โรคที่เกิดจาก ปรสิต

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / โรคที่เกิดจาก ปรสิต

อันตรายจาก ปรสิต

ปรสิต หมายถึง สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นเพื่อเป็นที่อาศัยและเป็นแหล่งอาหาร นบาง ครั้งทําอันตรายสิ่งมีชีวิตที่ปรสิตอาศัยนั้นให้เจ็บป่วยหรือถึงแก่ชีวิต ตัวอย่างของปรสิตที่พบได้ในแหล่งน้ำ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่

1.  ปรสิตที่อาศัยในลําไส้ซึ่งออกมากับอุจจาระของคนหรือสัตว์ แล้วปนเปื้อนในแหล่งน้ำ ปรสิตใน  กลุ่มนี้จะติดต่อสู่ร่างกายโดยการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด น้ำที่ไม่ได้ผ่านการกรองหรือน้ำที่ไม่ได้ต้มเดือด ตัวอย่างของปรสิตในกลุ่มนี้ ได้แก่ ปรสิตจําพวกโปรโตซัว เช่น Cryptosporidium,Giardia, Entamoeba, Microsporidia, Isospora และปรสิตจําพวกหนอนพยาธิ เช่น ไข่ของพยาธิตืดหมู และไข่ของพยาธิไส้เดือน เป็นต้น

2.  โปรโตซัวจําพวกอะมีบาที่อาศัยเป็นอิสระในธรรมชาติ ตามดิน โคลน และแหล่งน้ำ เมื่อคนได้รับเชื้อโดยบังเอิญจะก่อโรคในคนได้เชื้อในกลุ่มนี้ ได้แก่ Naegleria และ Acanthamoeba

 

86522724

โรคที่เกิดจาก ปรสิต

ปรสิต ที่พบได้ในแหล่งน้ำ อาจทําให้เกิดโรคหรืออาการดังนี้

–   คริปโตสปอริเดียม  (Cryptosporidium) เป็นสาเหตุที่สําคัญของโรคอุจจาระร่วง โดยเฉพาะในผู้ป่วยเอดส์การก่อโรคในผู้ที่ภูมิคุ้มกันปกติจะทําให้เกิดอาการ ท้องเสียที่ไม่รุนแรงและหายได้เอง  ส่วนในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจะทําให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรงและ เรื้อรัง จนทําให้เสียชีวิตได้

–   ไกอาร์เดีย  (Giardia)  ระยะที่พบในน้ำเป็นระยะซีสต์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายเชื้อจะออกจากซีสต์  แล้วเจริญเติบโตเป็นระยะโทรโฟซอยต์ในลำไส้เล็ก ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงเป็นน้ำหรือมีไขมันปน  ในผู้ที่มีอาการท้องเสียเรื้อรังอาจจะเกิดภาวะขาดสารอาหารได้

–   เอนทะมีบา (Entamoeba) ระยะที่พบในน้ำเป็นระยะซีสต์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายเชื้อจะออกจากซีสต์ แล้วเจริญเติบโตเป็นระยะโทรโฟซอยต์ ทําให้เกิดแผลที่ลําไส้ใหญ่ และถ่ายอุจจาระเหลวเป็นมูกปนเลือดเก่า กลิ่นเหม็นเน่า เชื้อเอนทะมีบาอาจก่อโรคนอกลําไส้ได้ทําให้เกิดบิดที่ตับ ปอด และสมอง

–   ไมโครสปอริเดีย (microsporidia) ระยะสปอร์มีขนาดเล็กมาก ทําให้เกิดอาการท้องเสียเป็นน้ำ และเป็นสาเหตุสําคัญของโรคอุจจาระร่วงเรื้อรังในผู้ป่วยเอดส์

–   ไอโสสปอรา (Isospora) ทําให้เกิดอาการท้องเสียเป็นน้ำ การติดเชื้อในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจะทําให้ เกิดโรคอุจจาระร่วงเรื้อรัง

–   ไข่ของพยาธิตืดหมู  ที่ปนเปื้อนในน้ำดื่มหรืออาหารที่รับประทานเข้าไป ทําให้เกิดโรคซีสติเซอร์  โคสิส (cysticercosis) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากพยาธิตืดหมูระยะตัวอ่อน (cysticercus) ไปอยู่ตามกล้ามเนื้อและผิวหนัง พยาธิระยะตัวอ่อนอาจก่อโรคที่ตาและทําให้ตาบอดได้ส่วนการก่อโรคที่สมองทํา ให้เกิดอาการทางสมองและชักได้รุนแรง

–   ไข่ของพยาธิไส้เดือน เมื่อเข้าสู่ร่างกายโดยการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่มีไข่ของพยาธิ ไส้เดือนปนเปื้อน พยาธิระยะตัวอ่อนที่ออกจากไข่จะเจริญเติบโตเป็นพยาธิระยะตัวเต็มวัยอาศัยที่ ลําไส้เล็ก พยาธิไส้เดือน มักไม่ทําให้เกิดอาการ แต่ในผู้ที่มีพยาธิไส้เดือนจํานวนมากอาจทําให้เกิดภาวะลําไส้อุดตัน ภาวะขาดสารอาหาร บางคนเกิดอาการไอเนื่องจากพยาธิระยะตัวอ่อนเดินทางผ่านปอด นอกจากนี้ของเสียจากพยาธิทําให้เกิดลมพิษได้

–   นีเกลอเรีย (Naegleria) เป็นอะมีบาที่พบในแหล่งน้ำจืด รวมทั้งน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ตามปกติเชื้อนี้อาศัยเป็นอิสระในธรรมชาติ คนได้รับเชื้อโดยบังเอิญโดยการสําลักน้ำทางจมูก เชื้อจะเข้าสู่โพรงจมูกแล้วผ่านเข้าสู่สมอง ทําให้เกิดโรคสมองและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยจะมีไข้ คัดจมูก สูญเสียการรับกลิ่น ปวดศีรษะอย่างมาก คอแข็ง หลังแข็ง คลื่นไส้ อาเจียน ซึมลง ชัก  และหมดสติ ผู้ติดเชื้อนีเกลอเรียมักเสียชีวิตหลังจากเริ่มปรากฏอาการภายใน 7 วัน

–   อะแคนทะมีบา (Acanthamoeba) เป็น อะมีบาที่พบในแหล่งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำทะเล และน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ตามปกติเชื้อนี้อาศัยเป็นอิสระในธรรมชาติ คนได้รับเชื้อโดยบังเอิญ การติดเชื้ออะแคนทะมีบาที่ระบบหายใจทําให้ปอดอักเสบ การติดเชื้อทางบาดแผลทําให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ส่วนการติดเชื้อที่กระจกตาซึ่งมักพบในผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ทําให้เกิดอาการ ระคายเคืองตา ตาแดง ปวดตาอย่างมาก ตามัว กลัวแสง ถ้าเชื้อลุกลามมากอาจทําให้ตาบอดได้  เมื่อเชื้ออะแคนทะมีบาเข้าสู่กระแสเลือดอาจก่อโรคสมองอักเสบ ซึ่งมักทําให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

 

ขอบคุณที่มาจาก : รศ.พญ.ดาราวรรณ วนะชิวนาวิน
ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา