เฉลยให้หายงง! 20 ความเชื่อ เกี่ยวกับการกินอาหาร ที่แท้จริงหรือไม่?

หน้าแรก / ข่าวสุขภาพ / เฉลยให้หายงง! 20 ความเชื่อ เกี่ยวกับการกินอาหาร ที่แท้จริงหรือไม่?
ความเชื่อ ความเชื่อผิดๆ ความเชื่อเกี่ยวกับการกินอาหาร ดื่มน้ำเปล่า น้ำตาล ผัก ผลไม้ ออกกำลังกาย อาหาร อาหารการกิน โซเดียม

ต้องบอกว่าข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพในอินเทอร์เน็ตเดี๋ยวนี้ มีให้เราอ่านมากมาย แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเหมือนกันว่า มันมักจะมีข้อมูลผิดๆ ที่แชร์ต่อๆ กันมา จนทำให้เราเชื่อและปฏิบัติตามมาโดยตลอด วันนี้เราจะมาเฉลยให้ฟังว่า ความเชื่อเกี่ยวกับการกินอาหาร ที่คุณเชื่อมานั้น จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่?

1. ต้องกิน ผัก 2 ส่วน เนื้อสัตว์ 1 ส่วน ข้าว 1 ส่วน ถึงจะดี?

สัดส่วนบนจานอาหารที่เหมาะสมในแต่ละมื้อ คือ ผัก 2 ส่วน ข้าว 1 ส่วน และเนื้อสัด 1 ส่วน เพราะเราต้องเน้นกินผักหรือผลไม้ในมื้ออาหาร และลดปริมาณเนื้อสัตว์ รวมถึงแป้งลงให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย

2. ปรุงอาหารเพิ่มมีแต่เสียกับเสีย?

การปรุงอาหารเพิ่ม มีโทษต่อร่างกาย เนื่องจากในอาหารที่เราทาน มักมีปริมาณน้ำตาลและโซเดียมอยู่แล้ว หากเราปรุงเพิ่ม ก็จะทำให้ร่างกายได้รนับปริมาณและเกลือ มากเกินความจำเป็น ซึ่งจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ได้ง่าย เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ และโรคไต เป็นต้น

ความเชื่อเกี่ยวกับการกินอาหาร

3. ไขมันดีมีอยู่จริง?

ไขมันดี (HDL) มีอยู่จริง จะช่วยทำให้หลอดเลือดหัวใจแข็งแรง ป้องกันไม่ให้คลอเลสเตอรอล ไตรกรีเซอไรด์และไขมันเลวสะสมในหลอดเลือด นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย พบในปลาและพืชบางชนิด เช่น แซลมอน ทูน่า ซาดีน ธัญพืช และถั่วต่างๆ

4. อาหารแปรรูปมีโซเดียมมากกว่า?

อาหารที่ไม่ผ่านการแปรูรูปมักมีโซเดียมน้อยกว่าอาหารแปรรูป เนื่องจากอาหารที่ไม่แปรรูป จะมีโซเดียมตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่เรามักจะได้รับโซเดียมมากแบบไม่รู้ตัว จากการบริโภคอาหารแปรรูป

5. อาหารจานเดียว มีโซเดียมสูง?

อาหารจานเดียวที่เรานิยมกิน มีปริมาณโซเดียมสูงมาก หากกินครบทั้ง 3 มื้อ/วัน เราจะได้รับโซเดียมเกินความจำเป็นของร่างกายถึง 2 เท่า

ความเชื่อเกี่ยวกับการกินอาหาร

6. ควรกินมื้อเย็นเยอะๆ เพราะจะหลับสบาย และไม่หิวในตอนเช้า?

มื้อเย็นเป็นมื้ออาหารที่ควรกินให้น้อยที่สุด เพราะไม่มีกิจกรรมอะไรให้ร่างกายเผนผลาญมากพอ รวมถึงหลังจากนี้ร่างกายต้องการการพักผ่อน ดังนั้นควรกินมื้อเย็นก่อนเข้านอนอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ย่อยและเผาผลาญเต็มที่

7. ดื่มน้ำอัดลมเยอะ เสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน?

ในน้ำอัดลมมีส่วนประกอบของสารฟอสฟอรัส ทำให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง หากดื่มในปริมาณมากจะส่งผลให้เป็นโรคกระดูกพรุนหรือฟันผุได้

8. โยเกิร์ตทุกชนิดมีน้ำตาลน้อย ลดน้ำหนักได้ดี?

ไม่จริงค่ะ เพราะโยเกิร์ตบางชนิดก็มีปริมาณน้ำตาลสูง หากอยากทาน ให้เลือกโยเกิร์ตธรรมชาติที่มีน้ำตาล 0% และเพิ่มผลไม้สด เช่น กล้วย สับปะรด เพื่อทำให้อิ่มท้องและได้รับวิตามินเพิ่มขึ้นอีกด้วย

9. กินอาหารในกล่องโฟม เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง?

เนื่องจากกล่องโฟมทำมาจากพลาสติกชนิดหนึ่ง เมื่อได้รับความร้อนสารอันตรายที่เป็นส่วนผสมจะปนเปื้อนสู่อาหาร เมื่อสะสมในปริมาณมากจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้

ความเชื่อเกี่ยวกับการกินอาหาร

10. สำรวจว่าอ้วนลงพุง ด้วยการวัดเส้นรอบพุง = ส่วนสูงหาร 2 ?

จริงค่ะ ทั้งนี้ก็ควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เพราะจะช่วยให้เลือดลมภายในไหลเวียนดี ส่งผลให้ผิวพรรณภายนอกดูเปล่งปลั่งตามธรรมชาติ

11. คนที่ออกกำลังกาย ผิวจะเปล่งปลั่งตามธรรมชาติ?

เนื่องจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เลือดลมภายในไหลเวียนดี ส่งผลให้ผิวพรรณภายนอกดูเปล่งปลั่งตามธรรมชาติ

12. กินแล้วนอนทันที จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้เร็วขึ้น?

การนอนเป็นการเผาผลาญพลังงานได้น้อย ในทางกลับกัน การทำกิจกรรมเคลื่อนไหวอื่นๆ จะเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่า หากนอนทันทีนอกจากจะทำให้อ้วนแล้ว ยังเป็นกรดไหลย้อนอีกด้วย

13. หากผอม สามารถกินผลไม้แทนข้าวได้ทุกมื้อ?

การกินแต่ผลไม้เพียงอย่างเดียว จะทำให้ร่างกายไม่ได้รับพลังงานและสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ เพราะฉะนั้นควรเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในทุกมื้ออาหาร ลดของมัน ของทอด และเพิ่มการออกกำลังกาย

14. อาหารที่ให้พลังงานมักมีรสชาติหวาน มัน เค็ม?

ฝรั่งทอดกรอบ พิซซ่า แฮม เบค่อน ชีส ไก่ทอด เป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงเกินความต้องการของร่างกาย มักมีรสชาติหวาน มันเค็ม เพราะมีส่วนผสมของน้ำตาลและเกลือสูง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้หรือบริโภคให้น้อยจะส่งผลดีต่อสุขภาพ

ความเชื่อเกี่ยวกับการกินอาหาร

15. ผลไม้ทุกชนิด เหมาะกับคนที่ต้องการลดความอ้วน?

ผลไม้ทุกชนิดไม่ได้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดความอ้วน เพราะบางอย่างก็มีปริมาณน้ำตาลสูง เช่น มะม่วง ทุเรียน ลำไย หากกินมากจะเกิดการสะสมน้ำตาลในหลอดเลือด เกิดภาวะไขมันอุดตัน เป็นโรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ หรือยิ่งทำให้อ้วน

16. การกินขนมหวานทุกครั้งหลังมื้ออาหาร จะช่วยให้กระเพาะทำงานได้ดีขึ้น?

การกินของหวานจะยิ่งเพิ่มพลังงานให้กับอาหารมื้อนั้นมากขึ้น เท่ากับว่าเราต้องทำกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น เพื่อเผาผลาญด้วย

17. ควรดื่มน้ำเปล่าหลังอาหารอย่างน้อย 40 นาที?

การดื่มน้ำหลังอาหารทันทีจะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจางและย่อยอาหารได้ไม่เต็มที่

18. ดื่มน้ำระหว่างกินข้าวบ่อยๆ จะทำให้กินอาหารได้น้อยลง?

จริงค่ะ เพราะน้ำจะเข้าไปแทนที่อาหาร ทำให้เราอิ่มเร็ว ควรเปลี่ยนมาดื่มน้ำหลังมื้ออาหาร เพื่อให้อาหารย่อยและพร้อมลำเลียงสารอาหาร

19. เกลือแร่ มักพบในอาหารประเภทปลาตัวเล็ก กุ้ง ถั่วเมล็ดแห้ง งา ลูกเดือย?

เกลือแร่เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย พบมากในอาหารจำพวกกุ้ง ปลาตัวเล็ก ถั่วเมล็ดแห้ง งา ลูกเดือย กะปิ ผักใบเขียนต่างๆ เป็นต้น ช่วยสร้างกระดูก ฟัน และเลือด ช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้เป็นปกติ

20. วัยรุ่นต้องทานผักน้อยๆ เพราะร่างกายต้องการคาร์โบไฮเดตรมากกว่า?

ไม่ว่าวัยไหนๆ ก็สามารถทานผักและผลไม้ได้ เพราะมีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย

ที่มา : พัชรี บอนคำ team content www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา