ไบโพลาร์ โรคสองอารมณ์ รู้ทัน ป้องกัน รักษาให้หายได้

หน้าแรก / วิธีรักษาสุขภาพ / ไบโพลาร์ โรคสองอารมณ์ รู้ทัน ป้องกัน รักษาให้หายได้
กังวัล จิตแพทย์ อารมณ์แปรปรวน เครียด โรคสองอารมณ์ โรคไบโพลาร์ ไบโพลาร์

ไบโพลาร์ เป็นโรคที่เดี๋ยวนี้เราได้ยินชื่อกันบ่อยมาก หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่าเป็นอาการของคนที่มี 2 บุคลิกบ้าง ภาวะอารมณ์แปรปรวนบ้าง วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับไบโพลาร์กันค่ะ มาดูสิว่าโรคนี้คืออะไร แล้วมีวิธีรักษาอย่างไร หากคนรอบข้างมีอาการแบบนี้

โรคไบโพลาร์ หรือ โรคอารมณ์สองขั้ว เป็นโรคที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ ผู้ที่เป็นจะมีอารมณ์ และพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ลักษณะอารมณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปมีสองแบบ แบบแรกมี ลักษณะอารมณ์และพฤติกรรมแบบซึมเศร้า แบบที่สองมีลักษณะสนุกสนาน คึกคัก พลุ่งพล่าน ซึ่งเรียกว่า เมเนีย (mania)

ไบโพลาร์

– อารมณ์ซึมเศร้า ผู้ป่วยจะมีอารมณ์เศร้า หดหู่ ร้องไห้ง่าย เบื่ออาหาร เชื่องช้า ลังเล ตัดสินใจ ไม่แน่นอน ไม่มั่นใจตัวเอง คิดช้า ไม่มีสมาธิ รู้สึกว่าชีวิตตนเองไม่มีคุณค่า และมีความคิดฆ่าตัวตาย

– อารมณ์รื่นเริงสนุกสนานผิดปกติ ผู้ป่วยจะรู้สึกมีความสุขมาก อารมณ์ดี คึกคัก มีกำลังวังชา ขยันกว่าปกติแต่ทำได้ไม่ดี ความต้องการนอนน้อยลง พูดคุยทักทายผู้อื่น แม้แต่กับคนแปลกหน้า พูดมาก พูดเร็ว กิจกรรมทางเพศเพิ่มขึ้น ใช้จ่ายเปลือง เชื่อมั่นตนเองมาก การตัดสินใจไม่เหมาะสม ขาดความยับยั้งชั่งใจ หากถูกห้ามปรามหรือขัดขวางในสิ่งที่ต้องการจะหงุดหงิด ฉุนเฉียว ในรายที่มีอาการรุนแรงจะพบมีอาการหลงผิดแบบมีความสามารถพิเศษเหนือคนอื่น จนถึงมีภาวะหวาดระแวงได้

โรคนี้เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ผู้ป่วยจะมีการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทในสมอง และสารเคมีในสมองแปรปรวนไป นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากปัจจัยทางด้านจิตสังคม ได้แก่ ความเครียดในชีวิตประจำวันและสิ่งแวดล้อม โรคอารมณ์สองขั้วเป็นโรคเรื้อรังมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้ถึง 80-90 %

ผู้ที่เป็นโรคไบโพลาร์ มักมีประวัติญาติเป็นโรคทางอารมณ์ ทำให้บุตรที่เกิดมามีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าคนทั่วไปถึง 8 เท่า สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นโรค หากพบเหตุกดดันทางจิตใจ เช่น ตกงาน ญาติเสียชีวิต หรือมีการเสพยาต่างๆ ก็มีแนวโน้มไปกระตุ้นให้แสดงอาการออกมา อย่างไรก็ตามผู้ป่วยบางคนก็เป็นโรคนี้โดยไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ เช่นเดียวกับโรคความดันหรือโรคเบาหวาน ที่บางครั้งก็เกิดจากกรรมพันธุ์แต่บางครั้งก็ไม่ใช่ ทางการแพทย์จึงไม่ถือว่าโรคนี้เป็นโรคทางกรรมพันธุ์

ไบโพลาร์

ถึงอย่างไรก็ตาม โรคนี้เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ โดยผู้ป่วยเอง ก็ต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ พบแพทย์ตามนัด ดูแลตัวเอง ห้ามอดนอน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟ ห้ามใช้สารเสพติด สุรา แอลกอฮอล์ และอย่าเครียด ทั้งนี้ ญาติและคนใกล้ชิด ก็ต้องทำความเข้าใจกับโรคนี้ และดูแลให้ผู้ป่วยรับประทานยาและปฏิบัติตามแผนการรักษา รวมทั้งหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการกำเริบ พยายามสื่อสาร พูดคุย ให้กำลังใจภายในครอบครัว ตลอดจนคนในสังคมต้องเข้าใจ พร้อมที่จะให้โอกาส และลดอคติ เพราะผู้ป่วยไบโพลาร์ก็ไม่ต่างจากผู้ป่วยโรคอื่นๆ ที่สามารถรักษาได้

นอกจากการรักษาด้วยการทานยาแล้ว จะเห็นได้ว่าการพยายามสื่อสาร พูดคุย รวมถึงให้กำลังใจให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคไบโพลาร์นั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะนอกจากจะให้ผู้ป่วยได้แลกเปลี่ยนทัศนคติแล้ว เรายังสามารถรู้ได้ถึงเรื่องที่เขากำลังคิดอยู่ ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุของความเครียด ที่จะส่งผลกระตุ้นทำให้เขาอาการกำเริบก็ได้ หากรู้ก่อนย่อมป้องกันได้เสมอ

ที่มา : www.thaihealth.or.th

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา