กิน ปู อย่างไร? ให้ปลอดภัยจากพยาธิและปลิง

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / กิน ปู อย่างไร? ให้ปลอดภัยจากพยาธิและปลิง

หลังจากที่มีกระแสคลิป ปลิงในกระดอง ปู น้ำจืด ที่โพสลงในเฟสบุคของคุณ Fonluang Worachai ชาวสังคมออนไลน์ก็ได้แชร์คลิปกันออกไปเป็นจำนวนมาก ทำให้คนที่ชอบกิน ปู หรือกินส้มตำ ยำต่างๆที่ใส่ ปู ตื่นตระหนกกันไปเลยทีเดียว ในคลิปเป็นภาพกระดอง ปู ที่มีสิ่งมีชีวิตเป็นเส้นๆเหมือนวุ้นสีน้ำตาลอ่อน กำลังเคลื่อนไหวอยู่ ในคลิปอ้างว่านี่คือปลิง แต่ก็มีการถกเถียงกันว่า เป็นปลิง หรือพยาธิ และมีคนหนึ่งบอกว่า นี่คือแม่ปู ซึ่งเป็นเรื่องปกติ มีมานานแล้วให้ลองถามคนเฒ่าคนแก่ดู ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดว่าสิ่งมีชีวิตในคลิปนั้น คือตัวอะไรกันแน่

pooo

 

หลายๆคนที่ได้ดูคลิปนี้คงจะกลัวการรับประทาน ปู กันไปเลย แต่จริงๆแล้วเราสามารถรับประทาน ปู ได้ตามปกติ แต่แค่ต้องปรุงให้สุกเท่านั้น ไม่ใช่แค่ ปู แต่อาหารอื่นๆเองก็เช่นกัน เราควรรับประทานอาหารทุกชนิดที่ปรุงสุกใหม่ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อร่างกายของเราเอง วันนี้ health.mthai ของเราจึงมีคำแนะนำดีๆเกี่ยวกับการปรุงอาหารให้สะอาดและปลอดภัยมาฝากกันค่ะ

1. รักษาความสะอาด เช่น ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร และในระหว่างการเตรียมอาหาร

  • ล้างมือทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ
  • ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ พื้นผิวและอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาหาร
  • ดูแลสถานที่ที่ประกอบอาหารและอาหารให้ปลอดจากแมลงสัตว์อื่นๆ

เหตุผลที่ต้องทำข้อ 1 ก็เพราะว่า : ถึงแม้ว่าเชื้อจุลินทรีย์ส่วนใหญ่จะไม่ใช่สาเหตุอันตรายร้ายแรง แต่ก็อาจมีจุลินทรีย์ที่อันตรายบางชนิดอาศัยอยู่ในพื้นดิน น้ำ สัตว์ และคน มือและเครื่องใช้ในครัว โดยเฉพาะ เขียงที่ใช้ประกอบอาหาร (จุลินทรีย์จะชอบเป็นพิเศษ) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีโอกาสติดไม้ติดมือเรามานั่นเอง

2. แยกอาหารที่ปรุงสุกแล้วออกจากอาหารสด

  • แยกเนื้อสดออกจากอาหารประเภทอื่น
  • แยกอุปกรณ์และภาชนะประกอบอาหาร

ทำไมต้องทำข้อ 2 ด้วยละ : โดยส่วนใหญ่อาหารสดมักมีจุลินทรีย์ปนเปื้อน ดังนั้นโอกาสที่จะแพร่ไปสู่อาหารอื่นๆ ก็มีสูง

3. ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง

  • โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไข่ และอาหารทะเล
  • การปรุงอาหารประเภทน้ำแกง และสตู (คืออะไรผมก็ไม่เคยกินเจ้าสตู) ควรจะต้มให้เดือดและใช้อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 70 อาศาเซลเซียส สำหรับประเภทเนื้อสัตว์ ต้องแน่ใจว่าของเหลวจากเนื้อสัตว์ใส ไม่เป็นสีชมพู
  • เวลาอุ่นอาหารที่่ปรุงแล้วจะต้องอุ่นให้ทั่วถึง

เหตุผลก็คือ อุณหภูมิ 70 องศา ทำให้อาหารปลอดภัย และสามารถทำลายจุลินทรีย์ได้เกือบทุกชนิด…

4. เก็บอาหารในอุณหภูมิที่เหมาะสม

  • ไม่ทิ้งอาหารที่ปรุงสุกในอุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง
  • เก็บอาหารที่ปรุงสุกแล้ว หรืออาหารที่อาจเน่าเสียได้ ไว้ในตู้เย็น อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส
  • อาหารที่ปรุงสุกแล้ว ควรนำไปอุ่นที่ 60 องศาเซลเซียส ทุกครั้งก่อนรับประทาน
  • ไม่เก็ํบอาหารไว้นานเกินไป แม้ในตู้เย็น
  • อย่าละลายอาหารแช่แข็งที่อุณภูมิห้อง

เหตุผล คือ เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์สามารถเพิ่มจำนวนได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ณ อุณหภูมิห้องและจะหยุดเจริญ หรือเพิ่มจำนวนช้าลง ณ อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศา และ อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส แต่เชื้อบางเืชื้อก็อาจเจริญได้ที่อุณหภูมิ 5 องศา

5. ใช้น้ำและวัตถุดิบที่ปลอดภัยในการปรุงอาหาร

  • ใช้น้ำสะอาดในการปรุงอาหาร ทำน้ำให้สะอาดก่อนนำมาปรุงอาหาร
  • เลือกใ้ช้วัตถุดิบที่สด
  • เลือกใช้วัตถุดิบที่ผ่านขั้นตอนฆ่าเชื้อโรคมาแล้ัว
  • ล้างผักและผลไม้ให้สะอาด โดยเฉพาะผักที่ต้องรับประทานสดๆ
  • ไม่นำวัตถุดิบที่หมดอายุมาใช้ (ทิ้งไปไม่ต้องเสียดายหรอก)

เหตุผลก็คือ : อาจมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนอยู่นั่นเอง

ไม่ยากใช่ไหมคะกับการปรุงอาหารให้สะอาด เพื่อสุขภาพร่างกายของเราเอง อย่าลืมนำคำแนะนำของเราไปลองใช้กันนะคะ

 

ขอบคุณที่มาจาก : เฟสบุคของคุณ Fonluang Worachai
unitynature.com

……………………………………………………………………………………………………

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คอส้มตำต้องขนลุก คลิปเตือนภัยปลิงในปู

page7

……………………………………………………………………………………………………