สะเดา ผักพื้นบ้านมากสรรพคุณ

หน้าแรก / แพทย์แผนไทย / สะเดา ผักพื้นบ้านมากสรรพคุณ

สะเดา ไทยมี 2 ชนิดด้วยกัน  คือ  สะเดายอดเขียวและสะเดายอดแดง ซึ่ง สะเดา ยอดเขียวจะมีความขมน้อยกว่าหรือบางต้นอาจจะขมน้อยจนได้ชื่อว่า สะเดาหวานหรือ สะเดามัน  แต่สะเดายอดแดงจะมีความขมมากกว่า

ส่วนของ สะเดา ที่ชาวบ้านนิยมนำมาใช้ประโยชน์มากที่สุด คือ ยอดและดอก  ซึ่งกำลังออกมากในช่วงนี้  ใช้รับประทานเป็นผักช่วยให้เจริญอาหาร  ซึ่งมีคุณค่าทาง โภชนาการ ดังนี้ ยอด สะเดา 100 กรัมให้พลังงานต่อร่างกาย 76 กิโลแคลอรี  ประกอบด้วยน้ำ 77.9 กรัม  คาร์โบไฮเดรต 12.5  กรัม  โปรตีน 5.4 กรัม  ไขมัน 0.5 กรัม  มีกาก 2.2 กรัม  แคลเซี่ยม 354 มิลลิกรัม  ฟอสฟอรัส  26 มิลลิกรัม  เหล็ก 4.6  มิลลิกรัม  เบต้า-แคโรทีน 3611 ไมโครกรัม  วิตามินบีหนึ่ง 0.06 มิลลิกรัม  วิตามินบีสอง 0.07 มิลลิกรัม  วิตามินซี 194 มิลลิกรัม

Neem leaves and flowers

สรรพคุณของ สะเดา

  • ดอก ยอดอ่อน  –  แก้พิษโลหิต กำเดา แก้ริดสีดวงในลำคอ คันดุจมีตัวไต่อยู่ บำรุงธาตุ ขับลม ใช้เป็นอาหารผักได้ดี
  • ขนอ่อน – ถ่ายพยาธิ แก้ริดสีดวง แก้ปัสสาวะพิการ
  • เปลือกต้น – แก้ไข้ เจริญอาหาร แก้ท้องเดิน บิดมูกเลือด
  • ก้านใบ – แก้ไข้ ทำยารักษาไข้มาลาเรีย
  • กระพี้ – แก้ถุงน้ำดีอักเสบ
  • ยาง – ดับพิษร้อน
  • แก่น – แก้อาเจียน ขับเสมหะ
  • ราก – แก้โรคผิวหนัง แก้เสมหะ ซึ่งเกาะแน่นอยู่ในทรวงอก
  • ใบ,ผล – ใช้เป็นยาฆ่าแมลง บำรุงธาตุ
  • ผล มีสารรสขม – ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ และยาระบาย แก้โรคหัวใจเดินผิดปกติ
  • เปลือกราก – เป็นยาฝาดสมาน แก้ไข้ ทำให้อาเจียน แก้โรคผิวหนัง
  • น้ำมันจากเมล็ด – ใช้รักษาโรคผิวหนัง และยาฆ่าแมลง

วิธีและปริมาณที่ใช้

  • เป็นยาขมเจริญอาหาร

ช่อดอกไม่จำกัด ลวกน้ำร้อน จิ้มน้ำปลาหวาน หรือน้ำพริก หรือใช้เปลือกสด ประมาณ 1 ฝ่ามือ ต้มน้ำ 2 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ 1/2 ถ้วยแก้ว

  • ใช้เป็นยาฆ่าแมลง

สะเดา ให้สารสกัดชื่อ Azadirachin ใช้ฆ่าแมลงโดยสูตร สะเดาสด 4 กิโลกรัม ข่าแก่ 4 กิโลกรัม  ตะไคร้หอม 4 กิโลกรัม นำแต่ละอย่างมาบดหรือตำให้ละเอียด หมักกับน้ำ 20 ลิตร 1 คืน น้ำน้ำยาที่กรองได้มา 1 ลิตร ผสมน้ำ 200 ลิตร ใช้ฉีดฆ่าแมลงในสวนผลไม้ และสวนผักได้ดี โดยไม่มีพิษและอันตราย

ข้อควรระวัง

  • ห้ามใช้กับคนที่มีความดันโลหิตต่ำ เนื่องจาก สะเดา จะไปลดความดันให้ต่ำลงมาอีก ทำให้หน้ามืดเป็นลม
  • สะเดา มีรสขม จึงเป็นยาเย็น บางคนอาจไม่ถูกกับบาเย็นทำให้ท้องอืดเกิดลมในกระเพาะ
  • ห้ามใช้กับหญิงที่ให้นมบุตร เพราะจะทำให้น้ำนมไม่มี

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.rspg.or.th
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดนครราชสีมา
ไทยสมุนไพร.net