ชาเขียว ดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / ชาเขียว ดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์

ขึ้นชื่อว่า “ชา” ใครๆ ก็ยกให้เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม และก็มีแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งช่วงนี้มีแจกไอโฟนจากบริษัทชา ค่ายใหญ่ ก็ยิ่งนิยมมากขึ้นไปอีก ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคนิยมดื่มนะ ผู้ผลิตก็นิยมสร้างสรรค์ชาใหม่ๆขึ้นมาอีกมากมาย

ในปัจจุบันการผลิต “ชาเขียว” ในรูปแบบของการเป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูปก็มีจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย ทำให้สะดวกต่อการบริโภค และด้วยรสชาติที่ความอร่อย ทำให้รู้สึกสดชื่น รวมไปถึงการโฆษณาของผลิตภัณฑ์ ชาเขียว หรือมีข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสรรพคุณของการดื่ม ชาเขียว ที่มีต่อร่างกายมากมาย เหล่านี้จึงเป็นแรงจูงใจทำให้กระแสการบริโภค ชาเขียว เพิ่มขึ้น จนอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม หรือบริโภคในปริมาณที่สูงเกินไปโดยไม่ทราบถึงผลกระทบต่อร่างกาย ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรทราบถึงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ ชาเขียว ว่าจะต้องเลือกบริโภคอย่างไรถึงจะได้ประโยชน์อย่างสูงสุด และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย

ID-100153190

 

รู้จัก ชาเขียว ดีแค่ไหน

ชาเขียว (Green tea) คือ ชาที่ได้มาจากต้นชา ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis ซึ่งชาชนิดนี้จะไม่ผ่านขั้นตอนการหมักเลย เตรียมได้โดยการนำใบชาสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้ใบชาแห้งอย่างรวดเร็ว ซึ่งวิธีการก็คือเมื่อเก็บใบชามาแล้วก็นำมาทำให้แห้งอย่างรวดเร็วในหม้อทองแดงโดยใช้ความร้อนไม่สูงเกินไปและใช้มือคลึงเบาๆ ก่อนแห้ง หรืออบไอน้ำในระยะเวลาสั้นๆ แล้วนำไปอบแห้งเพื่อยับยั้งการทำงานเอนไซม์ (ความร้อนจะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทำให้ไม่เกิดการสลายตัว) จึงได้ใบชาที่แห้งแต่ยังสดอยู่ และมีสีที่ค่อนข้างเขียว จึงเรียกกันว่า “ชาเขียว” และการที่ใบชาที่ได้นั้นไม่ผ่านขั้นตอนการหมัก จึงทำให้ใบชามีสารประกอบฟีนอลหลงเหลืออยู่มากกว่าในอู่หลงและชาดำ (สองชนิดนี้คือชาที่ผ่านการหมัก) จึงทำให้ ชาเขียว มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาทั้งสอง โดย ชาเขียว จะมีสาร EGCG ประมาณ 35-50% ส่วนชาอู่หลงมีประมาณ 8-20% และชาดำจะมี EGCG อยู่เพียง 10%

ประโยชน์ของ ชาเขียว

สารสำคัญที่พบได้ใน ชาเขียว จะประกอยไปด้วย กรดอะมิโน วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี สารในกลุ่ม xanthine alkaloids คือ คาเฟอีน และธิโอฟิลลีน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า คาเทชิน

การดื่ม ชาเขียว ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เนื่องจากสารสำคัญในใบ ชาเขียว กลุ่มโพลีฟีนอล ที่ชื่อว่า เคทิชิน (Catechins) จะทำหน้าที่จับกับอนุมูลอิสระและขัดขวางการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยต้านโรคภัยได้มากมาย เช่น ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็งได้ แต่ก็มีหลากหลายความเชื่อเกี่ยวกับสรรพคุณของ ชาเขียว บ้างถูกบ้างผิด

ท้องผูกเพราะ ชาเขียว

ใน ชาเขียว มีสารแทนนิน (Tannin) ที่มีฤทธิ์ฝาดสมานและเป็นสารที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย จึงเป็นไปได้ ถ้าดื่มชาปริมาณมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็น ชาเขียว แบบชง หรือ แบบพร้อมดื่ม ก็สามารถทำให้ท้องผูกได้

ดื่ม ชาเขียว แช่เย็นมีประโยชน์หรือโทษ

ในโลก social network สงสัยถึงประโยชน์ของ ชาเขียว แช่เย็นเพราะเมื่อเทน้ำ ชาเขียว เย็นลงไปในชามก๋วยเตี๋ยวแล้วจะพบคราบไขมันลอยจับที่ชามก๋วยเตี๋ยวทันที ทำให้ไม่แน่ใจว่าทานแล้วร่างกายจะได้ประโยชน์หรือโทษกันแน่

มีการวิเคราะห์ว่าการเทน้ำเย็น ๆ ไม่ว่าน้ำอะไรก็ตามลงไปในชามก๋วยเตี๋ยว จะเกิดเป็นไขได้ทั้งนั้น ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของไขมันที่เปลี่ยนอุณหภูมิกะทันหันนั่นเอง ดังนั้นการดื่ม ชาเขียว ร้อนหรือ ชาเขียว เย็นไม่น่าจะแตกต่างกัน

ดื่ม ชาเขียว ปริมาณเท่าไหร่จะได้ประโยชน์

การรับประทาน ชาเขียว ให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระ จะต้องชง ชาเขียว เข้มข้นแบบญี่ปุ่นและต้องดื่ม ชาเขียว อย่างน้อยวันละ 20 แก้ว เป็นประจำทุกวัน จึงจะสามารถป้องกันมะเร็งได้ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจทำได้ยาก และยิ่งการดื่มน้ำ ชาเขียว ปัจจุบันเป็น ชาเขียว ที่เจือจาง ทั้งยังปรุงรสแต่งกลิ่นและรสด้วยน้ำตาล ซึ่งหากดื่มมากๆ อาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้

ส่วนการดื่มชาร้อนนั้น มีผลวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า สารต้านอนุมูลอิสระในชาจะหายไปประมาณ 20% หากโดนความร้อนนานๆ และให้เคล็ดลับการชง ชาเขียว ให้สารต้านอนุมูลอิสระคงอยู่ ทำได้โดยบีบมะนาวลงไประหว่างชงชา จะคงประโยชน์ของชาไว้ได้มากที่สุด

ยังคงยืนยันคำเดิมเสมอว่า พืช ผัก อาหารทุกอย่างนั้นมีประโยชน์ แต่ถ้ากินมากเกินไปก็มีโทษได้เหมือนกัน ข้อสำคัญคือกินให้พอดี และรู้จักวิธีกินให้ได้ประโยชน์จากอาหารนั้นๆมากที่สุด

ขอบคุณที่มาจาก : www.emaginfo.com