ระวัง! ดื่มแอลกอฮอล์หน้าร้อน เสี่ยงช็อกหมดสติ อันตรายถึงชีวิต

หน้าแรก / ข่าวสุขภาพ / ระวัง! ดื่มแอลกอฮอล์หน้าร้อน เสี่ยงช็อกหมดสติ อันตรายถึงชีวิต

ใกล้สิ้นเดือน เป็นสัญญาณเตือนของเงินเดือนเดือนใหม่ ที่กำลังจะออกมา หลายคนเริ่มนัดคิวเพื่อนออกไปปาร์ตี้สังสรร แฮงเอ้าท์กันแล้ว แน่นอนว่าการแฮงเอ้าท์หลายๆ ครั้งก็คงหนีไม่พ้นเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เครื่อมที่ไม่ว่าเทศกาลไหน ราคาจะแพงหรือไม่ แต่เราก็ยังยอมควักเงินจ่าย แต่รู้อะไรไหมว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงหน้าร้อนนี้อันตรายกว่าที่คิด เพราะมันอาจทำให้เราช็อกจนเสียชีวิตเลยก็เป็นได้

นายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล รองโฆษกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เครื่องดื่มที่ประชาชนไม่ควรดื่มเป็นอย่างยิ่งในช่วงที่สภาพอากาศร้อนอบอ้าว ได้แก่ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมทุกชนิด เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ สาโท กระแช่ น้ำตาลเมา เป็นต้น ไม่ว่าจะดื่มโดยใส่น้ำแข็งเพิ่มความเย็นหรือไม่ใส่ก็ตาม เนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอย ที่อยู่บริเวณใต้ผิวหนังขยายตัวมากขึ้น มีผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำ และเกลือแร่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม ประการสำคัญการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว และออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นหัวใจทำงานหนักขึ้น อาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้ หากผู้ดื่มมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นไปอีก จะเพิ่มแรงดันโลหิตให้สูงขึ้น อาจเกิดปัญหาเส้นเลือดแตกเสียชีวิตหรือเป็นอัมพาตได้

แอลกอฮอล์

ในช่วงอากาศร้อนที่เราเสียเหงื่อและน้ำมากกว่าปกตินั้น แนะนำว่าให้เลือกดื่มน้ำเปล่าจะดีกว่า เพราะโดยทั่วไปร่างกายคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 70 ในแต่ละวันจะมีการสูญเสียน้ำออกจากร่างกายทางเหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ การหายใจ รวมกันประมาณ 2 ลิตร ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนทุกวัยดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ให้ได้วันละประมาณ 2 ลิตร ซึ่งน้ำจะทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ เนื่องจากน้ำมีคุณสมบัติจุความร้อนได้สูง จึงทำให้อุณหภูมิของร่างกายเปลี่ยนแปลงได้ช้าและเปลี่ยนแปลงไม่มาก ช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการดื่มน้ำ แนะนำให้ดื่มทีละนิด หรือจิบบ่อยๆ เพื่อให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายดูดซึมไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพิ่มภาระให้ระบบขับถ่าย เช่น ไต ระบบย่อยอาหาร เนื่องจากการดื่มน้ำครั้งละมากๆ ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ไม่ทันและจะถูกขับออกมาเป็นปัสสาวะแทน ปริมาณน้ำที่ประชาชนควรดื่มนั้น กลุ่มประชาชนทั่วไปรวมทั้งผู้ที่ทำงานในที่ร่ม ควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งหรือผู้ที่ออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน การประเมินว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ มีวิธีสังเกตง่ายๆ โดยดูจากสีของน้ำปัสสาวะ หากมีสีเหลืองจางๆ แสดงว่าได้รับน้ำเพียงพอ แต่ถ้าปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มคล้ายน้ำชาและปัสสาวะออกน้อย แสดงว่าได้รับน้ำไม่เพียงพอจะต้องเพิ่มการดื่มน้ำให้มากขึ้น

ที่มา : www.thaihealth.or.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา