วิตามินซี กินแล้วขาว กินแล้วสวย แถมรักษามะเร็ง จริง VS ไม่จริง มีคำตอบ!

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / วิตามินซี กินแล้วขาว กินแล้วสวย แถมรักษามะเร็ง จริง VS ไม่จริง มีคำตอบ!

เทรนด์การรับประทานวิตามินซีมาแรงตลอดทุกฤดูกาล และมีผู้ที่นิยมรับประทานวิตามินซีมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งหลายคนเกิดความสงสัยว่า วิตามินซีมีประโยชน์ตามนั้นจริงหรือไม่ วันนี้มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้มาฝากกัน

เภสัชกรหญิงวิชชุลดา ผรณเกียรติ์ ผู้เชี่ยวชาญจากเมก้า วีแคร์ กล่าวว่า “ วิตามินซี (Vitamin C) หรือ กรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid) เป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ วิตามินซีเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไปเท่านั้น ซึ่งแหล่งอาหารที่มีปริมาณวิตามินซีสูง ได้แก่ ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว มะเขือเทศ สตรอเบอร์รี่ และผักสด เช่น กะหล่ำ บรอกโคลี เป็นต้น อย่างไรก็ตาม วิตามินซี สามารถเสื่อมสลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับความร้อนและความชื้น ดังนั้น การรับประทานผักผลไม้สดๆ ที่ไม่ผ่านการปรุงด้วยความร้อนจะทำให้ได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากกว่า แต่ในความเป็นจริง การรับประทานวิตามินซีจากผักผลไม้สดๆ เป็นประจำอาจเป็นไปได้ยาก ดังนั้น การรับประทานวิตามินซีเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยมในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม มีผู้บริโภคจำนวนมากที่สงสัยเรื่องคุณประโยชน์ของ วิตามินซีว่ากินแล้วผิวสวยจริงหรือไม่ ทานแล้วป้องกันหวัดได้จริงหรือ เรามีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบายเรื่องวิตามินซีได้”

วิตามินซี กินแล้วสวย จริงหรือไม่?

สาวๆ หลายคนที่อยากสวย จะได้ยินบ่อยๆ ว่าการรับประทานวิตามินซีจะช่วยได้ บางคนเห็นเพื่อนรับประทานวิตามินซีแล้วบอกว่าดี ก็ไปซื้อมาทานตามด้วย แต่ข้อเท็จจริงข้อนี้จริงหรือไม่ ขอตอบเลยว่ามีความเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอการเสื่อมหรือการแก่ตัวของเซลล์ ซึ่งมีการศึกษาชี้ว่าคนที่รับประทานวิตามินซีเข้าไปในปริมาณที่สูงพออย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะเก็บวิตามินซีไว้ในเซลล์ต่างๆ เพื่อคอยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระไปทำร้ายเซลล์ที่แข็งแรงในร่างกาย เซลล์เหล่านั้นจึงไม่เสื่อมก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้ วิตามินซียังมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ ดังนั้น การานวิตามินซีจึงช่วยเสริมการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจน ทำให้ผิวไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร และวิตามินซียังมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตของผิว ทำให้ผิวมีสุขภาพดี นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างเอ็นกระดูกอ่อนในร่างกายได้อีกด้วย

แต่หากหลายๆ คนที่ทานวิตามินซีแล้วยังมีพฤติกรรมทำร้ายเซลล์ต่างๆ ในร่างกายตัวเองอยู่ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า นอนดึก และกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ก็คงหนีไม่พ้นความแก่ก่อนวัยที่จะยังถามหาอยู่ดี

วิตามินซี กินแล้วขาว จริงหรือไม่

ข้อนี้ จริงครึ่งหนึ่ง เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์สร้างเม็ดสี ซึ่งมีบทบาทมากที่สุดในการสร้างเม็ดสีเมลานิน จึงช่วยลดรอยดำและผิวหมองคล้ำได้ และช่วยป้องกันมิให้เกิดขบวนการสร้างเม็ดสีผิวขึ้นมาอย่างผิดปกติ ดังนั้น หากเป็นคนที่ผิวคล้ำจากการตากแดด ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาที่ร่างกายสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากแสงแดด กรณีนี้วิตามินซีจะช่วยทำให้ผิวที่คล้ำหายกลับมาเป็นสีผิวปกติได้ แต่สำหรับผู้ที่มีผิวคล้ำจากพันธุกรรมอยู่แล้ว การรับประทานวิตามินซีจะช่วยเพียงทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งสดใสขึ้น แต่ไม่ทำให้ขาวขึ้นมาผิดหูผิดตาเป็นคนละคนได้

vitaminc-1

วิตามินซี กินแล้วป้องกันหวัดได้จริงหรือไม่

จริง จากงานวิจัยของ ดร.ไลนัส พอลลิง นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลในปี 1970 ศึกษาแล้วพบว่าหากเราได้รับวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม จะสามารถป้องกันหวัดได้และหากเป็นหวัดก็จะหายเร็วขึ้นถึง 40% เพราะวิตามินซีมีคุณสมบัติในการทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ วิตามินซียังมีคุณสมบัติในการช่วยลดอาการภูมิแพ้ เพราะวิตามินซีสามารถช่วยลดการหลั่งสารก่อภูมิแพ้หรือฮีสตามินในร่างกายได้ ซึ่งสารก่อภูมิแพ้นี้จะถูกกระตุ้นให้มีปริมาณสูงขึ้นเมื่อร่างกายได้รับหรือสัมผัสกับสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ดังนั้น วิตามินซีจะช่วยบรรเทาความรุนแรงของอาการแพ้ หอบหืด และไซนัส จากคุณสมบัติการเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เมื่อมีอาการได้

วิตามินซี รักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือ

ไม่จริง วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ คือ ช่วยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระหรือสารพิษส่วนเกินต่างๆ ในร่างกายไปทำร้ายเซลล์ปกติ จึงช่วยป้องกันมิให้เซลล์ต่างๆ กลายเป็นเซลล์ชนิดร้ายหรือเซลล์มะเร็งได้ แต่กรณีที่เซลล์นั้นๆ มีความผิดปกติหรือเป็นเซลล์มะเร็งไปแล้วนั้น วิตามินซี ไม่สามารถรักษาเซลล์มะเร็งให้หายไปได้ ดังนั้น จึงเป็นความเข้าใจผิดที่คิดว่าการรับประทานวิตามินซีจะช่วยรักษามะเร็ง แต่การจะรับประทานวิตามินซีอาจมีส่วนช่วยทำให้ภาวะลุกลามของเซลล์มะเร็งเกิดได้ช้าลง ยิ่งไปกว่านั้น วิตามินซียังช่วยลดอาการข้างเคียงของการใช้ยาเคมีบำบัดและการฉายแสง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ฯลฯ ในผู้ป่วยโรคมะเร็งให้น้อยลงอีกด้วย

วิตามินซี บำรุงเลือด จริงหรือไม่

จริง เพราะวิตามินซีมีส่วนช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง อย่างเช่น ผักใบเขียว ถั่วต่างๆ ธัญพืชจำพวกงาขาวหรือลูกเดือย แต่หากร่างกายเราไม่มีวิตามินซีอย่างเพียงพอ ร่างกายก็ไม่สามารถดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารเข้าไปได้มากนัก ดังนั้น วิตามินซี จึงมีส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยเสริมการสร้างเม็ดเลือดต่างๆ ในร่างกายได้

วิตามินซี กินนานๆ แล้วจะทำลายตับจริงหรือไม่

ไม่จริง เพราะวิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ ร่างกายจึงสามารถขับออกได้ตามปกติทางการปัสสาวะ ซึ่งจากการวิจัยพบว่า ในคนปกติสามารถรับประทานวิตามินซีได้สูงถึง 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ ได้โดยไม่มีอันตรายใดๆ

“จะเห็นว่าวิตามินซีมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายๆ ด้าน แต่การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์วิตามินซีเสริมให้ได้ประโยชน์นั้น ผู้บริโภคควรเลือกรับประทานวิตามินซีที่มีส่วนผสมของไบโอฟลาโวนอยด์ เพราะตามธรรมชาติ เรามักพบวิตามินซีอยู่ร่วมกับสารอาหารกลุ่มไบโอฟลานอยด์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินซี และทำให้วิตามินซีอยู่ในร่างกายได้ดีขึ้น สำหรับคนปกติที่ต้องการดูแลสุขภาพแนะนำให้รับประทานวิตามินซีในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับผู้ที่มีอาการหวัด และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 2,000 มิลลิกรัม” เภสัชกรหญิงวิชชุลดา กล่าวสรุป

 

ขอบคุณที่มาบทความจาก เมก้า วีแคร์