เมื่อมี อาการไอ ควรทำอย่างไร?

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / เมื่อมี อาการไอ ควรทำอย่างไร?

อาการไอ คือ ร่างกายกำลังพยายามทำให้ปอดและทางเดินหายใจโล่ง โดยอาจไอแบบแห้งๆ (ไม่มีเสมหะ) หรือไอมีเสมหะ การไออาจเกิดขึ้นจากการติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย บางครั้งอาจเกิดจากภาวะภูมิแพ้ หรือสิ่งระคายเคืองโดยเฉพาะบุหรี่ อาการไอ อาจเป็นผลจากการระคายเคืองโดยตรงต่อปอด หรือจากน้ำมูกที่ไหลลงในหลอด

111908117

 

เป้าหมายของการประเมินอาการ ก็เพื่อให้ทราบสาเหตุของการไอว่าเกิดจากการติดเชื้อ หรือเป็นภาวะภูมิแพ้ หรือเกิดจากสิ่งระคายเคือง ลักษณะที่บ่งชัดว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียได้แก่ มีไข้หรือเสมหะข้นสีเข้ม ซึ่งชี้ว่าเราควรได้รับการรักษาจากแพทย์

มีไข้หรือไม่

สะบัดปรอทวัดไข้ให้ปรอทลงไปอยู่ต่ำสุด อมใต้ลิ้น 3 นาทีแล้วอ่านผล ถ้ามีไข้ตั้งแต่ 38.9 C ขึ้นไป ควรพบแพทย์ทันที

เสมหะสีอะไร

ถ้าเสมหะมีเลือดสีปนสีน้ำตาล หรือเขียว ควรพบแพทย์

การดูแลรักษาตนเองเพื่อบรรเทาอาการ

เนื่องจากการไอเป็นกลไกปกป้องตัวเองของร่างกายทำให้ทางเดินหายใจที่มีมูกคั่งอยู่โล่งขึ้น เป้าหมายของการดูแลรักษาตนเองเพื่อบรรเทาอาการก็คือทำให้รู้สึกอิ่มสบายขึ้น ในขณะที่ช่วยการขจัดมูกด้ว

ควรปรึกษาแพทย์เมื่อ

  • มีไข้ 38.9 C ขึ้นไป
  • เสมหะปนเลือดมีสีน้ำตาล หรือเขียว
  • มีอาการหอบหืด
  • หายใจลำบาก
  • เจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง
  • ไอติดต่อกันนานกว่า 2 สัปดาห์

 

ขอบคุณที่มาจาก : โรงพยาบาลพญาไท