มาทำ สมาธิบำบัด โรคกันเถอะ

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / มาทำ สมาธิบำบัด โรคกันเถอะ

สิ่งสำคัญของ สมาธิบำบัด ก็คือ การใช้สมาธิเพื่อฝึกใจให้มีพลังและมีอำนาจสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ในที่นี้ใช้เป็นยารักษาโรคที่เกิดจากความเครียด ความกังวล ไม่เกี่ยวกับโรคที่มีเชื้อโรคโดยตรง แต่สามารถรักษาใจที่เป็นทุกข์ที่เกิดจากโรคได้ วิธีการฝึกสมาธิบำบัดมีหลายวิธีได้แก่

  1. การนั่งภาวนา
  2. การเดินจงกรม
  3. การใช้พลังภายในร่างกาย
  4. การใช้พลังภายนอก
  5. การฝึกเพ่งลูกแก้ว
  6. การอธิฐานจิต
  7. การแผ่เมตตา
  8. การใช้พลังของคนอื่น (หมอหมู่)57599494

 

การฝึกสมาธิเป็นการเปลี่ยนคลื่นความถี่ที่หยาบไปสู่ความละเอียด เมื่อใจสงบกายกับใจก็จะแยกกัน เมื่อสามารถรู้จักใจได้ก็สามารถให้ใจทำอะไรได้ตามต้องการเท่าที่พลังของใจจะทำได้ ก่อนถึงขั้นนั้นใจต้องสงบเสียก่อน ผู้ฝึกต้องมีความอดทน มีศรัทธาและมีความสม่ำเสมอในการฝึกก็จะบรรลุถึงสิ่งที่ต้องการ

สาเหตุของโรค

  1. ภายในร่างกาย ได้แก่
    • กองลม มีลักษณะการเคลื่อนไหวและขับเคลื่อน
    • กอง น้ำดี มีลักษณะของความร้อนย่อยสลายและสร้างสรรค์
    • กองเสมหะ มีลักษณะของความเปียกชื้น หล่อลื่น
  2. ขาดสารอาหาร เช่น ขาดโปรตีน ขาดแร่ธาตุ ตานขโมย ลักปิดลักเปิด
  3. สารอาหาร เกิน ความจำเป็นมีส่วนเกินตกค้างในร่างกาย โรคอ้วน / โรคเกาต์ / ความดันสูง
  4. โรคติดเชื้อ โรคผิวหนัง อหิวาตกโรค ไข้หวัด เอดส์
  5. การเปลี่ยนแปลงฤดู
  6. การบริหารร่างกายไม่ถูกต้อง
  7. การพยายามทำให้เกิดขึ้น
  8. กรรมพันธุ์ ตาบอดสี โรคเลือด ศีรษะล้าน
  9. วิบากกรรม สาเหตุไม่แน่ชัด ไม่สามารถระบุได้ถูกต้อง เป็น ๆ หาย ๆ
  10. อุบัติเหตุทำให้บาดเจ็บแขน – ขาหัก เป็นต้น
  11. โรคชราอาจจะเป็นตั้งแต่เด็ก แต่มาปรากฏตอนอายุมาก เช่น ความจำเสื่อม ปวดเข่า

การบริหารกาย – ใจโดยใช้หลักพระพุทธศาสนา

1. การให้ทาน มุ่งหวังจะจุนเจือให้ผู้อื่น ได้รับประโยชน์และความสุขด้วยความเมตตาจิตของตน มีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ

  • วัตถุทานที่ให้ต้องบริสุทธิ์
  • เจตนาการให้ทานต้องบริสุทธิ์
  • เนื้อนาบุญต้องบริสุทธิ์

ทานที่ให้ผลมากคือ อภัยทาน การให้ธรรมทาน 100 ครั้งก็ยังไม่เท่าการให้อภัยทาน คือ การไม่ผูกโกรธ ไม่อาฆาต จองเวร ไม่พยาบาทคิดร้ายผู้อื่นแม้แต่ศัตรู เพราะเป็นการบำเพ็ญเพียรเพื่อละ โทสะ กิเลส และเป็นการเจริญ เมตตาพรหมวิหารธรรม (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) ละความพยาบาท

2. การรักษา คือ แปลว่า ปกติ คือสิ่งหรือกติกาที่บุคคลจะต้องระวังรักษาตามเพศและตามฐานะ เป็นการตั้งใจรักษาความปกติของตนเอง ในที่นี้คือศีล 5

ข้อที่ 1 ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ความโกรธและขาดเมตตา มีผลต่อ ตับ

ข้อที่ 2 ไม่ถือเอาทรัพย์ของผู้อื่นที่เจ้าของมิได้เต็มใจให้ มีผลต่อ ปอด

ข้อที่ 3 ไม่ล่วงประเวณีในคู่ครองหรือคนในปกครองของคนอื่น มีผลต่อหัวใจ

ข้อที่ 4 ไม่กล่าวมุสา มีผลต่อ ม้ามและกระเพาะ

ข้อที่ 5 ไม่ดื่มสุราเมรัย เครื่องหมักดอง ของมืนเมา ทำให้ขาดสติ สัมปชัญญะ มีผลต่อไต

3. การภาวนา เป็นการสร้างบุญบารมีที่สูงที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุด ในพระพุทธศาสนาการภาวนามี 2 อย่าง คือ

  • สมถภาวนา (การทำสมาธิ) ได้แก่การทำจิตให้เป็นสมาธิ คือ ทำใจให้ตั้งมั่น อยู่ในอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่านแส่ส่ายไปยังอารมณ์อื่น ๆ วิธีภาวนามี 40 วิธี ซึ่งจะใช้วิธีใดก็ได้ สุดแล้วแต่อุปนิสัยและวาสนาบารมีที่เคยสร้างสมอบรมมาแต่ในอดีตชาติ การเจริญภาวนาก็ก้าวหน้าเร็วและง่าย

การทำสมาธิเป็นการสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ ลงทุนน้อยที่สุด เพราะไม่เสียเงินเสีย ทอง เพียงแต่คอยระวังรักษาสติไม่ให้จัดแส่ส่ายไปสู่อารมณ์อื่น ๆ

สมาธิแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

1. ขฌิกสมาธิ คือ สมาธิชั่วขณะ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่กิจการงานในชีวิตประจำวันให้ได้ผลดี

2. อุปจารสมาธิ สมาธิเฉียด ๆ หรือจวนจะแน่วแน่

3. อัปปนาสมาธิ สมาธิที่แน่วแน่แนบสนิท เป็นการเจริญสมาธิในขั้นฌาน ถือเป็นความสำเร็จสูงสุดของการเจริญสมาธิ

ประโยชน์ของสมาธิ

– ทำให้จิตเหมาะแก่การงาน

– ภาวะของการได้ฌาน เป็นการหลุดพ้นเพียงชั่วคราว เพราะกิเลสไม่ได้ถูกทำลาย เป็น เพียงระงับด้วยกำลังของฌาน “หินทับหญ้า”

– ประโยชน์ที่แท้ของสมาธิ คือ ประโยชน์ทางปัญญา เพื่อความหลุดพ้นสิ้นอาสวะ ปัญญาทางพุทธศาสนา หมายถึง การถอนตนออกจากสิ่งทั้งปวง โดยทำลายความยืดมั่น ถือ มั่น ให้หมดสิ้นไป อันเป็นการปลดเปลื้องจิตให้พ้นจากความเป็นทาสหรือไม่อยู่ใต้อำนาจของสิ่งใด ๆ

  • วิปัสสนาภาวนา (การเจริญปัญญา) ไม่ใช่ให้จิตตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียว แต่เป็นจิตที่คิดและใคร่ครวญหาเหตุและผลในสภาวธรรมทั้งหลายและสิ่งที่เป็น อารมณ์ของวิปัสสนานั้น มีเพียงอย่างเดียวคือขันธ์ 5 (รูปเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ) สมาธิเปรียบเหมือน หินสับมีด ส่วนวิปัสสนาเหมือนมีดย่อมีอำนาจถากถางกิเลส คือคลายจากอุปทาน คือ ความยึดมั่น ถือมั่น ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทุกข์ ความโกรธ ความหลง ดังนั้น การเจริญวิปัสสนาต้องพยายามทำสมาธิให้ได้เสียก่อน

สมาธิบำบัด : การบริหารใจ ด้วยสมาธิ

1. มหัศจรรย์ภายในร่างกาย ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว / ใจรักษากาย

2. สาเหตุของโรคมัก จะพบว่าเป็นสาเหตุด้วยใจมีอำนาจเหนือกว่ากาย

3. ความสุขอย่างอื่นที่ยิ่งกว่าความสงบ ร่างกายก็จะได้รับการพักผ่อนไปด้วยการฝึกสมาธิ เพราะการฝึกสมาธิช่วยแก้ปัญหาชีวิตที่ตรงจุด และเป็นความสุขที่แท้จริงหาได้จากใจที่อยู่ภายในตัว ซึ่งก็มีผลต่อร่างกาย ทำให้สุขภาพกาย – ใจดีด้วย

4. การฝึกสมาธิเป็นการเปลี่ยนคลื่นความถี่ของใจให้เกิดความถี่ที่สูงขึ้นและสมองจะสร้างสนามพลังออกมาหุ้มห่อร่างกายที่เรียกว่า ออร่า

5. การฝึกสมาธิทำให้ใจอยู่ในอารมณ์สงบ ร่างกายก็จะได้รับการพักผ่อนไปด้วย การฝึกสมาธิเป็นยาอายุวัฒนะอย่างหนึ่ง

6. การฝึกสมาธิควรยึดหลักสายกลาง คือ ไม่เคร่งครัดและไม่หย่อนยานกับตนเองจนมากเกินไป การฝึกจะทำให้การนึกคิดเปลี่ยนไปทำให้เกิดความเข้มแข็งทางใจ

7. ยืดหลักสายกลาง ใจนั้นมีอำนาจทุกครั้งที่มีความสมดุลทางอารมณ์ การฝึกสมาธิเป็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ และการรับรู้ต่อสิ่งภายนอก เมื่อฝึกแล้วจะรู้สึกว่าตนเองใจเย็นลง ไม่เร้าร้อนมีความมั่นคงทางใจ และตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มีความเชื่อมั่นเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไป สามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวันได้

8. การอยู่คนเดียวเป็นการพัฒนายกระดับใจให้สูงขึ้น ด้วยการฝึกความสงบรับประทานอาหารน้อย นอนน้อย พูดน้อยหรือพูดเท่าที่จำเป็น ไม่ติดกับความสะดวกสบายเป็นการเปิดโอกาสให้ใจมีอิสระ สามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว และเป็นการสร้างสนามพลังให้กับตนเอง

9. สิ่งสำคัญของการฝึกสมาธิขึ้นอยู่กับความตั้งใจ ความเพียรพยายาม ความศรัทธา ความอดทน และความสม่ำเสมอ

 

ขอบคุณที่มาจาก : กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ขออนุญาตใช้เนื้อหา