โทษของ แสงแดด ในหน้าร้อน

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / โทษของ แสงแดด ในหน้าร้อน

ปีใหม่เหมือนเพิ่งผ่านพ้นไป เผลอนิดเดียวย่างเข้าหน้าร้อนกันอีกครั้ง ใครที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งเป็นชีวิตจิตใจก็ขอให้ระมัดระวัง แสงแดด จัดกันสักนิด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อผิวของคุณได้

78251923

เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมานี้อุณหภูมิของอากาศดูจะสูงขึ้นมากกว่าปกติ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากปรากฏการณ์ภาวะโลกร้อนที่ประเทศต่างๆ กำลังหันมาให้ความสนใจกันอย่างมาก การที่ชั้นบรรยากาศของโลกถูกทำลาย ทำให้มีปริมาณความร้อน และรังสีต่างๆ ส่งมาถึงบนผิวโลกมากขึ้น โดยเฉพาะวายร้ายอันดับหนึ่ง รังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสี UV อากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ เป็นผลให้ผิวหนังของเราซึ่งคอยปกป้องร่างกายภายในต้องรับภาระหนักขึ้นกว่าเดิม ในคนที่ไม่ค่อยได้ดูแลผิว ผิวปรับสภาพไม่ทัน ผิวจะอ่อนแอลงและทำงานผิดปกติได้ เรามาดูปัญหาที่พบบ่อยและวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องกันเถอะ

ผดผื่น

อากาศร้อนๆ แบบนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องผดผื่น ลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ ใสๆ หรือถ้าเป็นมากจะเห็นเป็นตุ่มสีแดงๆ มักเกิดตามบริเวณใบหน้า คอ หน้าอก ลำตัว ซอกแขน ข้อพับและหลัง สาเหตุเกิดจากการที่ร่างกายพยายามขับความร้อนในรูปของเหงื่อ เมื่อต่อมเหงื่อทำงานหนัก ผลิตเหงื่อจำนวนมากขึ้นแต่ระบายออกได้ไม่ทัน ผลคือเกิดการอุดตันในท่อของต่อมเหงื่อ เห็นเป็นตุ่มเม็ดเล็กๆ เมื่อมองจากภายนอก ในบางคนอาจจะมีอาการคัน เกาจนเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนขึ้นเป็นตุ่มหนองตามมา

วิธีป้องกัน คือ อาบน้ำ ทาแป้งฝุ่นและสวมใส่เสื้อผ้าบางๆ เช่น ผ้าฝ้าย และพยายามอยู่ในบริเวณที่อากาศเย็นและถ่ายเทได้ดี หรืออาจใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัวบริเวณที่มีอาการคัน เพื่อลดความร้อนบริเวณนั้นๆ ลง

กลิ่นตัว

บริเวณข้อพับเช่น รักแร้และขาหนีบ จะมีต่อมเหงื่อชนิดหนึ่ง เรียกว่า ต่อมอโปคราย ( apocrine gland ) ซึ่งต่อมเหล่านี้จะผลิตสารที่มีลักษณะพิเศษ ขุ่นข้นคล้ายน้ำนม สารที่ว่านี้เมื่ออยู่สัมผัสกับผิวหนัง จะถูกแบคทีเรียบนผิวเปลี่ยนไปเป็นสารประกอบซึ่งมีกลิ่นแรง อันเป็นสาเหตุของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้

วิธีป้องกัน คือ อาบน้ำชำระร่างกาย ฟอกสบู่ให้สะอาด เพื่อลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียบนผิว นอกจานี้ ควรลดกิจกรรมที่กระตุ้นให้เหงื่อออก อาจใช้โรลออนหรือน้ำหอมเพื่อปกปิดกลิ่น ในรายที่เป็นมากอาจต้องใช้สารระงับเหงื่อเพื่อช่วยลดปริมาณของเหงื่อที่ออกมา นอกจากนี้ควรงด อาหาร ยา ผลไม้บางชนิด ซึ่งมีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม สะตอ ทุเรียน พริกป่น เนย เป็นต้น

โรคผิวหนังจากเชื้อรา

เหงื่อที่ออกมากในช่วงหน้าร้อน นอกจากจะกระตุ้นให้เกิดผดผื่นแล้ว หากปล่อยให้อับชื้นนานๆ ตามบริเวณข้อพับ รักแร้ ขาหนีบ โดยเฉพาะในคนที่น้ำหนักตัวมาก ซึ่งเนื้อค่อนข้างจะชิดกันจนทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่ค่อยดี อาจเกิดการหมักหมมและเจริญเติบโตของเชื้อรา เช่น กลาก เกลื้อน หรือยีสต์บางชนิด ในที่สุดทำให้เกิดโรคตามมา โดยเริ่มจากอาการคัน ต่อมากลายเป็นผื่นแดง แล้วค่อยๆ ลามเป็นวง กว้างออกไปเรื่อยๆ และอาจมีขุยร่วมด้วย

วิธีป้องกัน อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายสม่ำเสมอ วันละอย่างน้อย 2 ครั้ง และ พยายามรักษาผิวให้แห้งอยู่ตลอดเวลา หลังเล่นกีฬาเสร็จควรผึ่งให้แห้งหรือรีบอาบน้ำชำระล้างร่างกายเพื่อไม่ให้ร่างกายอับชื้นซึ่งเป็นสภาวะที่เชื้อราเติบโตได้ดี ถ้าผิวหนังเสียดสีมากๆ เช่นในคนที่น้ำหนักเกิน อาจทาแป้งฝุ่นบางๆ เพื่อลดการเสียดสีของเนื้อเยื่อบริเวณข้อพับได้

ผิวไหม้ผิวเกรียม

หน้าร้อนมาเยือน ทำให้อากาศอบอ้าว หลายคนคงถือโอกาสไปพักผ่อนตากอากาศตามชายทะเล ในคนที่ผิวขาวมากๆ อาจกลับมาด้วยอาการแดงหรือปวดแสบปวดร้อนที่ผิว บางคนผิวลอกเป็นแผ่นๆ บางคนคล้ำขึ้นและคงอยู่นานกว่าจะจางลง แถมในคนที่มีปัญหากระหรือฝ้า จะสังเกตเห็นว่ารอยโรคที่มีดูเข้มขึ้นและปริมาณเพิ่มขึ้น ตัวการหลักคือการได้รับปริมาณรังสี UV ที่มากกว่าปกติ เนื่องจากรังสีดังกล่าวสะท้อนกับน้ำและผิวทราย ถ้าอยู่ท่ามกลางแสงแดดนานๆ โดยไม่ป้องกันให้ดีผิวหนังก็ได้รับอันตราย ไหม้ได้ง่ายๆ

วิธีป้องกัน รังสี UV ที่สำคัญ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ UV ชนิด A และ B ซึ่งทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น และการไหม้ของผิวตามลำดับ ครีมกันแดดที่ดีจะมีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV ได้ครอบคลุมทั้งสองชนิดดังที่กล่าวไป เวลาไปเที่ยวทะเลควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่ากันแดดสูงเพราะบริเวณชายทะเลมีปริมาณของรังสีมากกว่าปกติ นอกจากนี้เหงื่อ และน้ำทะเลจะคอยชะล้างทำให้ประสิทธิภาพของครีมกันแดดที่ทาลดลง ถ้าเล่นน้ำนาน ควรทากันแดดเพิ่มทุกๆ 1 ชั่วโมง และถ้าเป็นไปได้ ควรเล่นน้ำก่อน 9 โมงเช้าหรือหลังแดดร่มลมตก เพราะปริมาณรังสี UV ได้ลดลงแล้วซึ่งจะปลอดภัยกว่า แต่ถ้าป้องกันไม่ทันผิวไหม้ไปแล้ว ควรอาบน้ำเย็น และทาครีมหรือโลชั่นหลังอาบน้ำบ่อยๆ เพื่อลดความตึงของผิวหนังและช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว

 

ขอบคุณที่มาจาก : โรงพยาบาลเวชธานี