ฟักข้าว อุดมไปด้วยไลโคปีน

หน้าแรก / แพทย์แผนไทย / ฟักข้าว อุดมไปด้วยไลโคปีน

ฟักข้าว หรือในต่างประเทศ เรียกว่า ผลแกก (Gac)  เป็นผักที่ชาวบ้านนิยมนำผลอ่อน หรือยอดอ่อนมาลวก หรือต้มเป็นผักเครื่องเคียงทานกับน้ำพริก สรรพคุณทางยา รากและใบ ใช้ถอนพิษ ลดไข้ เมล็ดดิบ มีฤทธิ์ยาเบื่อห้ามรับประทาน

ผลของ ฟักข้าว มีสารอาหารหลายอย่าง เช่น เบต้าแคโรทีน ไลโคปีน ซีแซนทีน ลูทีน วิตามินอี กรดไขมันที่จำเป็น ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระส่วนใหญ่ มีปริมาณมากในผล ฟักข้าว ที่ยังไม่สุก (ผลสีเขียว) ไลโคปีนของเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว มีประมาณสูงมาก ประมาณ 10 เท่าของผักและผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่มีไลโคปีนสูง  เช่น มะละกอ แตงโม มะเขือเทศ

Processed with VSCOcam with g3 preset

ซึ่งไลโคปีนนี้มีการศึกษาพบว่าผลช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ จากการที่มีผลลดระดับไขมันในเลือด และยังป้องกันเบาหวาน บางการศึกษาพบว่าช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งผิวหนัง มะเร็งเต้านม มะเร็งในระบบทางเดินอาหาร (มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับอ่อน) อีกทั้งยังช่วยลดค่า prostate specific antigen (PSA) ซึ่งเป็นค่าบ่งชี้สุขภาพของต่อมลูกหมาก ที่อาจเพิ่มขึ้นในคนที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก (บางคนที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ก็อาจไม่มีการเพิ่มขึ้นของค่า PSA) หรือในรายที่มีภาวะการอักเสบของต่อมลูกหมาก ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ก็อาจส่งผลในค่า PSA เพิ่มขึ้น ฟักข้าว จึงมีประโยชน์ต่อผู้ชาย ซึ่งมักจะมีปัญหาต่อมลูกหมากเมื่อสูงวัยขึ้น

ส่วนเบต้าแคโรทีน เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพของเยื่อบุเซลล์ทั่วร่างกาย มีประโยชน์ต่อสุขภาพของดวงตา และผิวหนัง โดยช่วยป้องกันและชะลอจอประสาทตาเสื่อม  ช่วยป้องกันอาการตาบอดกลางคืน และท้องเสียจากการขาดวิตามินเอ ปกป้องผิวจากแสงแดด ป้องกันผิวไหม้แดด ลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และป้องกันหอบหืดกำเริบจากการออกกำลัง ใน ฟักข้าว ยังมีซีแซนทีน และลูทีน ที่เป็นสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของดวงตาเช่นกัน

นอกจากนี้ ฟักข้าว ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร (โดยมีผลเพิ่มการสร้างเส้นเลือด) ลดระดับน้ำตาลในเลือด เสริมภูมิคุ้มกัน  โดยการนำไปใช้ อาจทานเป็นผัก น้ำผลไม้ หรือในประเทศเวียดนามจะมีการใช้น้ำคั้นจาก ฟักข้าว หุงข้าวแทนน้ำเปล่า

เขียนโดย : ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ขออนุญาตใช้เนื้อหา