จริงไหม ปลาแซลมอน ยุคนี้ อันตราย เชื้อโรคเพียบ…มีคำตอบ

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / จริงไหม ปลาแซลมอน ยุคนี้ อันตราย เชื้อโรคเพียบ…มีคำตอบ

ก่อนหน้านี้เคยมีการพูดถึง ปลาแซลมอน ในแง่มุมของ คุณประโยชน์ที่แท้จริงจากปลาแซลมอน ในยุคนี้ว่า ประโยชน์เหล่านั้น ยังมีจริงอยู่หรือ? ด้วยการชี้ให้เห็นว่า ปลาแซลมอน ที่เราบริโภคกันอยู่ในปัจจุบัน ล้วนมาจากแซลมอนที่ถูกเลี้ยงจากฟาร์ม ไม่ใช่จากธรรมชาติที่แท้จริง และอุตสาหกรรมการเลี้ยงแซลมอนนั้น ผ่านการใช้สารเคมีเพื่อเร่งให้เนื้อปลามีสีสด ดูน่ารับประทาน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยเชื้อโรคหลายอย่าง การเลี้ยงปลาแซลมอน จึงต้องพึ่งการใช้สารเคมีเพื่อกำจัด นอกจากนั้น ยังมีคำกล่าวว่า ทั้งหมดนี้ อาจส่งผลให้การกินปลาแซลมอน ที่มาจากฟาร์มเลี้ยง ก่อสารมะเร็งให้แก่ผู้บริโภค 

Salmon-5

จนกลายเป็นที่พูดถึง ถึงความอันตรายต่อการ กินปลาแซลมอน ที่ผู้รักสุขภาพหลายคนหันมาเลือกบริโภคกันเยอะในปัจจุบัน ว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่อย่างไร โดยข้อความที่ถูกส่งต่อกันมา มีลักษณะการพูดถึง ในเนื้อหามีข้อมูลดังนี้

ปลาแซลมอนที่ส่งมาขายบ้านเราส่วนใหญ่มาจากฟาร์มเลี้ยงปลาในยุโรป ปลาแซลมอนเหล่านี้อุดมไปด้วยเชื้อโรค เจ้าของฟาร์มจึงต้องใส่สารเคมีและยาปฏิชีวนะลงในบ่อปลา เพื่อกำจัดแมลงรบกวนและเชื้อโรคหลายอย่าง

ปลาแซลมอนในธรรมชาติมีเนื้อเป็นสีชมพู เพราะมันกินพวกกุ้งตัวเล็กๆ และพืชทะเล ปลาแซลมอนในฟาร์มก็มีเนื้อสีชมพูน่ากินเช่นกัน แต่เป็นเพราะมันกินอาหารปลาที่มีสารให้สีจำพวก astaxanthin และ canthaxanthin ชนิดเข้มข้น ซึ่งหากมนุษย์ได้รับสารเหล่านี้มากเกินไป อาจจะมีผลต่อระบบประสาทตา

นอกจากนี้ เนื้อของปลาแซลมอนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลัง ยังอุดมไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีผลต่อการ อุดตันของเส้นเลือด แถมยังมีกรดไขมันโอเมกา-3 น้อยกว่าปลาแซลมอนในธรรมชาติถึง 3 เท่า ดังนั้นหากบริโภคแซลมอนจากฟาร์มเหล่านี้มากเกินไป ก็อาจส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้

ในสหรัฐอเมริกายังมีการวิจัยพบว่า เนื้อปลาแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงมีสารก่อมะเร็งที่มาจากอาหารปลาในระดับที่สูงกว่าปลาแซลมอนจากธรรมชาติถึง 16 เท่า มากกว่าเนื้อวัว 4 เท่า ไม่นับรวมว่าปลาแซลมอนบางตัวมีพยาธิทะเลอาศัยอยู่ด้วย

Salmon-4

โดยประเด็นในเรื่องนี้ อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ก็ได้เคยให้คำอธิบายในเรื่องดังกล่าวว่า

“ใครชอบกิน ปลาแซลมอน (มีตังค์กิน) ก็กินต่อไปเถอะครับ”
เคยโพสต์ไว้นานแล้ว เกี่ยวกับบท บก.ของนิตยสารหนึ่งตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน (แต่กลับมาแชร์กันใหม่ ช่วงนี้) ที่บอกว่าไม่ควรกินปลาแซลมอน เพราะมาจากฟาร์มเลี้ยงในยุโรป อุดมไปด้วยเชื้อโรค และใส่สารเคมีที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ฯลฯ โดยอ้างวารสารชื่อ ecologist และลงท้ายว่าให้มากินปลาทูดีกว่า

เรื่องนี้หลายคนในพันทิปช่วยกันอธิบายแล้วว่าไม่เป็นความจริง ปลาแซลมอน ไม่ได้อันตรายอย่างที่ว่าแต่อย่างไร ซึ่งผมจะย่อสรุปให้อ่านกัน ดังนี้

ปลาแซลมอนที่ขายกัน มีทั้งที่เป็นปลาจับจากทะเลธรรมชาติ และที่เป็นปลาเลี้ยงในฟาร์มเปิดในทะเลอีกทีหนึ่ง ปลาจับนั้นมีราคาแพงกว่าปลาเลี้ยงมากๆ  แต่ก็มีรสชาติดีกว่าด้วย เพราะสามารถว่ายน้ำได้เป็นระยะทางไกลจึงมีไขมันในเนื้อไม่มากเท่าปลาเลี้ยง

การเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนนั้นมีในหลายประเทศทางยุโรปเหนือ ซึ่งมีมาตรฐานการควบคุมการเลี้ยงตามกฎของอียูให้ออกมาใกล้เคียงกับธรรมชาติ ถูกตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎอียูทุกๆ อย่าง รวมถึงการควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะและสารเคมีต่าง ๆ ด้วย (ดูรูปประกอบ) ซึ่งข้อดีของการเพาะเลี้ยงก็คือลดการทำลายพันธุ์ปลาตามธรรมชาติ (ขณะที่ผมกลับห่วงปลาทูมากกว่า เพราะเราจับจากธรรมชาติกันอย่างเดียว)

fish farm cage in Norwegian Sea

Salmon-3

( โฉมหน้า ฟาร์มเลี้ยงแซลมอน ที่ประเทศนอร์เวย์ )

อาหาร ที่ใช้เลี้ยงปลาแซลมอนก็คล้ายๆ กับอาหารสัตว์น้ำอื่นๆ ไม่ได้ใส่สารอะไรที่อันตราย อย่างกรณีของสาร astaxanthin และ canthaxanthin ที่พูดถึงในบทความนั้น ก็กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ แคโรทีนอยด์ อย่างที่เรากินในแครอท ฟักทอง สารพวกนี้สกัดมาจากสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในธรรมชาติ (สาหร่าย ยีสต์ เปลือกกุ้งปู) ช่วยทำให้เนื้อของปลามีสีส้มมากขึ้น และไม่ได้ก่อมะเร็งหรือเป็นอันตรายต่อการบริโภค

บทความต่างประเทศที่เค้าอ้างถึงนั้น พบว่าน่าจะมาจากวารสาร The ecologist ที่พูดถึงเรื่องปลาแซลมอนก็จริง แต่เป็นเรื่องไวรัส ISA ที่แพร่จากฟาร์มเลี้ยงไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ปลาธรรมชาติติดเชื่อไปด้วย แต่ไวรัสนี้ไม่ได้เป็นอันตรายกับคน … จริง ๆ แล้ว บทความใน The ecologist ฉบับอื่น ๆ ได้พูดถึงผลกระทบของฟาร์มปลาต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ได้พูดถึงเรื่องความเสี่ยงโรคมะเร็ง

****

Salmon-1

แซลมอน ได้ชื่อว่าเป็นปลาจากแหล่งบริสุทธิ์ที่ไร้มลพิษและมีคุณค่ามากมาย เพราะระหว่างที่อยู่ในทะเล แซลมอนจะสะสมไขมันจากการกินแพลงตอนและสาหร่ายทะเล ซึ่งเป็นไขมันจำเป็นที่ร่างกายมนุษย์ต้องการแต่สร้างขึ้นเองไม่ได้ นั่นคือกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เรียกว่า โอเมกา-3 ซึ่งมีประโยชน์มากมายต่อมนุษย์

  • – สามารถลดคอเรสเตอรอลและไขมันที่ชอบสะสมตามผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • – ชะลอการปวดบวมของโรคกล้ามเนื้ออักเสบและโรครูมาตอยด์ ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังและทำให้ข้อพิการ
  • – ลดการเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งสำไส้ใหญ่ เป็นต้น
  • – ช่วยลดความดันโลหิต เมื่อรับประทานเป็นประจำ กรด DHA จะช่วยพัฒนาสมอง สายตาความจำและการเรียนรู้
  • – ช่วยระงับอารมณ์ ยับยั้งอาการป่วยและความห่อเหี่ยวทางจิตใจ ซึ่งมีผลมาจากสมอง
  • – ลดอาการเย็นของมือและเท้าในผู้ป่วยโรคเรย์นอค

 

หลังจากอ่านบทความนี้จบ ก็คงจะได้คำตอบกันแล้วนะคะ ว่า ปลาแซลมอน นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมากขนาดไหน