รักษาริดสีดวงทวาร โดย แพทย์แผนจีน

หน้าแรก / แพทย์แผนจีน / รักษาริดสีดวงทวาร โดย แพทย์แผนจีน

ริดสีดวงทวาร คือการที่เยื่อเมือกส่วนปลายของไส้ตรงและ กลุ่มหลอดเลือดดำใต้ผิวหนังบริเวณท่อทวารหนักเกิดการขอดและโป่งพองกลายเป็น หัว เรียกว่า ริดสีดวงทวาร เกิดได้ในทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะวัย20ปีขึ้นไป อัตราการเกิดในเพศหญิงประมาณ 70% ในเพศชาย 55%

ริดสีดวง

ริดสีดวงทวารเป็นโรคทางระบบลำไส้และทวารหนักที่พบได้บ่อยที่สุด คิดเป็นประมาณ 55% แบ่งเป็น 3 ชนิดตามบริเวณที่เป็นโรคคือ ริดสีดวงภายใน, ริดสีดวงภายนอก, ริดสีดวงแบบผสม ใน 3 ชนิดนี้ริดสีดวงภายในและริดสีดวงแบบผสม พบได้ถึงประมาณ 90%

1.กายวิภาคและสรีรวิทยาของทวารหนักและไส้ตรง

  • ท่อทวารหนัก (anal canal)
  • เส้นเด็นเตท(dentate line)
  • Anal gland
  • Anal cryp หรือ Anal sinus
  • Anal papilla
  • Anal Sphincter Muscle

สรีรวิทยาของไส้ตรงทวารหนัก เป็นส่วนที่กักเก็บและขับอุจจาระ สร้างสารคัดหลั่งหล่อลื่นอุจจาระ ดูดซึมน้ำปริมาณน้อยๆ

2.สาเหตุของโรค

  1. แพทย์แผนจีน เห็นว่า นอกจากสาเหตุในบริเวณที่เกิดริดสีดวงแล้ว การเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพของอวัยวะภายใน, เส้นลมปราณ, ลมปราณและเลือด, อินหยางมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับสาเหตุการเกิดโรค สาเหตุพื้นฐาน คือ อวัยวะภายในอ่อนแอ,เลือดและลมปราณพร่อง
    • ทานอาหารไม่ถูกส่วน,ทานเผ็ดดื่มเหล้ามากเกินไป,ทำให้เกิดความชื้นและความร้อนลง ไปสะสมจับตัวเป็นปุ่มปมบริเวณลำไส้ใหญ่ทำให้เส้นเลือดอุดตันเกิดเป็น ริดสีดวงทวารขึ้น
    • ท้องเสียต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน,นั่งนานยืนนาน,เหนื่อยมากจนเกินไป,สตรี หลังคลอดบุตร ฯลฯ ทำให้เจิ้งชี่ถูกทำลายจนพร่อง เส้นเลือดอุดกั้น? เส้นลมปราณสลับไขว้กันเกิดเป็นริดสีดวงทวาร
    • ท้องผูกอุจจาระแข็ง,ใช้แรงแบ่งมาก เผาผลาญเจิ้งชี่,ชี่หนักสกปรก(จั๋วชี่)สะสมบริเวณลำไส้ถ่วงหย่อนลงล่างเกิดเป็นริดสีดวงทวาร
  2. การแพทย์ยุคปัจจุบัน มีทฤษฏีการเกิดโรค3แบบ คือ มีการขอดของเส้นเลือดดำ,มีหลอดเลือดเพิ่มมากขึ้นและเยื่อบุช่องทวารหนัก เลื่อนลงมาข้างล่าง ปัจจุบันพบว่ามีปัจจัยหลักมาจาก ลักษณะทางกายวิภาคของช่องทวารหนักและไส้ตรง,การติดเชื้อ, ท้องผูก,นิสัยในการรับประทานอาหาร,อาชีพ,พันธุกรรม,ตำแหน่งของไส้ตรง,กล้าม เนื้อหูรูดทวารหย่อนและสตรีมีครรภ์, สตรีหลังคลอดบุตร

3.ประเภทของริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวารแบ่งเป็น3 ประเภท ริดสีดวงภายใน, ริดสีดวงภายนอก, ริดสีดวงแบบผสม

  • ริดสีดวงภายในแบ่งเป็น แบบเส้นเลือดดำขอด,แบบมีเส้นเลือดเพิ่มขึ้น,แบบมีการเกิดเป็นพังผืด(fibrosis)ขึ้น
  • ริดสีดวงภายนอกแบ่งเป็น แบบเส้นเลือดดำขอด,แบบมีลิ่มเลือดมาอุด,แบบมีอาการอักเสบ,แบบเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

4. อาการแสดงของโรค

  • ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด
  • ริดสีดวงภายในยื่นออกมาภายนอก
  • อาการปวดแน่นถ่วง
  • รอบๆรูทวารมีอาการชื้นแฉะ,คัน
  • ท้องผูก

5.การตรวจวินิจฉัย

  1. ริดสีดวงภายใน ริดสีดวงภายในระยะต้นคลำพบได้ยาก พอหัวใหญ่ขึ้นจะคลำพบก้อนที่อยู่เหนือ เส้นสมมุติที่เรียกว่า dentate line(บริเวณแถวๆ รอยที่หยักๆ) หากเป็นลักษณะเป็นเลือดอุดตัน สามารถคลำเจอก้อนแข็ง การส่องกล้องตรวจทางทวารถือว่าสำคัญมาก ทำให้มองเห็นตำแหน่ง ขนาด และรูปร่างของริดสีดวง ริดสีดวงที่เป็นแบบ primary มักจะพบที่ตำแหน่ง 3, 7 , 11 นาฬิกา มีลักษณะเป็นก้อนสีแดงคล้ำ ส่วนริดสีดวงแบบ renewal มักพบในตำแหน่งต่างๆไม่เฉพาะเจาะจงริดสีดวงทวารภายในแบ่งเป็น 4 ระยะ
    • ระยะที่ 1 มักไม่มีอาการใดๆ ผู้ป่วยอาจเพียงแต่รู้สึกว่ามีเลือดสดๆ ออกเป็นหยดๆ ในขณะที่ถ่าย ส่องกล้องทางทวาร อาจพบเนื้อเยื่อแข็งๆเป็นก้อนโป่งพองที่บริเวณเส้น Dentate Line
    • ระยะที่ 2 เวลาถ่ายอุจจาระมีเลือดออกเป็นหยดๆ หรือออกเป็นเลือดพ่นออกมาบ้างบางครั้ง และมีเนื้อริดสีดวงยื่นออกมา แต่หลังถ่ายอุจจาระเสร็จสามารถหดกลับเข้าไปเองได้
    • ระยะที่ 3 ทุกครั้งที่ถ่ายอุจจาระ อ่อนเพลีย ไอ หรือทำกริยาอาการที่ไปเพิ่มแรงดันในช่องท้องให้เพิ่มมากขึ้น ริดสีดวงจะยื่นออกมา และไม่สามารถหดกลับไปเองได้ จำเป็นต้องใช้มือดันหรือนอนพักผ่อนจึงจะสามารถหดกลับได้
    • ระยะที่ 4 ริดสีดวงภายในและภายนอกยื่นออกมาจากปากทวารหนัก และไม่สามารถหดกลับเข้าไปได้
  2. ริดสีดวงภายนอก
    เกิดในตำแหน่งที่ต่ำกว่าแนวเส้นประสาท ปกคลุมด้วยผิวหนัง ส่วนใหญ่มักแบ่งเป็น

    • แบบลิ่มเลือดอุดตัน
      พบบ่อยที่สุดในบรรดาริดสีดวงภายนอกทั้งหมด ส่วนใหญ่มักเกิดจากท้องผูก ถ่ายอุจจาระลำบากหรือใช้แรงในการเบ่งอุจจาระมาก หรืออาจเกิดจากการออกกำลังกายติดต่อกันอย่างหนัก ไอ เป็นต้น ทำให้เส้นเลือดดำที่ปากทวารหนักฉีกขาด เลือดไหลออกนอกเส้นเลือด เกิดเป็นลิ่มเลือดไปอุดตัน ที่ปากทวารหนักเกิดเป็นก้อนบวม มักเกิดที่ปากทวารหนักที่ข้างซ้ายและขวา
    • แบบเส้นเลือดดำขอด
      เป็น External hemorrhoid venous plexus เกิดลิ่มเลือด เส้นเลือดขอด ที่ปากทวารหนักพบก้อนบวม รูปร่างกลม , วงรี หรือปริซึม หาก มีการบวมน้ำ จะกลายเป็นขนาดใหญ่ขึ้น ภายในก้อนริดสีดวงมีลิ่มเลือดและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ มักเกิดร่วมกับริดสีดวงภายในระยะที่ 2 , 3 และแบบผสม ซึ่งโรคนี้ดำเนินไปอย่างช้าๆ ผิวหนังภายนอกสีม่วงคล้ำ หากเกิดการอักเสบ อาจมีอาการบวมและเจ็บด้วย
    • แบบอักเสบ
      เป็น ลักษณะเกิดการอักเสบที่ปากทวารหนัก ส่วนใหญ่มักเกิดจากเกิดการติดเชื้อที่ปากทวารหนัก บางครั้งมีสาเหตุมาจากปากทวารหนักฉีกขาด คนไข้จะรู้สึกว่าปากทวารหนักถ่วงๆ แสบ บวม แดง ร้อน เจ็บ ชื้น คัน บวมน้ำ และเลือดคั่งชัดเจน เวลาเคลื่อนไหวจะปวดมากขึ้น
    • แบบเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
      เกิดจากการ อักเสบแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง เป็นๆหายๆ ทำ ให้ปากทวารหนักหนาขึ้น ก้อนเนื้อริดสีดวงทวารภายในไม่มีเส้นเลือดขอด สาเหตุของโรคส่วนใหญ่เกิดจากท้องผูก ก้อนอุจจาระที่แข็งไปเสียดสีกับผิวหนังบริเวณปากทวารหนัก ทำให้ฉีกขาด เกิดการติดเชื้อ อักเสบและบวมน้ำ เนื้อเยื่อรอบๆหนาขึ้น เมื่ออาการอักเสบดีขึ้น แต่ผิวหนังที่ฉีกขาดไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมได้
  3. แบบผสมพบทั้งริดสีดวงภายในและภายนอกอยู่ในตำแหน่งเส้น dentate line กระจุกรวมกันเป็นก้อน เนื่องจากมีทั้งริดสีดวงภายในและภายนอกอยู่ร่วมกัน ดังนั้นจึงเรียกชื่อว่า แบบผสมกลไก การเกิดโรคที่สำคัญคือ ริดสีดวงภายในพัฒนามาจนถึงระยะสุดท้าย การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองบริเวณนั้นติดขัด ทำให้ระหว่างเส้นเลือดำที่อยู่ภายในและภายนอกเกิดลิ่มเลือดอุดตันและขยายตัว

 

6. การรักษาริดสีดวงทวาร

1. หลักการรักษา

แพทย์จีนยึดแนวทางการรักษาผสมผสานระหว่างการรักษาภายในและภายนอก รักษาทั้งร่างกายและรักษาเฉพาะที่ วินิจฉัย โรคโดยมุ่งเน้นรักษาที่สาเหตุของโรค แพทย์จีนไม่เพียงแต่พยายามที่จะรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังพยายามที่จะปรับระบบสมดุลย์ร่างกาย ทำให้ผลการรักษาทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้ผลดีทั้งสิ้น

2. การรักษาสามารถแบ่งการรักษาออกเป็น ภายในและภายนอก

  • การรักษาภายใน ( ทานยาจีน )
    • ระยะต้น ( 1-2 สัปดาห์ )
      หลักการ ระบายความร้อน ขจัดลมร้อนชื้น
      อาการ ท้องผูก ถ่ายแข็ง ถ่ายเป็นเลือด
      ยาจีน เซิงตี้ 30 กรัม เทียนฮวาเฝิ่น 15 กรัม หวงไป่ 9 กรัม หูจ้าง 30 กรัม ฮวายเจี่ยว 15 กรัม เซิงตี้ท่าน 15 กรัม
      เซ่อไปท่าน 15 กรัม ชื่อช๋าว 9 กรัม จื้อเค่อ 9 กรัม เซิงหมา 9 กรัม จิงเจี้ย 9 กรัม เฉวียนกวาโหลว 30 กรัม
      ต้มกับน้ำ ดื่มวันละ 2 ครั้ง
      หลักการ ระบายความร้อน ขับความชื้น
      อาการ ถ่ายเป็นเลือด ปากทวารหนักถ่วง ตึง
      ยาจีน หลงตั่นฉ่าว 25 กรัม ไฉหู 10 กรัม เจ๋อเซี่ย 20 กรัม เชอเฉียนจื่อ 15 กรัม มู่ทง 15 กรัม เซิงตี้หวง 15 กรัม ตังกุย 10 กรัม จือจื่อ 15 กรัม หวงฉิน 10 กรัม กานฉ่าว 5 กรัม ต้มกับน้ำ ดื่มวันละ 2 ครั้ง
    • ระยะสุดท้าย ( 3-4 สัปดาห์ )
      หลักการ เสริมพลังชี่ บำรุงม้าม ดึงพลังชี่ขึ้นสู่เบื้องบน เหนี่ยวรั้งทวาร ( สำหรับริดสีดวงภายในยื่นออกมาภายนอก)
      ยาจีน หวงฉี 18 กรัม กานฉ่าว 9 กรัม เหรินเซิน 6 กรัม ตังกุย 3 กรัม จวี๋ผี 6 กรัม เซิงหมา 6 กรัม ไฉหู 6 กรัม ฉ่าวไป๋ซู่ 9 กรัม
      หลักการ กระตุ้นการไหลเวียนเลือด สลายเลือดคั่ง ลดการอักเสบ ระงับปวด ( สำหรับริดสีดวงมีก้อนออกมาคาและปวด )
      ยาจีน ถาวเหริน 20 กรัม หงฮัว ( ดอกคำฝอย ) 15 กรัม ตังกุย 15 กรัม เซิงตี้หวง 12 กรัม ชวนซวง 10 กรัม ชื่อฉาว 10 กรัม หนิวชี 15 กรัม เจี๋ยเกิ่น 6 กรัม ไฉหู 6 กรัม จื่อเค่อ 6 กรัม กานฉ่าว 6 กรัม ต้มน้ำดื่ม วันละ 2 ครั้ง
  • การรักษาภายนอก
    • ยาเหน็บทวาร มีสรรพคุณระบายร้อน ลดการอักเสบ ห้ามเลือด ระงับปวด และสมานแผล
    • ยาแช่ล้าง มีสรรพคุณกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ระงับปวด สมานแผล และลดบวม
      ยาจีน หวงไป่ 10 กรัม หูจ้าง 20 กรัม ผู่กงอิน 20 กรัม อู่เป้ยจื่อ 10 กรัม ต้มน้ำใช้อาบหรือแช่ หรือจะนั่งแช่ในน้ำด่างทับทิม ประมาณ 10 นาทีก็ได้
    • ยาทาภายนอก ใช้ครีมจิ่วหัว ครีมทาริดสีดวงเป็นต้น จะช่วยลดการบวม ระงับปวด ช่วยสมานแผลและห้ามเลือดได้ด้วย
  • การรักษาโดยการทำหัตถการ
    • การรัดริดสีดวงภายใน: นอกจาก วิธีทำให้หัวริดสีดวงแห้ง ,วิธีฉีดยาที่หัวริดสีดวง แล้วยังมี วิธีรัดริดสีดวงทวารวิธีรักษาริดสีดวงทวารคือวิธีการรักษาริดสีดวงทวารที่ตกทอดมาแต่โบราณ? เป็นการใช้เส้นด้ายรัดบริเวณฐานของหัวริดสีดวง ปิดกั้นเลือดที่มาเลี้ยงหัวริดสีดวงทำให้หัวริดสีดวงขาดเลือดตายแล้วหลุดออก แผลที่เหลือจะสามารถฟื้นฝูและหายได้เอง ปัจจุบันวิธีนี้ยังคงใช้อย่างกว้างขวางในทางคลินิก เนื่องจากเป็นวิธีการรักษาอย่างสมบูรณ์ถึงที่สุดและให้ผลการรักษาที่แม่นยำ แน่นอนเป็นวิธีการรักษาที่ใช้เป็นหลักวิธีหนึ่งในการรักษาริดสีดวงทวารภายใน และริดสีดวงแบบผสม
      Penetrating ligature loop ligature อาการที่เหมาะกับการรักษาโดยวิธีนี้: ริดสีดวงทวารภายในทุกระยะทุกประเภท, ริดสีดวงแบบผสม, เยื่อเมือกไส้ตรงยื่นหลุดออกมา, หลังตัดริดสีดวงแล้วมีเยื่อเมือกปลิ้นออกมา, ติ่งเนื้อบริเวณด้านล่างของไส้ตรงฯลฯ

7. วิธีป้องกัน ควรใส่ใจในเรื่องต่อไปนี้

  • ป้องกันไม่ให้ท้องผูก ควรรักษาการขับถ่ายอุจจาระให้คล่องเสมอ ทานอาหารที่มีกากใยมาก, อาหารจำพวกถั่ว, ผัก, ผลไม้ สร้างนิสัยการขับถ่ายเป็นเวลา ตอนเช้าหลังตื่นอนแล้วดื่มน้ำอุ่น1แก้วจะกระตุ้นการเคลื่อนไหวของกระเพาะและ ลำไส้, ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ควรรักษาอาการลำไส้อักเสบและอาการอักเสบบริเวณรอบรูทวาร เช่น ท้องเสีย, โรคบิด ฯ อย่างทันท่วงที, ห้ามดื่มเหล้ามาก, ห้ามทานเผ็ด ฯ อาหารที่กระตุ้นลำไส้, เมื่อขับถ่ายเสร็จแล้วล้างก้นให้สะอาด, ก่อนนอนใช้ด่างทับทิมความเข้มข้น1:5,000 ละลายในน้ำต้มอุ่นนั่งลงแช่เป็นเวลา 10นาที การรักษาสุขอนามัยของช่องทวารหนักมีความสำคัญอย่างมากในการป้องกันโรคทาง ทวารหนักทุกประเภท
  • หลีกเลี่ยงการนั่งนานๆยืนนานๆ ควรรักษาโรคหัวใจ, โรคปอด, โรคตับและโรคทั้งระบบของร่างกายอย่างทันท่วงที
  • ขมิบทวาร 50ครั้ง วันละ2เวลาเช้าและเย็น ทุกวัน
  • สาเหตุที่ทำให้ริดสีดวงทวารกลับมาเป็นซ้ำอีกเนื่องจากทำการรักษาไม่ครบถ้วน ไม่สนใจดูแลป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุที่สำคัญ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า การดูแลป้องกันสำคัญกว่าการรักษา