เสียงแหบ

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / เสียงแหบ

การพูดเราจะต้องใช้อวัยวะหลายชนิด

  • จมูก เพื่อหายใจรับลมเข้าปอด และไซนัสข้างโพรงจมูกเพื่อเพิ่มความก้องของเสียง
  • ปาก โดยมีริมฝีปาก ฟัน ลิ้น ช่วยผันเสียง

 

เสียงแหบ

กล่องเสียง เป็นแหล่งกำเนิดเสียงของคนเรา ประกอบไปด้วยสายเสียง เมื่อเราหายใจเข้าสายเสียงแยกจากกัน เมื่อเราพูดหรือร้องเพลง สายเสียงจะมาชิดกัน เมื่อลมจากปอดผ่านมาจะทำให้สายเสียงสั่นจนเกิดเสียง สายเสียงที่เล็กจะสั่นเร็วทำให้เกิดเสียงสูง ภาวะที่ทำให้สายเสียงบวมหรือมีเนื้องอกที่สายเสียงจะทำให้ เสียงแหบ

สาเหตุของ เสียงแหบ

สาเหตุของเสียงแหบ เกิดจากการที่สายเสียงซ้ายและขวาขยับมาไม่ชิดกัน หรือชิดกันแต่ตัวสายเสียงเกิดบวม ทำให้เสียงแหบ มีสาเหตุมากมาย โชคดีที่ส่วนใหญ่ไม่ใช่โรคร้าย และสามารถหายได้เองในระยะเวลาไม่นาน

สาเหตุที่พบบ่อยๆ ได้แก่

1. กล่องเสียงอักเสบ Acute Laryngitis สาเหตุอาจจะเกิดจากการอักเสบจากเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งการตะโกนเชียร์กีฬา

2. เนื้องอกที่สายเสียง Vocal Nodules ผู้ต้องใช้เสียงมากๆ ใช้เสียงนาน หรือเสียงดังไป เช่น คุณครู นักร้อง โฆษก กลุ่มบุคคลเหล่านี้ จะมีเนื้องอก vocal nodules (singers nodes) เกิดที่สายเสียงทำให้เสียงแหบ นอกจากนั้นมะเร็งกล่องเสียงก็อาจจะทำให้เกิดเสียงแหบ

3. การสูบบุหรี่ Smoking ควันบุหรี่จะระคายต่อหลอดลม ข้อระวังบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งกล่องเสียง ถึงแม้จะไม่ได้สูบเอง แต่คลุกคลีกับคนที่สูบบุหรี่มากๆ เมื่อสูดเอาควันบุหรี่เข้าไปนานๆ ก็ทำให้มีโอกาสเป็นมะเรีงกล่องเสียงได้มากกว่าคนทั่วไป ดังนั้นผู้ที่สูบบุหรี่และเสียงแหบต้องตรวจกล่องเสียง

4. ภาวะหูรูดกระเพราะหย่อน Gastroesophageal Reflux กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อน ทำให้ระคายเคืองต่อสายเสียง มักจะเกิดในคนแก่

5. สาเหตุอื่นๆ ที่พบได้คือ ภูมิแพ้ โรคทางระบบประสาท การได้รับอุบัติเหตุที่กล่องเสียง

เมื่อไรควรจะพบแพทย์

  • เสียงแหบเป็นเวลานานมากกว่า 2 สัปดาห์
  • เสียงแหบร่วมกับเจ็บคอ ไอ เสมหะมีเลือด กลืนลำบาก มีก้อนที่คอ
  • ไม่มีเสียงกว่า 2-3 วัน

แพทย์จะตรวจอะไรบ้าง

แพทย์ทางหู คอ และจมูก จะซักประวัติและตรวจร่างกาย แล้วใช้กระจกส่องดูสายเสียง บางรายอาจจะต้องใช้กล้อง Fiberoptic Scope ส่องเข้าทางจมูก การตรวจทั้งสองแบบไม่เจ็บปวดอะไร

การป้องกัน และการดูแลตัวเอง

  • หลีกเลี่ยงการใช้เสียงดัง พักการใช้เสียง หรือใช้เสียงนานเกินไป หลีกเลี่ยงการพูด หรือร้องเพลงขณะเสียงแหบ
  • หยุดสูบบุหรี่ และการได้รับควันบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงสุรา กาแฟ
  • ดิ่มน้ำวันละ 1.5-2 ลิตร
  • ให้เพิ่มความชื้นในบ้าย
  • หลืกเลี่ยงอาหารเผ็ด อาหารรสจัด
  • ปรึกษาแพทย์เพื่อฝึกพูด

ขอบคุณที่มาจาก : นพ.ณรงค์ เสรีศิริขจร โรงพยาบาลสุขุมวิท

ขออนุญาตใช้เนื้อหา