โรคไทรอยด์ ทำให้อ้วนจริงหรือ?

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / โรคไทรอยด์ ทำให้อ้วนจริงหรือ?

เพิ่งผ่านไปได้ไม่นานกับคอนเสิร์ต Turn Back Time with Tata ของนักร้องสาวทาทา ยัง หลังจากห่างหายจากเวทีคอนเสิร์ตไปนาน งานนี้แฟนๆคงหายคิดถึงกันแน่นอน เพราะสาวทาทาจัดเต็ม ทั้งร้อง เต้น สุดมันส์ ใส่พลังเต็มที่เหมือนเคย ใครที่ติดตามผลงานของสาวทาทาตั้งแต่ยุคแรกๆกับฉายา “สาวน้อยมหัศจรรย์” จนถึงอัลบั้มโกอินเตอร์ และมาจนถึงปัจจุบันนี้ ทุกคนก็คงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของสาวทาทาอยู่ตลอดเวลา ทั้งความสามารถ ร้อง เต้น และภาพลักษณ์ที่ดูเซ็กซี่ขึ้น แต่ช่วงหลังๆ ที่เธอห่างหายไป หลายคนคงจะทราบกันดีว่าสาวทาทา ป่วยเป็น โรคไทรอยด์ จึงทำให้รูปร่างของเธอไม่เหมือนแต่ก่อน แต่คอนเสิร์ตครั้งนี้ ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า รูปร่างไม่ได้มีผลกับการร้องและเต้นของเธอแม้แต่น้อย ทาทา ก็ยังคงเป็นทาทา ศิลปินที่มีความสามารถและให้ความสุขกับแฟนๆได้เสมอ

 

Turn-Back-Time-With-Tata-24

ภาพจากคอนเสิร์ต Turn Back Time with Tata

 

หลายคนคงสงสัยว่า โรคไทรอยด์ มีผลทำให้รูปร่างของคนเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรอ และมีอาการอะไรอย่างอื่นอีกไหม และสาเหตุของโรคนี้เกิดจากอะไร ดูเหมือนว่าโรคนี้จะฮิตในหมู่ดารานักแสดงจริงๆเพราะมีหลายท่านที่ต้องเผชิญกับ โรคไทรอยด์ เช่น หนิง ปณิตา , อาภาพร นครสวรรค์ ที่เป็น โรคไทรอยด์ ชนิดอ้วนแบบเดียวกับสาวทาทา และ เปิ้ล จารุณี ,ตุ๊ก ชนกวนัน , ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ,ไอด้า ไอรดา, แม่ทุม ปทุมวดี ก็ป่วยเป็นโรคไทรอยด์ชนิดผอมเช่นกัน โรคไทรอยด์มีกี่ประเภท ชนิดผอม กับชนิดอ้วน จริงๆแล้วมีชื่อเรียกว่าอะไร วันนี้เรามีคำตอบมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ

 

242470-5230736788bbeภาพสาวทาทา ยัง ในอดีต

 

มารู้จักกับต่อมไทรอยด์

ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมขนาดเล็กที่มีรูปร่างเหมือนผีเสื้ออยู่ที่คอใต้ลูกกระเดือกมีขนาดยาว4 ซม.กว้าง 1-2 ซม. ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย อุณหภูมิของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระดับไขมันในเลือด รวมทั้งอารมณ์และความรู้สึก

ปกติต่อมไทรอยด์จะหลั่งฮอร์โมนออกมาในปริมาณที่เหมาะสม ฮอร์โมนที่สำคัญคือ Tetraiodothyronine( thyroxin หรือ T4) และ Triiodothyronine(T3) โดยฮอร์โมนนี้จะมีฐาตุไอโอดินเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ถ้าฮอร์โมนหลั่งน้อยไปเรียก Hypothyroid ร่างกายจะเผาผลาญน้อยลง แต่ถ้าฮอร์โมนหลั่งมากร่างกายจะเผาผลาญมากทำให้น้ำหนักลดเรียก Hyperthyroid

การวินิจฉัยโรค

1. การตรวจเลือดหาระดับไทรอยด์ฮอร์โมน ต่อมใต้สมอง Pituitary gland จะสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่า Thyroid stimulating hormone TSH ทำหน้าที่กระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมน thyroxin หรือ T4 และ T3 เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญอาหาร

  • หากต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนมากเกินไปเรียก Hyperthyroid ตรวจเลือดจะพบว่า T4 และ T3 สูงแต่ TSH ต่ำ
  • หากต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนน้อยเกินไปเรียก Hypothyroid ตรวจเลือดจะพบว่า T4 และ T3 ต่ำแต่ TSH สูง

2. Thyroid scan คือการตรวจต่อมไทรอยด์โดยการให้ผู้ป่วยรับประทานเกลือ iodine ที่อาบรังสี หลังจากนั้นนำผู้ป่วยเข้าเครื่องตรวจ ประโบชน์ของ Thyroid scan คือ

  • บอกว่าต่อมไทรอยด์มีการอักเสบหรือไม่ Thyroiditis
  • บอกว่าต่อมไทรอยด์มีการสร้างฮอร์โมนเพิ่มขึ้นหรือไม่
  • แยกก้อนที่ต่อมไทรอยด์ว่าเป็นHot nodule หรือ Cold nodule

Hot nodule หมายถึงก้อนที่ต่อมไทรอยด์ที่มีการสร้างฮอร์โมนสูง มักจะไม่เป็นมะเร็ง ส่วนCold nodule มีโอกาศเป็นมะเร็งร้อยละ 5 มะเร็งต่อมไทรอยด์ส่วนใหญ่เป็น Cold nodule

3. Needle aspirate เป็นการใช้เข็มเจาะเนื้อไทรอยด์และดูดเอาเนื้อไทรอยด์ส่งตรวจทางกล้องจุลทัศน์เพื่อตรวจชิ้นเนื้อว่าเป็นมะเร็ง หรือคอพอกเป็นพิษ หรือเป็นซีต

4. การตรวจ ultrsound เพื่อตรวจดูว่าก้อนไทรอยด์นั้นเป็นก้อนเนื้อ หรือเป็น cyst

โรคไทรอยด์ชนิดอ้วน – ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย ( Hypothyroid )

เป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนออกมาน้อย ทำให้ร่างกายเกิดอาการของการขาดฮอร์โมนไทรอยด์ ต่อมใต้สมอง [pituitary gland] จะสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่า Thyroid stimulating hormone [TSH] ออกมาเพื่อกระตุ้นต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้น ต่อมไทรอยด์จึงมีขนาดโตขึ้นที่เรียกว่าคอพอก goiter

สาเหตุ

  • เกิดจากการอักเสบของต่อมไทรอยด์ thyroiditis
  • เกิดจากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์มากเกินไป
  • เกิดจากการใช้น้ำแร่รักษาต่อมไทรอยด์เป็นพิษ

อาการของต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย

อาการของผู้ป่วยเกิดจากการที่ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยร่างกายก็มีการเผาผลาญน้อย ผู้ป่วยที่เป็นไม่มากอาจจะไม่มีอาการอะไร หากไม่รักษาโรคจะเป็นมากขึ้นจนเกิดอาการของต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย คือ

  • อ่อนเพลีย
  • ผิวหยาบและแห้ง ผิวซีด และผมแห้ง
  • อมรมณ์ผันผวน
  • ขี้ลืม
  • น้ำหนักเพิ่ม
  • กลืนลำบาก
  • ขี้หนาว
  • เบื่ออาหาร

กลุ่มอาการ Subclinical Hypothyroidism

เป็นภาวะที่พบได้บ่อยเป็นภาวะที่พบว่าค่า TSH สูง โดยที่ค่า T3 T4 มีค่าปกติโดยที่ไม่มีอาการ การตัดสินใจรักษาจะต้องพิจารณาให้รอบครอบเพราะหากรักษาจะต้องรักษาตลอดชีพ

การวินิจฉัยโรค

โดยการเจาะเลือดตรวจหาฮอร์โมนของต่อมธัยรอยด TSH T3 T4 จะพบว่าค่า T4 ปกติหรือต่ำ แต่ค่า TSH จะสูงเป็นการยืนยันการวินิจฉัย

การรักษา

  • โดยการให้ thyroid hormone ตลอดชีวิต โดยต้องเริ่มให้ขนาดน้อยแล้วปรับยาจนกระทั่งค่า T4 และ TSH อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ไม่ควรเปลี่ยนยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
  • ควรตรวจหาระดับ TSH เป็นระยะเพื่อปรับยาไทรอยด์

หากการวินิจฉัยไม่ผิดพลาดท่านจะต้องรับประทานยาไปตลอดชีวิต ไม่ควรหยุดยาเองแม้ว่าท่านจะป่วยจากโรคอื่น

โรคไทรอยด์ชนิดผอม – ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroid คอพอกเป็นพิษ)

หมายถึงภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมามากกว่าปกติทำให้เกิดอาการของภาวะฮอร์โมนเกินร่างกา ยมีการเผาผลาญอาหารมากเกินไป

สาเหตุสำคัญของโรคคอพอกเป็นพิษ

  • โรค Grave’s disease เกิดภาวะที่มีภูมิของร่างกายมีการกระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้สร้างฮอร์โมนออกมามาก ผู้ป่วยจะมีต่อมไทรอยด์โต
  • โรค Multinudular toxic goiter หมายถึงภาวะที่ก้อน [nodule] ในต่อมไทรอยด์ทำงานสร้างฮอร์โมนเพิ่มขึ้น อาจจะเป็นก้อนเดียว หรือหลายก้อน
  • Thyroiditis เป็นการอักเสบของต่อมไทรอยด์ ช่วงแรกของการอักเสบจะมีอาการของคอพอกเป็นพิษ แต่ระยะหลังจะเป็นต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย

ผู้ป่วยคอพอกเป็นพิษจะมีอาการอะไรบ้าง

  • อารมณ์แปรปรวน
  • นอนไม่หลับ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ตาโปน
  • มือสั่น
  • ใจสั่น เหนื่อยง่าย
  • คอพอก
  • ประจำเดือนผิดปกติ
  • ขี้ร้อน
  • น้ำหนักลดแม้ว่าจะรับประทานอาหารได้ดี

การวินิจฉัย

  • เจาะเลือดตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ พบว่าค่า T3 หรือ T4 สูงและค่า TSH ต่ำ
  • ทำไทรอยด์สแกน เพื่อดูสภาพต่อมไทรอยด์ว่าโตทั้งต่อมหรือไม่ มีก้อนหรือไม่ หรือเป็นต่อมไทรอยด์อักเสบ

การรักษา

การรักษามีได้หลายวิธีแพทย์จะพิจารณาจาก อายุ เพศ สภาพของผู้ป่วย ชนิดของคอกพอกเป็นพิษ ความรุนแรงของโรค การรักษามีได้ 3 วิธีคือ

  • การรับประทานยาเพื่อลดการสร้างฮอร์โมน เช่นยา PTU ,Methimazole
  • การรับประทานน้ำแร่ radioactive iodine เมื่อรับประทานน้ำแร่ซึ่ง iodine ที่มีรังสีจะทำลายเนื้อต่อมไทรอยด์ แพทย์จะคำนวณขนาดยาที่เหมาะสม
  • การผ่าตัด ปัจจุบันการผ่าตัดมีความนิยมลดลงไปมาก โดยเลือกกับผู้ป่วยบางราย เช่น เด็ก วัยรุ่น หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีปัญหาในการรักษา หรือผู้ที่มีต่อมโตมาก มีอาการทางตารุนแรง หรือมีก้อนในต่อม

ยาอื่นๆได้แก่กลุ่ม  betablockerเช่น propanolol,atenolol,metoprolol เพื่อลดอาการของโรค

 

ได้ทำความรู้จักกัน โรคไทรอยด์ ทั้งสองชนิดกันไปแล้วนะคะ จริงๆแล้วโรคไทรอยด์ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง แต่แค่ต้องดูแลตัวเองตลอดเวลา และเราหวังว่าสาวทาทา จะดูแลตัวเองให้อาการดีขึ้นเรื่อยๆ และมีผลงานเพลงออกมาให้แฟนๆได้ติดตามกันอีกนะคะ และดารานักแสดงท่านอื่นที่ป่วยด้วยโรคนี้ เราก็ขอให้ดูแลสุขภาพของตัวเอง และขอให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นนะคะ ท่านผู้อ่านก็เช่นกันค่ะ ลองสังเกตอาการของตัวเองดูว่ามีความผิดปกติและมีอาการเหมือนดังที่กล่าวมาไหม ถ้าสงสัยให้รีบไปตรวจที่โรงพยาบาลทันทีเลยนะคะ เพื่อที่เราจะได้รักษาอย่างทันท่วงที

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : siamhealth.net