มะเร็ง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งระยะสุดท้าย โรคมะเร็ง โรคมะเร็งปากมดลูก

สาววัย 32 ปี เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จงขอบคุณชีวิตในทุกๆวัน คุณมีความสุขได้แม้ว่าจะเป็นมะเร็ง!

หน้าแรก / ข่าวประชาสัมพันธ์ / สาววัย 32 ปี เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จงขอบคุณชีวิตในทุกๆวัน คุณมีความสุขได้แม้ว่าจะเป็นมะเร็ง!

สาวชาวแมสซาชูเซตส์เป็นมะเร็งปากมดลูกซึ่งคุณหมอบอกว่าไม่สามารถรักษาได้และมันกำลังจะฆ่าเธอภายในระยะเวลา 1 ปี

เมื่อปี 2012 ลอเรน โลเปซ อายุเพียง 24 ปี เธอไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งแพทย์ตรวจพบเซลล์ผิดปกติในระหว่างการตรวจ Pap Test ซึ่งเป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เซลล์นั้นกลายเป็นมะเร็ง หลังจากนั้นได้มีการตัดผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกไป และแพทย์แจ้งข่าวดีว่าเธอปลอดภัยจากมะเร็งแล้ว

ต่อมาในปี 2017 ขณะนั้นเธออายุ 30 ปี เธอได้รับข่าวร้ายอีกครั้งว่ามะเร็งกลับลุกลามอีกแล้ว ซึ่งครั้งนี้รักษาไม่หายและเธอมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 6 เดือนหรือไม่เกิน 1 ปี

เธอบอกวันนี้ว่าเธอเข้าใจเกี่ยวกับการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งมันนำไปสู่โรคมะเร็งปากมดลูกนั่นเอง HPV ย่อมาจาก Human papillomavirus เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชากรกว่า 79 ล้านคน มันยังมีส่วนทำให้เกิดมะเร็งชนิดต่างๆ รวมทั้ง มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งศีรษะและลำคอ, มะเร็งลำไส้และมะเร็งปากมดลูก

เธอกล่าวว่า ‘ฉันไม่ได้วัคซีนเลย เพราะวัคซีนไม่ได้ถูกพูดถึงอย่างจริงจัง’ นั่นจึงทำให้เธอตกใจมากเมื่อสูตินรีแพทย์พบเซลล์มะเร็งผิดปกติที่ปากมดลูกของเธอ

จากนั้นในปี 2017 แพทย์บอกเธอว่ามะเร็งกลับมาลุกลามและครั้งนี้ก็ไม่สามารถรักษาได้ ทั้งๆที่เธอป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่เธอกลับบอกบอกว่า เธอมีเป้าหมายในการหาบางสิ่งบางอย่างแล้วก็จะขอบคุณกับทุกสิ่งในทุกๆวัน และเธอต้องการที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น อย่างผู้ที่รอดชีวิตจากโรคมะเร็ง และผู้ป่วยที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งและการมีชีวิตหลังจากที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย แม้ว่าแพทย์จะบอกว่าคุณป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่ก็ไม่เป็นไรที่จะเริ่มวางแผนและมีความฝัน เธอยังกล่าวอย่างกล้าหาญอีกว่า ‘คุณมีความสุขได้แม้ว่าคุณจะเป็นโรคมะเร็ง’

สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (The American Cancer Society) ได้ประมาณการว่าผู้หญิงในสหรัฐอเมริกามากกว่า 13,000 คน อาจจะพัฒนาไปเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ในปี 2562 ซึ่งจะทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 4,200 คน

ที่มาจาก https://www.dailymail.co.uk/

ขออนุญาตใช้เนื้อหา