พลังสัมผัส เพื่อดูแลสุขภาพ

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / พลังสัมผัส เพื่อดูแลสุขภาพ

เพื่อดูแลสุขภาพ มนุษย์ทุกคนจึงต้องหาสิ่งต่างๆมาทดแทนเพื่อบรรเทาหรือรักษาสภาพร่างกายและจิตใจให้อยู่ในภาวะสมดุลอยู่เสมอ หรือแม้แต่การยืดชีวิตให้สามารถอยู่บนโลกใบนี้ให้ได้นานที่สุด วิธีการรักษารูปแบบต่างๆ จึงเกิดขึ้นรวมทั้งศาสตร์ต่างๆที่เข้ามาผสมผสาน เพื่อความสุขสงบของจิตใจและร่างกายเพื่อตอบสนองการดำเนินชีวิตให้เป็นไปโดย ปกติสุข

153586617

ศาสตร์ การรักษาแบบตะวันตกหรือตะวันออกนั้นล้วนแล้วแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ความต้องการให้ผู้ป่วยหายจากโรคหรืออาการที่เป็นอยู่ การบำบัดจาก พลังสัมผัส ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยในกระบวนการหายหรือการ บรรเทาให้เป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น

“ พลังสัมผัส ” (Therapeutic Touch ) คือ กระบวนการแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างผู้ให้และผู้รับพลัง โดยผ่านมือทั้งสองข้างของผู้ให้ การส่งพลังเป็นการส่งลมปราณหรือความมีชีวิต ที่สิ่งมีชีวิตมีอยู่เหมือนกับการหายใจและการย่อย เมื่อร่างกายและจิตใจอยู่ภายใต้ความตึงเครียด ประสาท sympathetic จะถูกกระตุ้นอย่างมาก ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว กล้ามเนื้อตึงเกร็ง เมื่อทำพลังสัมผัส ผู้รับจะหายใจลึก กล้ามเนื้อหย่อนคลาย หลับตาลง แสดงให้เห็นถึงการหย่อนคลาย “ พลังสัมผัส ” ยังช่วยทำให้ประสาท ซิมพาเธติก สงบลง พลังงานถูกนำไปใช้ ในกระบวนการหาย (healing process) ทำให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินส์ ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมา เพื่อลดหรือบรรเทาความเจ็บปวด หากเรา X-ray ดูการหายของกระดูกจะพบว่าหลังจากได้รับ พลังสัมผัส ผู้ป่วยจะมีอาการหายเร็วขึ้น อาการบรรเทาขึ้น

มีเหตุผลมากมายที่เราต้องใช้ พลังสัมผัส เข้ามาช่วยในการบำบัดเพื่อช่วยกระตุ้นในกระบวนการหายให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้การรักษาแผนปัจจุบันซึ่งมุ่งรักษาโรคไม่เป็นองค์รวมคือการแยกร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ อารมณ์ ออกจากกัน มุ่งดูแลรักษาเฉพาะร่างกายคืออาการต่างๆเพื่อขจัดออกไปเท่านั้น ต่างจากการใช้ พลังสัมผัส ซึ่งเน้นองค์รวม เป็นการช่วยให้เกิดการหาย แต่ไม่ใช้การรักษาจะเน้นสุขภาพ และความสุขสมบูรณ์”

“ พลังสัมผัส เป็นการจัดระบบพลังในบุคคลทำให้พลังงานทั้งหมดถูกเหวี่ยงไปสู่สุขภาพ ทางบวกเป็นการกำหนดและความตั้งใจของบุคคลนั้น นอกจากนั้นพลังสัมผัสเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ไม่มีการใส่สารหรือวัตถุใดเข้าไปในร่างกายและจากผลการวิจัยไม่มีผลทำให้เกิด อาการแทรกซ้อนใดๆเกิดขึ้น ทั้งนี้การปฏิบัติยังง่ายและประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย”

การทำ พลังสัมผัส เป็นความพร้อมใจกันระหว่างผู้ให้และผู้รับ ซึ่งผู้ให้พลังจะต้องยึดหลักเมตตาความปรารถนาดีที่จะช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งผู้รับสามารถสัมผัสได้และเป็นสิ่งที่มนุษย์ได้รับและสามารถให้เพื่อให้ เกิดความสุขแก่ผู้อื่น พลังสัมผัส เป็นการใช้พลังงานที่อยู่รอบตัวคนให้เข้าไปสัมผัส ใจ กาย อารมณ์ และจิตวิญญาณ การทำ พลังสัมผัส จะใช้มือสองข้างส่งพลังที่อยู่รอบตัวผู้รับ ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ง่ายส่งเสริมการหย่อนคลาย บรรเทาอาการปวด ลดความวิตกกังวลช่วยทำให้เกิดกระบวนการหายตามธรรมชาติ ทั้งนี้คนเราสามารถที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้หากเต็มใจที่จะเรียนรู้และ พยายามที่จะทำ การใช้พลังสัมผัสสามารถใช้ได้ร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบัน  เครื่องมือมีเพียงอย่างเดียวคือ “มือ” ของผู้ส่งพลังซึ่งสามารถใช้ได้ทุกสถานที่ตั้งแต่เกิดจนตาย

หากจะอธิบายถึงขั้นตอนและวิธีการต่างๆ ที่จะนำมาใช้ปฏิบัติเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ว่า พลังงานที่อยู่รอบตัวเรานั้นมีลักษณะเป็นสีต่างๆซึ่งในแต่ละสีมีการสะท้อน ถึงอารมณ์ที่แตกต่างกันไป สามารถแบ่งได้ดังนี้

สีฟ้า เป็นพลังแห่งความอบอุ่นความปรารถนาดี พลังแห่งความช่วยเหลือ

สีแดง เป็นพลังแห่งความเร่าร้อน รุนแรงเมื่อส่งไปแล้วจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ทุรนทุราย

และสีดำ เป็นพลังที่ทำให้เกิดความเศร้าซึมและหม่นหมอง

พลังที่เป็นลักษณะแสงสีเหล่านี้สามารถทะลุเข้าออกร่างกาย และอยู่รอบตัวประมาณ 12-18 นิ้ว ผู้ส่งพลังสัมผัส เมื่อได้สัมผัสกับพลังรอบตัวผู้อื่น จะรู้สึก ร้อน เย็น จั๊กกะจี้ มีความกดดัน มีชีพจร เหมือนถูกไฟช็อต และความรู้สึกอื่นๆร่วมด้วย สำหรับผู้ที่ได้รับพลังสัมผัสจะรู้สึกเจ็บปวดลดลงและความรู้สึกอื่นๆ คล้ายๆกับผู้ส่งพลังและความรู้สึกอื่นๆเฉพาะบุคคล

การทำพลังสัมผัส มีคุณค่ากับการช่วยเหลือผู้อื่น ผิวหนังของคนเป็นอวัยวะที่กว้างที่สุดในร่างกายเป็นอวัยวะที่รับการสัมผัส เมื่อแรกเกิดและตาย เมื่อคนเราสัมผัสหรือส่งพลังงานมาให้เรา เราจะรู้สึกได้

การปฏิบัติโดยสามารถแบ่งวิธีการได้เป็น 5 ขั้นตอนดังนี้

1. Centering คือ ขั้นตอนการทำสมาธิ วิธีการ เป็นการนำร่างกาย จิตใจ อารมณ์ให้อยู่ในภาวะสงบเงียบ รู้สติ เกิดความสมดุล และกลมกลืน ใช้การหายใจ การทำสมาธิ มองดูสถานที่ ทำให้เกิดความสงบสุข ละทิ้งความยุ่งเหยิงรอบตัว และมุ่งสนใจที่จะส่งพลังงานให้กับผู้รับ

2. Assessment คือขั้นตอนการตรวจพลังงาน เป็นการตรวจสอบพลังงาน ระหว่างนี้อาจจะรู้สึก อุ่น เย็น ดึง กดดัน จั๊กกะจี้ ผู้รับพลังจะนั่งสบายบนเก้าอี้ หรือนอน ผู้ส่งพลังงานวางมือห่างจากผู้รับพลัง 2-6 นิ้ว และเคลื่อนลงช้าๆจากศีรษะลงไปทางเท้า เป็นจังหวะและเท่ากันทั้งสองด้าน ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที ทำให้เกิดการรับรู้และประทับใจ ในธรรมชาติของสนามพลังงาน

3. Unruffling คือ ขั้นตอนการปัดพลังงานที่ไม่สมดุลหรือไม่ดีออกไปทำให้พลังงานรอบตัวผู้รับสม่ำเสมอ โดยปัดพลังงานไม่สมดุลออกจากตัวผู้รับโดยปัดออกข้างนอกเฉียงๆ จากศีรษะจรดเท้า จุดประสงค์คือนำเอาพลังงานที่แน่นภายนอกออกให้พลังงานที่อยู่ลึกๆเคลื่อนออกมา

4. Treatment คือ ขั้นตอนการจัดพลังงานและทำการส่งพลังงานเป็นการส่งพลังงานที่มีลักษะเป็นสี ต่างๆตามความรู้สึกที่เราต้องการถ่ายทอดโดยได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบพลังงานในร่างกายของผู้รับแล้ว จุดมุ่งหมายคือ การจัดระเบียบพลังงาน และการไหลเวียนของพลังงานทั้งระบบ โดยใช้กฎตรงกันข้าม โดยการส่งพลังงานเย็นเมื่อมีพลังงานร้อน ส่งพลังงานอบอุ่นเมื่อมีพลังเย็น พลังอัดแน่นต้องการปัดพลังออกบ้างเพื่อให้พลังมีการไหลเวียนบริเวณที่ขาดพลัง ต้องการเสริมพลัง โดยการวางมือบริเวณนั้น เพื่อให้เกิดการส่งถ่ายพลังงานขึ้น

5. Evaluation คือ ขั้นตอนการประเมินพลังงานเป็นการใช้สัญชาตญาณของการตัดสินใจและการประเมินสนามพลังงานของผู้รับพลัง ว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมและตรวจสอบสนามพลังงานว่ามีความสมดุลแล้วหรือยังและ การไหลเวียนของพลังงานเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ยังต้องมีการประเมินผลซ้ำโดย การสอบถามผู้รับพลังงานว่า เขารู้สึกอย่างไรการทำพลังสัมผัส

ทั้งนี้อาจทำการสังเกตการตอบสนองของผู้รับเมื่อพบว่าผู้รับพลังมีความสงบ หย่อนคลาย ก็สามารถยุติการส่งพลัง บางครั้งผู้ส่งพลังสามารถ สัมผัสมือ เท้า ไหล่ ของผู้รับพลัง และสอบถามความต้องการเพิ่มและหลังจากนั้นผู้รับพลังจะต้องการพักผ่อนและเป็นโอกาสที่ผู้ส่งจะแยกตัวออกมาจากสนามพลังและสะสมพลังงานของตนให้เป็นหนึ่งเดียว ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญต่อสุขภาพของผู้ส่ง

การให้พลังสัมผัสนั้น ผู้ที่ให้และผู้ที่รับพลังนั้นจะเป็นใครก็ได้ โดยเฉพาะผู้ให้พลังสัมผัสเมื่อทำเป็นระยะเวลานานๆจะเกิดความชำนาญทำให้ สามารถส่งพลังงานไปสู่ผู้รับได้ดีขึ้น ทั้งนี้ผู้ให้และผู้รับพลังจะต้องมีสมาธิร่วมกันละทิ้งและปล่อยวางสิ่งต่างๆจดจ่ออยู่กับการปฏิบัติจึงจะช่วยให้การบำบัดดังกล่าวเป็นไปอย่างดี

ขอบคุณที่มาจาก : กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

 

 

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา