ตากระตุก เค้าว่า ขวาร้ายซ้ายดี มันใช่หรอ??

หน้าแรก / โรคและการป้องกัน / ตากระตุก เค้าว่า ขวาร้ายซ้ายดี มันใช่หรอ??

เคยได้ยินกันไหมว่า หากมีอาการ ตากระตุก คนโบราณเค้าบอกกันต่อๆกันมาว่า ขวาร้ายซ้ายดี ถ้ากระตุกข้างซ้ายนานๆ นี่แสดงว่าจะต้องได้ลาภแน่ๆ แต่นั่นคือความเชื่อทางด้านจิตใจเฉยๆ เพราะในทางการแพทย์นั้น การเกิดอาการ ตากระตุก นั้นเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าร่างกายเราอาจกำลังมีอาการผิดปกติร่วมอยู่ อย่ามัวแต่คิดว่าจะโชคดีหรือโชคร้ายนะคะ

eye-1

โดย อาการ ตากระตุก นั้น นพ.ณวัฒน์ วัฒนชัย ได้อธิบายถึงอาการเหล่านี้ไว้ดังนี้

ปัญหาเปลือก ตากระตุก มักเกิดจากการยิงสัญญาณประสาทตามเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ซึ่งปกติจะหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อเปลือกตาและใบหน้ามากกว่าปกติ ทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อเปลือกตา และกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นไปโดยไม่ได้สั่งงาน บางคนจะมีเฉพาะเปลือก ตากระตุก บางคนก็มีกล้ามเนื้อใบหน้าหรือมุมปากกระตุกร่วมด้วย

โรคที่อาจเป็นสาเหตุของเปลือกตากระตุกมีหลายโรค เช่น หลอดเลือดแดงไปกดทับเส้นประสาทในคนที่มีความดันเลือดสูง เนื้องอกของอวัยวะใกล้เส้นประสาท หรือของเส้นประสาทเอง แต่ส่วนใหญ่จะไม่พบโรคร้ายแรง (และไม่มีโรคที่เป็นสาเหตุ) และมักเป็นข้างเดียว พบมากในผู้สูงอายุ ตัวกระตุ้นก็เช่น ความเครียด การอดนอน กาเฟอีน แอลกอฮอล์

  • กรณีที่อาจจะต้องมีการสืบค้นโรคเพิ่มเติม เช่น
    เป็นในคนอายุน้อยกว่า 20 ปี แล้วไม่ยอมหาย หลังจากเวลาผ่านไปหลายเดือน
    มีการกระตุกของเปลือกตาทั้ง 2 ข้าง
    มีสัญญาณความบกพร่องของระบบประสาทอื่นๆร่วม เช่น อาการชาที่ใบหน้า การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ การรับรู้เสียงบกพร่อง เป็นต้น
    คนที่มีประวัติมะเร็งของอวัยวะใดมาก่อน

การรักษา มีหลายทางเลือก เช่น

การใช้ยา  มียาหลายตัว มักอยู่ในกลุ่มยาระงับประสาท ซึ่งไม่แนะนำให้ซื้อกินเอง “ต้องให้แพทย์สั่งจ่ายให้เท่านั้น”

การใช้ยาฉีด ทำให้กล้ามเนื้อที่กระตุกคลายตัวก็มักใช้ยาเป็น Botox ที่ตอนนี้กำลังนิยมฉีดแก้ปัญหาเหี่ยวย่นนั่นแหละ ต้องฉีดกันหลายครั้งเพราะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ มักฉีดกันทุก3-6 เดือน แล้วแต่คนไข้แต่ละคน ผลข้างเคียงที่พบ เช่น เปลือกตาตกชั่วคราว มุมปากตกชั่วคราว เพราะต้องปรับปริมาณยากันให้เหมาะสม ถ้ายามากไปแทนที่จะแค่ลดการกระตุกก็กลายเป็นอ่อนแรงไปเลย

การผ่าตัด  เช่น กรณีที่มีหลอดเลือดไปกดทับเส้นประสาท การผ่าตัด แก้ไขเรื่องนี้ก็ได้ผลดี

นอกจากนี้ก็มีวิธีอื่นๆ แต่ไม่ค่อยนิยมกันนัก ไม่มีวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แนะนำให้พบแพทย์และตรวจร่างกายจากนั้นขอคำปรึกษาเรื่องทางเลือกการรักษาที่เหมาะสม

ที่มาเนื้อหาจาก http://www.doctor.or.th/ask/detail/4107