้า สักวันมันก็ต้องหมดสภาพลง ทีนี้เบาหานก็จะถามหาคุณได้ไม่ยากเลยล่ะ และนอกจากโรคเบาหวานจะพบมากในคนอ้วนแล้ว ยังพบในคนที่มีปัญหาทางกรรมพันธุ์อีกด้วย

6. ฟันผุ

เคยได้ยินใช่ไหม ตอนเด็กๆ ที่ผู้ใหญ่ชอบเตือนว่าทานของหวานมากๆ แล้วจะทำให้ฟันผุ ขอบอกว่าจริงเลยล่ะค่ะ! น้ำตาลของอาหารจำพวก ทอฟฟี่ ช็อกโกแลต หมากฝรั่ง จะติดฟันได้ง่ายและอยู่ได้นานด้วย เมื่อคราบอาหารเหล่านี้ติดฟัน แบคทีเรียชนิด Lactobacillus acidophilus ที่อยู่ในปากจะเปลี่ยนน้ำตาลที่ติดฟันให้เป็นกรดแลกติก ซึ่งกรดนี้จะทำลายเคลือบฟัน (enamel) จนเกิดเป็นรูเล็กๆ นานวันเข้าสุขภาพฟันและช่องปากของคุณก็จะเสีย

อาหารหวาน

7. ปวดท้อง ท้องอืด

ใครที่ปวดท้อง หรือท้องอืดบ่อยๆ อาจจะมาจากสาเหตุนี้ก็ได้นะ เพราะเมื่อกระเพาะอาหารมีน้ำตาลมาก จะก่อเกิดการหมักหมม มีส่วนทำให้แบคทีเรียกลุ่มแลกติก ที่อยู่ในทางเดินอาหารผลิตกรดและแก๊สขึ้น อาจทำให้ท้องอืดหรือปวดท้องได้

8. ผิวแก่ก่อนวัย

หากทานน้ำตาลมากเกินไป มันก็จะไปขัดขวางการซ่อมแซมคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวพรรณของเราเหี่ยวย่น และแก่ก่อนวัยลงในที่สุด

9. รู้สึกง่วงนอน

หนังท้องตึง หน้าตาก็หย่อนล่ะสิ รู้ไหมว่าการทานหวานมากเกินไปจะมีผลต่อระบบการทำงานของสมอง ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย ง่วงและอยากนอนไปซะดื้อๆ

10. เสพติดจนหยุดกินไม่ได้

เป็นไหม? มีของกินวางอยู่ใกล้ๆ แล้วมันหยุดกินไม่ได้ ก็เพราะน้ำตาลเป็นส่วนประกอบของอาหารเกือบทุกชนิด ซึ่งอาหารที่มีน้ำตาลนั้นสามารถเรียกน้ำย่อยและความอยากกินของคุณได้ง่ายมากๆ เพราะฉะนั้นเมื่อคุณกินแล้ว ก็จะรู้สึกอยากกินอีก และรู้สึกมีความสุขที่ได้กินมัน

เห็นไหมว่าการทานอาหารที่มีรสชาติหวานเกินไปไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเลย ถึงแม้ว่ามันจะมีรสชาติอร่อย แต่มันก็เป็นสิ่งที่เรารู้สึกเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น เพราะฉะนั้นหันมาลดการทานหวานกันเถอะ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวของเรา

ที่มา

www.thaihealth.or.th

www.thaieditorial.com

www.doctor.or.th

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา