วิธีดูแลตัวเองของผู้หญิง วัยหมดประจำเดือน

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / วิธีดูแลตัวเองของผู้หญิง วัยหมดประจำเดือน

“วัยทอง” เป็นคำที่ได้ยินบ่อย ๆ ในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นคำใช้แทนคำว่า ” วัยหมดประจำเดือน “ (menopause)  สำหรับในหญิงการหมดประจำเดือนเป็นภาวะที่ไม่มีประจำเดือนอีก เนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน โดยทั่วไปจะคิดเมื่อไม่มีประจำเดือนอีก 12 เดือนนับการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย  พบในช่วงอายุประมาณ 45-55 ปี โดยเฉลี่ยอายุ 50 ปี ฮอร์โมนเพศหญิงที่ขาดหายไปนี้มีชื่อว่าเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน จึงทำให้เกิดอาการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจต่างๆ ตามมา เช่น ร้อนวูบวาบตามร่างกาย มีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เร็ว เครียดง่าย หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ ผิวหนังจะบางลง แห้งและคัน เส้นผมหลุดร่วงได้ ช่องคลอดขาดความชุ่มชื้น น้ำหล่อลื่นน้อยลง เกิดความเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้ กระดูกจะบางและเปราะง่าย เวลาหกล้มกระดูกจะหักได้ง่ายขึ้น

86533260

การดูแลตนเองในผู้หญิง วัยหมดประจำเดือน

1. อาหาร ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมและหลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารต่างๆอย่างเพียงพอ เน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อยที่รับประทานพร้อมก้าง ผักใบเขียว ธัญพืช งาดำ เน้นการรับประทานอาหารที่เป็นไขมันดี เช่น ปลาทะเล ถั่วต่างๆ

2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินหรือวิ่งเหยาะ การรำมวยจีน หรือ การเล่นโยคะ

3. ดูแลน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วน เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆเช่น เบาหวาน ไขมันในโลหิตสูง ความดันโลหิตสูง และโรคเข่าเสื่อม เป็นต้น

4. ทำจิตใจให้แจ่มใส โดยการฝึกคิดบวก สวดมนต์ นั่งสมาธิ

5. ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตรวจเช็คความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมัน ตรวจภายในเช็คมะเร็งปากมดลูก ตรวจหามะเร็งเต้านม (Mammography) และตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก (Bone mineral density) และการตรวจสุขภาพอื่นๆ

นอกจากนี้ปัจจุบันนี้ก็มีวิตามินและอาหารเสริมให้เลือกหลากหลาย แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับร่างกายด้วย โดยแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานเพื่อตรวจก่อนว่ามีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคหรือไม่ โดยดูผลจากการตรวจสุขภาพ การปฏิบัติตัวและประวัติในครอบครัวร่วมด้วย ดังต่อไปนี้

1. Soy isoflavone สารสกัดในกลุ่ม flavanoids ซึ่งสกัดออกมาจากถั่วเหลือง เป็นสารสกัดจากพืชที่ออกฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจนแต่มีฤทธ์ที่อ่อนกว่า อาจจะจะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบตามตัว หงุดหงิดง่าย ป้องกันไม่ให้ผิวพรรณเหี่ยวย่น หรือแห้งเกินไป โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม หรือลิ่มเลือดอุดตัน

2. Black Cohosh เป็นสมุนไพรซึ่งช่วยในเรื่องการลดอาการปวดศีรษะบ่อยๆ ใจสั่น นอนไม่หลับ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออก และอารมณ์แปรปรวนได้

3. Calcium ถือว่าเป็นแร่ธาตุสำคัญในผู้หญิง วัยหมดประจำเดือน มีหน้าที่การสร้างความแข็งแรงให้กระดูก โดยในอาหารที่เรารับประทานในแต่ละวันอาจจะยังมีปริมาณแคลเซี่ยมที่ไม่เพียงพอ และร่างกายเราอาจจะไม่สามารถดูดซึมได้เต็มที่

4. Vitamin D พบบ่อยในการนำมาใช้ป้องกันโรคกระดูกบางหรือพรุนร่วมกับแคลเซี่ยม นอกจากนั้นยังช่วยเรื่อง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรค คือ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคกระดูก และโรคแพ้ภูมิตนเอง ในปัจจุบันเราพบว่าคนไทยขาดวิตามินดีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่ค่อยได้รับแดดและการใช้ครีมกันแดด จึงควรตรวจดูระดับวิตามินดี และกินวิตามินดีทดแทนในกรณีที่มีการขาดวิตามินดีจริง

5. Anti-oxidant  วิตามินในกลุ่มนี้ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี สารกลุ่มแคโรทีน ไลโคพีน โคเอนไซม์คิวเท็น สารสกัดเมล็ดองุ่น สารสกัดเปลือกสนฝรั่งเศส แอสต้าแซนทิน และ เรสเวอลาทอร์  เป็นสารกลุ่มต้านอนุมูลอิสระ ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดโรคทั้งโรคหลอดเลือดอุดตันหัวใจและสมอง ลดการสร้างสารเบต้าอไมลอยด์ในสมอง ที่เป็นต้นเหตุของโรคความจำเสื่อม ลดการทำลายของคอลลาเจนที่ผิวพรรณ เสริมภูมิต้านทาน ลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง

 

ขอบคุณที่มาจาก : พญ.สร้อยเพชร วีระไวทยะ โรงพยาบาลสมิติเวช
www.samitivejhospitals.com