ความผิดปกติของการ นอนหลับ

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ความผิดปกติของการ นอนหลับ

ทำไมพวกเราจึงต้องการ การนอนหลับ ?

เหตุผลที่ว่าทำไมมนุษย์จำเป็นต้อง นอนหลับ ก็เพื่อให้ร่างกายคืนสมรรถภาพ โดยเฉพาะการทำงานของสมองให้เป็นไปได้อย่างปกติ ซึ่งการ นอนหลับ โดยปกติจะประกอบขึ้นด้วยสองระยะที่สลับกันไปมาทั้งคืนคือ REM sleep เป็นระยะที่มีการกลอกตาทั้งสองข้างไปมาอย่างรวดเร็วในขณะหลับ ส่วน Non-rapid eye หรือ Non-REM Sleep เป็นการนอนหลับในระยะที่ลูกตาสองข้างไม่กรอกไปมา โดยการนอนส่วนนี้จะแบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ การนอนที่ผิดปกติ หลับไม่สนิท นอนไม่หลับ นอนไม่พอ ทำให้ตื่นมาไม่สดชื่น ซึ่งเป็นลักษณะของการอดนอน

 114366585

ระยะเวลาของการ นอนหลับ ที่เราต้องการนั้นโดยทั่วไปในเด็กจะใช้เวลาในการนอนหลับมากในระยะแรกเกิด แล้วค่อยๆ ลดลงเมื่อเติบโตขึ้น แต่ในผู้ใหญ่จะใช้เวลานอน 6-8 ชั่วโมง หรือน้อยที่สุดไม่ควรน้อยกว่า 4-5 ชั่วโมง ซึ่งการนอนหลับได้อย่างเพียงพอจะใช้เวลา 8 ชั่วโมงโดยเฉลี่ย

ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia)

ภาวะนอนไม่หลับ คือ โรคทางการนอนที่ผู้ป่วยไม่สามารถนอนหลับได้ต่อเนื่อง เป็นปัญหากวนใจหลายๆ คน และมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการง่วงนอนแต่ไม่หลับ หรือนอนหลับสั้นๆ  ก็จะตื่นมากลางดึกและไม่สามารถข่มตาให้นอนหลับอีก หรือบางครั้งไม่สามารถนอนหลับได้เลยตลอดทั้งคืน  ซึ่งการจะหาสาเหตุนั้นมักมาจากการซักประวัติ ซึ่งต้องครอบคลุมทุกระบบ โดยการวินิจฉัยภาวะการนอน เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะทำให้ทราบสาเหตุของโรคได้

สาเหตุของการนอนไม่หลับ อาจมาจากหลายปัจจัย

  • อาหาร เครื่องดื่ม หรือสารที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน สารกระตุ้น หรือยาบางประเภท
  • สิ่งแวดล้อมขณะหลับ เช่น เตียงนอน สภาพแวดล้อมในห้องนอน นอนผิดที่ ความสว่างและเสียงรบกวน
  • การเดินทางผิดเวลา การทำงานเป็นกะ
  • โรคสมองบางอย่าง เช่น พาร์กินสัน สมองเสื่อม โรคไต โรคไทรอยด์ เนื้องอกในสมอง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับซึ่งทำให้ตื่นบ่อย

อาการของการนอนไม่หลับ

  • ภาวะง่วงนอนเวลากลางวัน (Excessive daytime sleepiness)
  • ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia)
  • อาการกรน และภาวะหยุดหายใจ
  • แขนขาเคลื่อนไหวผิดปกติขณะนอนหลับ

วิธีปฏิบัติเพื่อการนอนหลับที่ดี

  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ก่อนนอน 2 ชั่วโมง
  • อย่าเข้านอนเวลาหิว
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ คาเฟอีน ผสมอยู่ ก่อนนอน 3 ชั่วโมง
  • ความเครียด ความวิตกกังวล เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เรานอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท ก่อนนอนควรผ่อนคลาย
  • หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน 6  หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหนักก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (Sleep Apnea)

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นภาวะที่เกิดจากการมีสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงเกิดการไหลเวียนของอากาศที่หายใจเข้าไปไม่สะดวก

อาการที่แสดงของภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ

  • มีเสียงกรนขณะนอนหลับ
  • ตื่นนอนแล้วมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ เจ็บคอ หรือเพลียหลังจากตื่นนอน นับเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ง่วงนอนทั้งวัน (Daytime Sleepiness) ทั้งที่นอนหลับมาทั้งคืน ภาวะนี้จะเป็นอันตรายมากถ้าต้องขับรถอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ภาวะนอนกรน

“ ภาวะนอนกรน  ไม่ได้สร้างปัญหาแค่เสียงรบกวนอันน่ารำคาญเท่านั้น  แต่อันตรายจากการนอนกรน อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ”

ผลกระทบจากการนอนกรน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยหยุดหายใจบางขณะ สร้างปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันมากมาย เช่น ง่วงในเวลากลางวัน สมาธิสั้น อ่อนเพลียเรื้อรัง หงุดหงิดอารมณ์เสีย ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และผู้ที่นอนกรนยังมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นหลอดเลือดสมองแตก สมองเสื่อม โรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หย่อนสมรรถภาพทางเพศ และส่งผลต่อความสามารถในการจดจำและการใช้ความคิดอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ที่กรนเสียงดังๆ ยังรบกวนคู่นอนทำให้นอนไม่หลับได้

การนอนกรนคงจะไม่เป็นอันตรายใดๆ หากไม่มีภาวะการหายใจที่ผิดปกติและหยุดหายใจขณะหลับ  ซึ่งผู้ป่วยที่มีทางเดินหายใจแคบมากในเวลาหลับ เมื่อยังหลับไม่สนิทจะมีเสียงกรนที่สม่ำเสมอ แต่เมื่อหลับสนิทจะเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ มีเสียงกรนที่ติดสะดุดไม่สม่ำเสมอ โดยจะมีช่วงกรนเสียงดัง-ค่อยสลับกันเป็นช่วงๆ และจะกรนดังขึ้นเรื่อยๆ โดยมีช่วงหยุดกรนไปชั่วระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการหยุดหายใจ ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจติดขัดเหมือนคนสำลักน้ำ และจะทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง เป็นผลให้ขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองระหว่างนั้นอาจทำให้เซลล์สมองเสื่อมได้

การตรวจการนอนกรน

ตรวจร่างกายโดยแพทย์

  • แพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยสาเหตุเริ่มต้นอาจพบความผิดปกติตั้งแต่จมูก โพรงจมูก หลังโพรงจมูก บริเวณเพดานอ่อน ช่องปาก ต่อมทอนซิล โคนลิ้น เป็นต้น

ตรวจพิเศษในท่านอน

  • โดยกล้องส่องตรวจหลอดลมชนิดอ่อนตัวได้ (Flexible fiberoptic laryngoscope) บริเวณโพรงหลังจมูก ตำแหน่งเพดานอ่อนและโคนลิ้น (เฉพาะคนไข้บางราย)

ตรวจด้วยการเอ็กซเรย์

  • เพื่อหาตำแหน่งที่ตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนบน

การตรวจความผิดปกติจากการนอน (Polysomnography : PSG / Sleep Lab)

  • เป็นการตรวจการหายใจที่สัมพันธ์กับการทำงานของหัวใจและสมองขณะหลับ การตรวจการนอนหลับนี้ ประกอบด้วย
    • การตรวจวัดคลื่นสมอง
      เพื่อวัดระดับความลึกของการนอนหลับ และการตรวจวัดการทำงานของกล้ามเนื้อขณะหลับ หลับได้สนิทมากน้อยแค่ไหน ประสิทธิภาพการนอนดีเพียงใด ในบางคน  ที่มีลมชักขณะหลับ
    • การตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะหลับ
      เพื่อดูว่าหัวใจมีการเต้นผิดจังหวะที่อาจมีอันตรายได้หรือไม่ มากน้อยเพียงใด
    • การตรวจวัดความอิ่มตัวของระดับออกซิเจนในเลือดแดงขณะหลับ
      เพื่อตรวจดูว่าร่างกาย มีการขาดออกซิเจนหรือไม่ในขณะหลับ แล้วหยุดหายใจหรือหายใจเบา
    • การตรวจวัดลมหายใจ
      ที่ผ่านเข้าออกทางจมูกและปาก และการตรวจวัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทรวงอกและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ใช้ในการหายใจ ดูว่ามีการหยุดหายใจหรือไม่ เป็นชนิดไหน ผิดปกติมากน้อยหรืออันตรายเพียงใด
    • ตรวจวัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ทรวงอก และกล้ามเนื้อหน้าท้อง ที่ใช้ในการหายใจ
    • ตรวจเสียงกรน
      ดูว่ากรนจริงหรือไม่ กรนดังค่อยแค่ไหน กรนตลอดเวลาหรือไม่ กรนขณะ นอนท่าไหน
    • การตรวจท่านอน
      ในแต่ละท่านอนมีการกรนหรือการหายใจผิดปกติแตกต่างกันอย่างไร

นอนกรนรักษาได้

เป็นความเข้าใจผิดที่คนส่วนใหญ่คิดว่าการนอนกรนเป็นเรื่องทั่วๆ ไปที่ไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ความจริงแล้วการนอนกรนเป็นเรื่องที่ควรเอาใจใส่ และเป็นโรคที่สามารถรับการรักษาได้ เบื้องต้นผู้ป่วยสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง เช่น ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายและกล้ามเนื้อแข็งแรง หลีกเลี่ยงการนอนหงายโดยพยายามนอนในท่าตะแคงข้างและนอนศีรษะสูงเล็กน้อย หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือยานอนหลับ หรือยากล่อมประสาทก่อนนอน กรณีที่เป็นการนอนกรนชนิดอันตรายที่มีการหยุดหายใจร่วมด้วย ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษา

ทางเลือกการรักษา มีอะไรบ้าง

  • วิธีไม่ผ่าตัด
    การรักษาแบบ Positive Airway Pressure Therapy เป็นการใช้เครื่องพ่นอากาศ (Machine) โดยแพทย์อาจ เลือกใช้เครื่องช่วยหายใจ CPAP ซึ่งเป็นเครื่องครอบจมูกขณะหลับ เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น วิธีนี้ปลอดภัย และได้ผลดีในผู้ป่วยเกือบทุกราย
  • วิธีผ่าตัด
    แพทย์อาจรักษาโดยวิธี Somnoplasty คือ การจี้กระตุ้นใหเพดานอ่อนหดตัวลง โคนลิ้นหดตัวลง หรืออาจตัดสินใจใช้วิธีการผ่าตัดเอาส่วนที่ยืดยานออก ซึ่งการจะพิจารณาเลือกรักษาโดยวิธีใดนั้น ก็ขึ้นกับความเหมาะสมในแต่ละกรณีไป

 

ขอบคุณที่มาจาก : โรงพยาบาลเวชธานี