อาการปวดหู

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / อาการปวดหู

อาการปวดหู เป็นอาการที่พบได้บ่อยซึ่งอาจเกิดจากโรคของหูเอง หรือเกิดจากโรคของอวัยวะอื่น ๆ

สาเหตุของอาการปวดหู

1. พยาธิสภาพที่เกิดจากโรคของหูเอง ทั้งหูชั้นนอก,หูชั้นกลาง และหูชั้นใน

หูชั้นนอก

  • การบาดเจ็บของใบหู,ช่องหูชั้นนอก และเยื่อบุแก้วหู
  • สิ่งแปลกปลอมในช่องหูชั้นนอก
  • ขี้หูอุดตันในช่องหูชั้นนอก
  • เนื้องอกของใบหู,ช่องหูชั้นนอก
  • การอักเสบของกระดูกอ่อนของใบหู (perichondritis)
  • หูชั้นนอกอักเสบชนิดเฉียบพลัน และเรื้อรัง
  • ฝีในช่องหูชั้นนอก
  • เยื่อบุแก้วหูอักเสบ

หูชั้นกลาง

  • การบาดเจ็บของหูชั้นกลางจากการเปลี่ยนแปลงของความดันบรรยากาศ (barotrauma)ทำให้มีเลือดออกได้
  • ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดความดันเป็นลบในหูชั้นกลาง
  • เนื้องอกในหูชั้นกลาง และโพรงอากาศมาสตอยด์
  • หูชั้นกลางอักเสบชนิดเฉียบพลัน และเรื้อรัง
  • โพรงอากาศมาสตอยด์อักเสบเฉียบพลัน
  • ฝีของโพรงอากาศมาสตอยด์

หูชั้นใน

  • การบาดเจ็บของหูชั้นใน ทำให้มีเลือดออกในหูชั้นใน
  • เนื้องอกของประสาทการทรงตัว เช่น acoustic neuroma
  • หูชั้นในอักเสบ (labyrinthitis)

    ปวดหู

2. พยาธิสภาพที่เกิดจากโรคของอวัยวะอื่น ๆ แล้วมีอาการปวดร้าวมาที่หู เนื่องจากหูเป็นอวัยวะที่มีประสาทสมองคู่ที่5,7,9,10 และประสาทไขสันหลังส่วนคอช่วงบนมาเลี้ยง ดังนั้นเมื่อมีพยาธิสภาพของอวัยวะที่เลี้ยงด้วยประสาทดังกล่าว จะทำให้มีอาการปวดหูได้

จากประสาทสมองคู่ที่ 5

จมูกและไซนัส

  • ผนังกั้นช่องจมูกคด และไปกดกับเยื่อบุจมูกด้านข้าง
  • เนื้องอกของจมูก และ/หรือไซนัส
  • การติดเชื้อ เช่น จมูกอักเสบ,ไซนัสอักเสบ

โพรงหลังจมูก

  • การบาดเจ็บ เช่น การตัดต่อมอดีนอยด์
  • เนื้องอกของโพรงหลังจมูก
  • การติดเชื้อ (โพรงหลังจมูกอักเสบ)

เหงือก, ฟันและขากรรไกร

  • การสบฟันที่ผิดปกติทำให้กล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรทำงานผิดปกติ
  • เนื้องอกของขากรรไกร
  • ฟันผุ, รากฟันอักเสบ, เหงือกอักเสบ
  • ฟันคุด, ฝีที่รากฟัน
  • ข้อกระดูกขากรรไกรอักเสบ

ต่อมน้ำลาย

  • นิ่วในท่อน้ำลายของต่อมน้ำลาย
  • การติดเชื้อ (ต่อมน้ำลายอักเสบ)

ช่องปาก และลิ้นส่วนหน้า

  • เนื้องอกของช่องปาก และลิ้นส่วนหน้า
  • การอักเสบติดเชื้อในช่องปาก และลิ้นส่วนหน้า

อื่น ๆ เช่น

  • หลอดเลือดที่ขมับอักเสบ(temporal arteritis)
  • เนื้องอกของประสาทสมองคู่ที่ 5(เช่น schwannoma)
  • ประสาทมีความไวผิดปกติ(trigeminal หรือ sphenopalatine neuralgia)

จากประสาทสมองคู่ที่ 7

  • การบาดเจ็บของประสาท
  • เนื้องอกของประสาทสมองคู่ที่ 7(เช่น schwannoma)
  • การอักเสบติดเชื้อ เช่นจากไวรัส (Ramsay-Hunt Syndrome)
  • อัมพาตของประสาทแบบเบลล์ (Bell’s palsy)
  • ประสาทมีความไวผิดปกติ (geniculate neuralgia)

จากประสาทสมองคู่ที่ 9 และ 10

คอหอยส่วนบนและลิ้นส่วนหลัง(โคนลิ้น)

  • การบาดเจ็บ เช่น ก้างหรือกระดูกตำคอ ปักที่ทอนซิล หรือโคนลิ้นเกิดการอักเสบหรือเกิดแผล,การตัดต่อมทอนซิล
  • เนื้องอก เช่น มะเร็งของต่อมทอนซิล,มะเร็งของโคนลิ้น
  • การติดเชื้อ เช่น ผนังคอหอยอักเสบ,ต่อมทอนซิลที่ผนังคออักเสบ,หนองฝีของต่อมทอนซิล,ต่อมน้ำเหลืองที่ผนังหลังคออักเสบ

กล่องเสียง คอหอยส่วนล่าง และหลอดอาหาร

  • การบาดเจ็บ เช่น ก้าง หรือกระดูก หรือสิ่งแปลกปลอม
  • เนื้องอก
  • การติดเชื้อ และการอักเสบ การระคายเคือง

อื่น ๆ เช่น ประสาทไวผิดปกติ (glossopharyngeal neuralgia)

จากประสาทไขสันหลังส่วนคอช่วงบน

  • การบาดเจ็บ เช่น การเกิดอุบัติเหตุบริเวณคอ,มีข้ออักเสบบริเวณคอ หรือกล้ามเนื้อคออักเสบ,ประสาทอักเสบหลังการผ่าตัดบริเวณคอ,โรคหมอนรองกระดูกต้นคอ
  • เนื้องอก
  • การติดเชื้อ เช่น ฝี หนองของกล้ามเนื้อคอ,ต่อมน้ำเหลืองที่คออักเสบ
  • อื่น ๆ เช่น กระดูกคอเสื่อม

การวินิจฉัยสาเหตุของอาการปวดหู แพทย์จะซักประวัติอาการของหูต่าง ๆ รวมถึง อาการที่ผิดปกติของอวัยวะอื่น ๆ โดยรอบ โดยเฉพาะอวัยวะที่เลี้ยงด้วยประสาทสมองคู่ที่ 5,7,9,10 และประสาทไขสันหลังส่วนคอช่วงบน รวมถึงการตรวจร่างกายทางหู,คอ ,จมูก อย่างละเอียด รวมทั้งช่องปาก เหงือก ฟัน ข้อต่อขากรรไกร ในบางรายอาจต้องส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น การส่องกล้องตรวจ,การถ่ายภาพรังสี โดยใช้เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)หรือใช้คลื่นแม่เหล็ก (MRI)

การรักษา

  1. การรักษาตามอาการ เช่น อาจใช้ยาระงับปวดชั่วคราว ในรายที่กำลังหาสาเหตุ หรือยังหาสาเหตุไม่พบ
  2. การรักษาตามสาเหตุ

จะเห็นว่าอาการปวดหู เกิดจากหลายสาเหตุตั้งแต่การอักเสบธรรมดาของหูไปถึงเนื้องอกของอวัยวะอื่น ๆ ดังนั้นไม่ควรนิ่งนอนใจเมื่อมีอาการปวดหู ควรปรึกษาแพทย์หู คอ จมูก เพื่อหาสาเหตุของอาการปวดหู.

 

ขอบคุณที่มาจาก : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา