บันได 9 ขั้นสู่ อายุยืน

หน้าแรก / วิธีดูแลสุขภาพ / บันได 9 ขั้นสู่ อายุยืน

สิ่งที่คุณอยากได้ในวันเกิดคืออะไรคะ อย่างหนึ่งในคำอวยพรก็คือ การมี อายุยืน ยาว ซึ่งการจะมี อายุยืน ยาวอย่างมีสุขภาพดีนั้นต้องอาศัยปัจจัยประกอบต่อไปนี้

Beautiful lady

1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน

กินอาหารให้อิ่มประมาณ 7 ใน 10 ส่วนของกระเพาะอาหาร  ไม่กินอิ่มมากเกินไป และลดอาหารที่ให้พลังงานฟุ่มเฟือย  เช่น  ของหวาน  และของขบเคี้ยวที่มีไขมันและให้พลังงานสูงเพราะเกินความจำเป็นร่างกายต้องการ
การกินเพื่อชะลอวัยสามารถทำได้ดังนี้ค่ะ  กินอาหารสดใหม่  ไม่แปรรูป,  กินข้าวซ้อมมือเป็นประจำ,  กินผัก  ผลไม้ให้มากที่สุดเพื่อเสริมภูมิต้านทานป้องกันโรค  โดยเฉพาะถั่วทุกชนิดและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลาย  รวมทั้งธัญพืชไม่ขัดสี, งดเว้นของหมักดองเพราะมีโซเดียมสูง (เกลือ)  หากกินมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นความดันสูงและมะเร็ง, เสริมวิตามินรวมวันละ 1 เม็ด  และวิตามินอีวันละ 100-400 ไอยู

2. หมั่นออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้ร่างกายสร้างเส้นเลือดฝอยมากขึ้น ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อดีขึ้น แต่ควรระวังการเล่นกีฬาที่อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บและการกระแทกอย่างรุนแรง เพราะทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลายส่งผลต่อประสาทสัมผัสและการรับรู้เมื่อแก่ตัวลง  การออกกำลังกายที่ดีอย่างหนึ่งคือการเดิน การเดินที่เป็นการออกกำลังกายควรเดินให้ได้อย่างน้อยวันละ 45 นาที  หรือ 5,000 ก้าว ต่อวัน และเดินเป็นประจำ 5 วันต่อสัปดาห์ แต่หากคุณมีอายุมากขึ้นควรออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย เช่น โยคะ หรือไทชิ เพื่อสร้างความแข็งแรง และยืดหยุ่นกล้ามเนื้อแทน

3. พักผ่อนให้เพียงพอ

ร่างกายต้องการพักผ่อนและนอนหลับเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การพักผ่อนที่ดีช่วยให้เกิดสมาธิในการทำงานมากขึ้น โดยคุณอาจหาเวลาว่างวันละ 10-15 นาที นั่งเฉยๆ โดยไม่ทำอะไร ทำงานอดิเรกที่ชอบทั้งอ่านหนังสือ ฟังเพลง เดินเล่นยืด เส้นยืดสาย และอาจหาเวลางีบหลับตอนกลางวันซัก 10 -20 นาที  นอกจากนี้ช่วงวันหยุดควรหาเวลาว่างไปพักผ่อนกับครอบครัวหรือทำกิจกรรมที่คุณชอบบ้าง อย่าหมกมุ่นกับงานมากเกินไป และควรเข้านอนแต่หัวค่ำ  หลับให้สนิทอย่างน้อยคืนละ 7 ชั่วโมง

4. หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์

การสูบบุหรี่มีผลต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ และมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ เช่น  ปอด  ช่องปาก  ลำคอ  กระเพาะอาหาร  ตับอ่อน กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้  รวมทั้งมะเร็งเม็ดเลือดขาว เช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ที่ทำลายและทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื้อต่างๆ นอกจากนี้ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงอีกด้วย

5. ควบคุมน้ำหนักให้ปกติเสมอ

การมีน้ำหนักเกินจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆ ทั้งหัวใจ  หลอดเลือด  มะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ทั้งทรวงอก มดลูก ลำไส้ใหญ่ และหลอดอาหาร

6. ลดความเครียด

เมื่อเกิดความเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอีพิเนฟริน (Epinephrine) และฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สกัดกั้นสารอาหารที่มีผลต่อการชะลอวัยทั้งวิตามินซี วิตามินบี แมกนีเซียม และสังกะสี นอกจากนี้ความเครียดยังก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและระบบการหายใจอาจทำให้เป็นโรคหอบ หืด โรคภูมิแพ้ สิว หรือโรคร้ายแรงอื่นๆ เช่น เจ็บหน้าอกและโรคหัวใจ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ  โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคข้อรูมาตอยด์ แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ความผิดปกติของการทำงานทางเพศ (Sex เสื่อม) เป็นต้น

7. สร้างความคิดเชิงบวก

เมื่อมีความคิดด้านลบ อารมณ์เสีย หรือทัศนคติที่ไม่ดี ร่างกายจะเกิดภาวะขาดสมดุลรบกวนการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย การคิดเชิงบวก อารมณ์แจ่มใส  และการมองโลกแง่ดี จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณดูอ่อนเยาว์ขึ้น

8. มีใจเปี่ยมศรัทธา

ความมุ่งมั่น  ความศรัทธา  ที่จะมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งสำคัญ หากมีพลังใจแรงกล้าคุณจะสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้ อาจเห็นได้จากผู้ป่วยที่ต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไปและสามารถเอาชนะโรคร้าย นอกจากนี้ความศรัทธาและการปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของศาสนาต่างๆ ทั้งศริสตร์ศาสนา พุทธศาสนา หรือ เซน ช่วยให้คุณเกิดความสงบในจิตใจและความมุ่งมั่นที่จะทำความดี ความเมตตา ซึ่งเป็นการสร้างความสุขแก่ตนเองและผู้อื่นด้วย

9. หัวเราะวันละนิด

เมื่อหัวเราะระบบต่างๆ ในร่างกายจะทำงานดีขึ้น กล้ามเนื้อที่เคยตึงจะผ่อนคลาย ร่างกายเกิดความสมดุลและมีความสุขเพราะการหลั่งสารเอ็นโดฟินออกมา การหัวเราะบำบัดไม่ใช่หัวเราะแค่ริมฝีปากเท่านั้นแต่เป็นการหัวเราะทั้งตัวไม่ว่าแขน ขา อก หัวไหล่ หรือสมอง ซึ่งการหัวเราะบำบัดช่วยให้มีสุขภาพจิตดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้นเพราะสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น

 

ขอบคุณที่มาจาก : Health&Cuisine กุมภาพันธ์, Issue 61