กินเจ อย่างไรให้ปลอดภัยได้สุขภาพ

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / กินเจ อย่างไรให้ปลอดภัยได้สุขภาพ

เทศกาลถือศีล กินเจ ในปี 2557 นี้ มีด้วยกันถึงสองครั้ง เนื่องจากเทศกาลถือศีล กินเจ จะเริ่มกันในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 (ตามปฏิทินจีนของทุกปี) แต่ในปีนี้ตามปฏิทินจีนมีเดือน 9 ด้วยกัน 2 ครั้ง จึงทำให้มีการจัดเทศกาลถือศีล กินเจ 2 ครั้งด้วยกัน คือ วันที่ 24 ก.ย. – 2 ต.ค. 57 และ วันที่ 24 ต.ค. – 1 พ.ย. 57

อาหารเจ เป็นอาหารที่ปรุงโดยปราศจากเนื้อสัตว์ รวมทั้งไม่มีส่วนประกอบอื่นใดที่ทำมาจากสัตว์ทุกประเภท ที่สำคัญอาหารเจจะงดเว้นการปรุงด้วยผักฉุน 5 ประเภท นั่นคือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย  ใบยาสูบ เพราะผักเหล่านี้ มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ อีกทั้งยังมีพิษทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญ ภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ

IMG_0521

เนื่องจากอาหารเจ เป็นอาหารที่งดเนื้อสัตว์ ส่วนใหญ่คนจะเน้นไปรับประทานผัก ผลไม้แทน ซึ่งหากทำความสะอาดไม่ดี อาจจะมีสารตกค้างที่อยู่ตามซอกของผักและผลไม้ได้ มาดูวิธีการล้าง ทำความสะอาดผักผัลไม้ อย่างถูกวิธีกันดีกว่าค่ะ

วิธีการล้างผัก ผลไม้ให้สะอาด

1. การแช่น้ำสะอาดประมาณสัก 5 – 10 นาที  แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

2. การล้างผักโดยใช้วิธีน้ำไหลผ่านจากก๊อก เป็นเวลาประมาณ 2 นาที

3. แช่ผักลงในน้ำปูนใส ซึ่งน้ำปูนใสกับน้ำ 50 ต่อ 50 (โดยใช้น้ำปูนใสที่อิ่มตัว) แช่ทิ้งไว้ประมาณสัก 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

4. การแช่ผักลงในน้ำเกลือ โดยมีอัตราเกลือครึ่งช้อนชาต่อน้ำ 2 ลิตร แล้วล้างอีกครั้งด้วยน้ำสะอาด

5. การแช่ผักในน้ำซาวข้าว ซึ่งวิธีนี้น่าจะทำได้ทุกครั้ง โดยการแช่ผักทิ้งไว้นาน 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำ

สะอาด

6. การแช่ผักในน้ำส้มสายชูเจือจาง อัตราน้ำส้มสายชูครึ่งช้อนชาต่อน้ำ 2 ลิตร เป็นเวลานาน 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

และเพื่อความปลอดภัยในการบริโภค และในการปรุงอาหารทุกครั้ง ผู้ปรุง ประกอบอาหารควรล้างมือให้สะอาดหรือใส่ถุงมือก่อนหยิบ จับอาหาร หรือใช้อุปกรณ์หยิบจับอาหาร

กินเจ อย่างไร ให้ถูกวิธี

การ กินเจ ใช่เพียงจะมองแต่จะไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ไม่ให้อ้วน ต้องมองว่ากินอย่างไรไม่ให้ร่างกายขาดสารอาหาร ส่วนวิธีการ กินเจ ให้ถูกวิธี มีหลักง่ายๆ 8 ข้อ คือ

1. ต้องมั่นใจว่ารับประทานอาหารครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะหมู่โปรตีน ซึ่งโปรตีนที่จะมาทดแทนเนื้อสัตว์คือ โปรตีนที่ได้จากถั่วเมล็ดแห้ง

2. ความสะอาด ส่วนมากผู้ กินเจ ในปัจจุบันจะมักนิยมไปซื้ออาหารเจตามร้านค้า ไม่ค่อยปรุงอาหารเอง ซึ่งก็เสี่ยงต่อเรื่องของความสะอาด ดังนั้นผู้ปรุงอาหารเจขายควรคำนึงเรื่องของความสะอาดให้มาก

3. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ในที่นี้หมายถึงรสมันจัดกับเค็มจัด เพราะอาหารเจมักจะปรุงด้วยวิธีการผัด-ทอดในน้ำมัน หากเป็นไปได้ควรหันมากินอาหารประเภทต้ม ย่าง อบ ยำ เช่น ยำมะเขือยาว แกงจืดเต้าหู้ ฯลฯ แทน

4. ควรเลือกกินผัก-ผลไม้สด มากกว่าผักดอง เพราะผักสดมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผักดอง

5. อาหารเจประเภทที่ปรุงด้วยวิธีการเคี่ยวนานๆ อาจทำให้คุณค่าของสารอาหารสูญเสียไป เช่น ต้มจับฉ่าย ที่ต้องใช้เวลาเคี่ยวนาน ในส่วนนี้ต้องระวังเรื่องของคุณค่าอาหารจะหายไป

6. กินเจ ให้ได้ไอโอดีนอย่างเพียงพอ เพราะการทานเจไม่ได้รับประทานอาหารทะเล ดังนั้นการกินอาหารเจก็ควรเติมเกลือไอโอดีนใส่ในการปรุงรสด้วยก็จะช่วยทดแทนได้

7. ควรบริโภคข้าวกล้องมากกว่าข้าวขาว เพราะมีวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีนมากกว่าข้าวขาว

8. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม แล้วหันมาดื่มน้ำเปล่าบริสุทธิ์แทน

 

ขอบคุณที่มาจาก  : กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สคร.3 ชลบุรี กรมควบคุมโรค
และ www.thaihealth.or.th