โรคริดสีดวงทวาร

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / โรคริดสีดวงทวาร

หลายท่านคงเคยได้ยินมาว่า ระบบขับถ่ายดีย่อมหมายถึงการมีสุขภาพดี ผิวพรรณผ่องใสตามไปด้วย แต่อุปสรรคที่สำคัญในการขับถ่ายที่เรารู้จักกันดี คือ โรคริดสีดวงทวาร ซึ่งเป็นโรคของหลอดเลือดที่อยู่บริเวณปากทวารหนักที่โป่งพองขยายขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เกิดก้อนเนื้อที่ปากทวารหนัก และเมื่อเบ่งถ่ายอุจจาระที่ขับถ่ายออกมา หรือบางรายมีเลือดสดพุ่งออกมาขณะขับถ่ายอุจจาระ โดยทั่วไปผู้ป่วยจะไม่สามารถคลำพบก้อนเนื้อดังกล่าวได้ในระยะแรกของโรค แต่หากคลำพบว่ามีก้อนเนื้อหรือมีก้อนโผล่ออกมาจากปากทวารหนัก แสดงว่าอาการเริ่มทวีความรุนแรงแล้ว ส่วนมากจะพบในผู้ที่อายุ 45-65 ปี

ริดสีดวง

ปัจจัยที่ทำให้เกิด โรคริดสีดวงทวาร

  1. พันธุกรรม
  2. อาชีพ เช่น ผู้ที่ต้องยืนนาน ๆ
  3. เกิดจากโรคแทรกซ้อนของโรค เช่น ตับแข็ง ซึ่งจะมีอาการท้องมานในระยะสุดท้าย และเมื่อมีน้ำในช่องท้องมาก ๆ จะส่งผลไปกดการไหลเวียนเลือดในช่องท้อง เป็นสาเหตุทำให้หลอดเลือดดำไหลกลับเข้าช่องท้องได้ไม่ดีนัก
  4. ท้องผูก ต้องเบ่งถ่ายอุจจาระเป็นประจำ
  5. ผู้หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากมีการเพิ่มความดันในช่องท้อง การขยายตัวของเส้นเลือดที่ปากทวารหนักร่วมกับท้องผูก

สัญญาณอันตราย ชวนให้สงสัยว่าอาจเป็นริดสีดวงทวาร…

  • เมื่ออุจจาระแล้วมีเลือดสด ๆ ไหลออกมาด้วย
  • คลำพบก้อนที่รูทวารหนัก

โรคนี้แบ่งเป็น 4 ระยะ

  • ระยะที่ 1 – คลำพบก้อนข้างในรูทวารหนัก
  • ระยะที่ 2 – คลำพบก้อนที่รูทวารหนักเป็นบางครั้งและก้อนจะกลับเข้าไปทวารหนักได้เอง
  • ระยะที่ 3 – พบก้อนโผล่พ้นปากทวารหนักออกมา และสามารถใช้นิ้วดันกลับเข้าไปได้
  • ระยะที่ 4 – พบก้อนยื่นออกมา และใช้นิ้วดันกลับเข้าไปไม่ได้

การรักษา

  1. รับประทานอาหารที่มีกาก เช่น ผักสด ผลไม้สด
  2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อร่างกายเคลื่อนไหว ลำไส้ก็จะมีการเคลื่อนไหวและไปบีบให้อุจจาระมีการเคลื่อนตัวทำให้ขับถ่ายสบาย
  3. ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพื่อให้อุจจาระมีน้ำอุ้มอยู่ ส่งผลให้อุจจาระนุ่ม

ข้อควรทราบ….

  1. โรคริดสีดวงทวาร ไม่ใช่สาเหตุของโรคมะเร็งทวารหนัก
  2. โรคริดสีดวงทวาร มี 2 ชนิด คือ “ชนิดภายใน” และ “ชนิดภายนอก”
  3. การรักษาโดยการผ่าตัดไม่ค่อยมีความจำเป็น เพราะโดยทั่วไปโรคนี้เพียงปฏิบัติตนตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และรับประทานอาหารที่มีกากใยมาก ๆ อาการก็จะทุเลาในเร็ววัน
  4. ถ้าถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือดให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็น “โรคมะเร็งปากทวารหนัก” ต้องรีบพบแพทย์โดยเร็ว
  5. ถ้าขับถ่ายอุจจาระแล้วปวดปากทวารหนักเหมือนมีดบาด แสดงว่าเป็น”โรคร่องแผลที่ปากทวารหนัก”

การรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักมีหลายวิธี กล่าวคือ การใช้ยาเหน็บทวารหนักการกินยาระบายหรือยาที่ทำให้อุจจาระนุ่ม การฉีดยาที่หัวริดสีดวงทวารหนัก การใช้ยางรัด และการผ่าตัดหัวริดสีดวงทวารหนัก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสภาวะทั่วไปของผู้ป่วย

“สุขภาพของท่าน ท่านคือคนสำคัญที่มีบทบาทที่สุดในการดูแลรักษานะครับ”

ขอบคุณที่มาจาก : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล