เมล็ดสน ประโยชน์เล็กๆ กับคุณค่าอาหารล้นๆ

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / เมล็ดสน ประโยชน์เล็กๆ กับคุณค่าอาหารล้นๆ

ในความเป็นจริงแล้วพอได้ยินชื่อ ต้นสน เราคงนึกได้เพียงภาพต้นไม้ทรงสูง ที่เหมาะสำหรับการนำมาทำเป็น ต้นคริสต์มาส พร้อมประดับประดาไปด้วยไฟวิบวับกล่องของขวัญ และลูกสนแห้ง ๆ สีน้ำตาล ซึ่งดูแล้วก็น่าจะไม่มีคุณค่าอะไรมากมายนัก แต่สิ่งที่เราอยากจะบอกในครั้งนี้ คือ ภายในกรวยสนที่เป็นเหมือนรูปโคนนั้น บรรจุไปด้วยเมล็ดสนหรือถั่วสนเล็ก ๆ ที่สามารถนำมารับประทานได้อยู่ในนั้นเต็มไปหมด

จากเบื้องต้นที่เกริ่นนำไปอาจมีบางคนพอรู้บ้างแล้วว่าลูกสนมีเมล็ดที่สามารถนำมารับประทานได้ แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ โดยการนำต้นสนมาปลูกเพื่อนำเมล็ดมารับประทานอาจจะดูไม่คุ้มค่า เพราะกว่าจะกะเทาะเมล็ดออกนำมาขายได้ ก็ต้องใช้เวลายาวนานมาก แถมกว่าจะได้เมล็ดแต่ละทีก็น้อยเหลือเกิน และเมล็ดยังมีขนาดพอ ๆ กับเมล็ดทานตะวัน หรือเมล็ดฟักทองอีกด้วย

แต่สำหรับในต่างประเทศโดยเฉพาะในโซนฝั่งยุโรป ที่เน้นไปทางอเมริกาเมล็ดสนจัดเป็นถั่วชนิดหนึ่งที่ชาวพื้นเมืองอเมริกันนิยมปลูก และเก็บเกี่ยวเมล็ดเพื่อนำมาขายเป็นอย่างมากส่วนในแถบเอเชียประเทศเกาหลีก็มีเมล็ดสนที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางเช่นกัน และดูเหมือนว่าเมล็ดสนที่มาจากเกาหลีจะได้รับความนิยมมากกว่าทางฝั่งยุโรป เนื่องจากมีลักษณะเมล็ดที่ยาวกว่า จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่ง เหตุผลที่ทำไม เมล็ดสนจากเกาหลี ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในประเทศรัสเซีย อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ อเมริกาเหนือ จีน สเปน และโปรตุเกส ประเทศเหล่านี้ยังมีการปลูกสนและนำมารับประทานเช่นกัน

โดยเมล็ดสนสามารถรับประทานได้ทั้งแบบดิบหรือจะนำไปคั่วด้วยไฟอ่อน ๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ เพราะรสชาติของเมล็ดสนมีความหวานและออกมันนิดๆ ไม่เหมือนเมล็ดถั่วชนิดอื่น ๆ เวลาเคี้ยวจะมีความกรุบกรอบ สามารถทำเป็นได้ทั้งอาหารว่าง อาหารหวาน และอาหารคาว โดยส่วนใหญ่เรามักจะพบในเมนูจาน ผักสลัด ซอสอิตาลี หรือ ซอสเพสโต้ และยังนิยมมากในการใช้โรยหน้าในอาหารและขนมหวานของชาวตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียน และยังมีเหตุผลมากมายที่เราอยากให้คุณลองหาเมล็ดสนมารับประทาน เพราะนอกจากจะช่วยระงับความอยากอาหารแล้ว เมล็ดสนยังเป็นสิ่งที่ช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

ยังมีผลการวิจัยที่พบว่า ในเมล็ดสนมีกรดไขมันที่ช่วยชะลอการดูดซึมอาหารในลำไส้ จึงทำให้เกิดความอยากอาหารที่น้อยลง อีกทั้งยังมีพลังงานอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน A , วิตามิน B, B1, B2, B3, B5, B9 วิตามิน C วิตามิน E วิตามิน K โคลีน แร่ธาตุ แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สังกะสี และลูทีน ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกัน ควบคุมคอเลสเตอรอล รวมทั้งการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพราะ เมล็ดสนในจำนวน 100 กรัม จะมีแคลอรีเพียง 637 แคลอรีเท่านั้น

นอกจากนี้วิตามิน E ยังช่วยป้องกันร่างกายไม่ให้เกิดผลเสียจากมลภาวะต่าง ๆ แถมในแมกนีเซียม ยังช่วยบรรเทาอาการแพ้ได้อีกด้วย รวมทั้งยังมีไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ที่ช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้เช่นกัน เพราะมีทั้งวิตามิน E วิตามิน K แมงกานีส และแมกนีเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันโรคกระเพาะ แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดขอด เเละ การอุดตันของลิ่มเลือด โดยจะเข้าไปเสริมความเเข็งเเรงของหลอดเลือด ซึ่งทำให้เกิดความยืดหยุ่น ไม่เปราะเเละเเตกร้าวได้ง่าย สำหรับในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานและอัมพาต เมล็ดสนยังช่วยให้เลือดสามารถนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้มากขึ้น เเถมยังช่วยลดภาวะเเทรกซ้อนจากการติดเชื้อ เเขนขาลีบ เเละกล้ามเนื้ออ่อนเเรง เป็นต้น

ทั้งนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมบอกอีกว่าเมล็ดสนยังจำเป็นในกลุ่มเด็กเล็กและกลุ่มวัยรุ่น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาเมล็ดสนมาไว้รับประทานเป็นอย่างมาก เพราะในเมล็ดสนสามารถช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่อร่างกาย และช่วยเพิ่มการป้องกันของการเปลี่ยนแปลงในช่วงฟันน้ำนมของเด็กๆ ได้อีกด้วย

สำหรับใครที่ต้องการหาเมล็ดสนมารับประทาน เดี๋ยวนี้เราสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปได้แล้วนะคะ ส่วนวิธีการเก็บควรเก็บใส่กระปุกหรือบรรจุภัณฑ์ที่มิดชิด เพราะหากโดนลมหรืออากาศนานๆ อาจทำให้รสชาติและกลิ่นของเมล็ดสนเปลี่ยนไปด้วย

เรื่อง : ซ่อนกลิ่น สูตร : กองบรรณาธิการ
ที่มาเนื้อหาจาก นิตยสารแม่บ้าน
Web : http://www.maeban.co.th/
FB : https://www.facebook.com/Maeban.co.th/
MAEBAN TV : https://www.youtube.com/c/maebantv
IG : https://www.instagram.com/maebanmag/

ขออนุญาตใช้เนื้อหา