โดน ยุงกัด กี่ครั้ง ถึงเป็น ไข้เลือดออก

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / โดน ยุงกัด กี่ครั้ง ถึงเป็น ไข้เลือดออก

คนจะเป็นโรค ก็ต่อเมื่อ ถูกยุงลายที่มีเชื้อไวรัสเดงกีกัด โดยส่วนใหญ่ยุงจะมีเชื้อนี้ หลังกัดคนที่เป็นโรค ส่วนน้อยยุงจะได้รับเชื้อนี้โดยถ่ายทอดมาจากแม่ของมัน นอกจากนี้แม้จะถูกยุงที่มีเชื้อกัดก็ไม่จำเป็นที่จะเป็นโรคทุกคน มีการศึกษาพบว่าคน ที่ติดเชื้อนี้ 1 ใน 4 จะเป็นโรคร้อยละ 6 ของผู้เป็นโรคจะมีอาการรุนแรง และ ร้อยละ 1 ของผู้ที่มีอาการรุนแรงจะเสียชีวิต แต่เนื่องจากเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ยุงลายตัวไหนมีเชื้อนี้อยู่ และถ้าเราถูกกัดเราจะเป็นโรครุนแรงแค่ไหน ดังนั้นเราต้อง ระมัดระวังไม่ให้ถูกยุงกัด

และเคยมีการศึกษาว่า การถูกยุงลาย ที่มีเชื้อไวรัสเดงกีกัด 4-5 ครั้งขึ้นไป ถึงจะเสี่ยงเป็นไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก

หากไม่อยากเป็นโรคนี้ ต้องระวังอย่าให้ถูกยุงกัด โดยยุงลายชอบหากินในเวลา กลางวัน ดังนั้นต้องระวังไม่ให้ยุงกัดทั้งกลางวันและกลางคืน ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ ยุงลาย เช่น กระถาง แจกัน โอ่งน้ำ ยางรถยนต์ โดยการทำลายทิ้ง หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำ ทุก 7 วัน หรือใส่ทรายเคมีกำจัดลูกน้ำ หรือเลี้ยงปลากินลูกน้ำตามความเหมาะสม

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครจะเป็น ไข้เลือดออก

เราพอจะรู้ได้โดยดูจากอาการคนไข้ โรคไข้เลือดออกโดยทั่วไปจะกินเวลา 2-9 วัน สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะ คือ ระยะไข้ ระยะช็อก และระยะฟื้น แต่ถ้าเป็น แบบไม่รุนแรงก็จะไม่มีระยะช็อก

+ ระยะไข้ มักกินเวลา 2-7 วัน คนไข้มักจะมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน หากรัดต้นแขนดู จะพบว่าหลังรัดแขนจะมีจุดเลือดออก เล็กๆ ที่ข้อพับศอกหลายจุด [หรือที่หมอเรียกว่า “การทดสอบทูนิเกต์ (tourniquet test)”] คนไข้มัก จะไม่เป็นอันตรายในระยะนี้ แต่จะเป็นอันตรายในระยะต่อไป

+ ระยะช็อก ซึ่งระยะนี้ไข้จะลดลง แต่คนไข้อาจมีเลือดออกหรือช็อกจนเสียชีวิตได้ เราสามารถสังเกตได้ว่าคนไข้เข้าสู่ระยะช็อกหรือไม่ โดยเมื่อเข้าสู่ระยะนี้ไข้จะลดลง แต่คนไข้จะแย่ลง เช่น ซึมหรือกระสับกระส่าย มือเท้า เย็นชืด หน้ามืด เป็นลม ความ ดันโลหิตต่ำ (ที่เราเรียกว่า ‘ช็อก’) ปวดท้อง ปัสสาวะออกน้อยลง บางคนมีเลือดออก เช่น เลือดกำเดาไหล หรืออาเจียน ระยะนี้ถ้าให้การรักษาถูกต้องทันท่วงที หรือคนไข้ การไม่รุนแรงมากนัก ก็จะหายเข้าสู่ระยะพักฟื้น แต่ถ้ารักษาไม่ทันท่วงที หรือไม่ ถูกต้อง หรือมีภาวะแทรกซ้อน คนไข้ก็อาจเสียชีวิตได้

+ ระยะฟื้น โดยอาการทั่วไปจะดีขึ้น บางคนมีผื่นขึ้นตามตัว กินอาหารได้มากขึ้น ในระยะที่มีไข้ บางครั้งเป็นการยากที่จะบอกว่า คนไข้คนไหนเป็นไข้เลือดออก แต่โดยทั่วไปอาการที่ต้องระวังว่าอาจเป็นไข้เลือดออก โดยเฉพาะในช่วงที่โรคนี้ ระบาด คือ ไข้สูง หน้าแดง คลื่นไส้ อาเจียนบ่อย รัดแขนแล้วพบจุดเลือดออก อย่างไร ก็ตาม การรัดแขนแล้วพบจุดเลือดออก อาจเกิดจากโรคอื่น เช่น การติดเชื้อไวรัสอื่น ได้ดังนั้นหมออาจจะเจาะเลือดตรวจ โดยหากพบว่าเกล็ดเลือดต่ำผิดปกติ ก็จะช่วย สนับสนุนว่าเป็นโรคไข้เลือดออก แต่ถ้าให้แน่นอน หมอต้องส่งตรวจหาเชื้อไวรัสเดงกี ในเลือด แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และการตรวจหาเชื้อจะบอกเพียงว่าคนไข้ติดเชื้อ หรือไม่ แต่ไม่บอกว่าจะมีอาการรุนแรงหรือไม่

 

เรียบเรียงบทความโดย Health Mthai Team

ที่มาจาก โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน

 http://www.tm.mahidol.ac.th/