อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการ ออกกำลังกาย

หน้าแรก / วิธีรักษาสุขภาพ / อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการ ออกกำลังกาย

โทษของการ ออกกำลังกาย นั้น ส่วนใหญ่เกิดจากความรู้หรือความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของผู้ปฏิบัติเอง เรามาลองดูกันว่าอันตรายที่เกิดจากการ ออกกำลังกาย นี้ มีอะไรได้บ้าง

อันตรายอย่างแรก ที่จะเกิดจากการ ออกกำลังกาย ก็คือ การเลือกรูปแบบของการ ออกกำลังกาย หรือกีฬาที่ไม่เหมาะสมกับตัวคุณเอง  เพราะสุขภาพและร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เช่น คนบางคนไม่เหมาะที่จะ ออกกำลังกาย ด้วยการวิ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นในคนสูงอายุ เพราะอาจเป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคไขข้ออักเสบ โดยเฉพาะถ้าเป็นที่ข้อเข่า ข้อเท้า ก็ไม่ควรวิ่งอย่างเด็ดขาด ควรเลือก ออกกำลังกาย แบบอื่นที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น เดินหรือจ๊อกกิ้งช้าๆ ว่ายน้ำ โยคะ ไทเก้ก เป็นต้น สำหรับโรคหัวใจนั้น ก็ไม่ได้ห้ามซะทีเดียว ในกรณีที่ถ้าคุณเป็นโรคหัวใจอยู่ และอยาก ออกกำลังกาย ด้วยการวิ่งก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อประเมินสมรรถภาพของหัวใจ เพราะสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจบางคน การ ออกกำลังกาย ด้วยการวิ่งก็อาจช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น แต่คงต้องแล้วแต่การวินิจฉัยของแพทย์นะคะ อย่าเสี่ยงลุกขึ้นไปวิ่งเอง ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าคุณเป็นโรคหัวใจอยู่รึเปล่า

ออกกำลังกาย

 

อันตรายอย่างที่สอง ก็คือ ความร้อน ทำให้เกิดอันตรายได้ 2 แบบด้วยกันคือ

แบบแรก เกิดจากอุณภูมิในร่างกายสูงเกินไป อาจสูงถึง 43 องศา กรณีนี้มักเกิดจากการแต่งกายที่ไม่เหมาะสมสำหรับการ ออกกำลังกาย เช่น การใส่เสื้อวอร์มแขนยาว กางเกงขายาว สีเข้มๆ แล้วออกกำลังกายกลางแจ้ง (อาจเข้าใจผิดว่าทำให้ช่วยลดน้ำหนักได้มากขึ้น ความจริงน้ำหนักที่ลดลงนั้น ก็คือน้ำในร่างกายที่ถูกขับออกมาในรูปของเหงื่อ เพราะร่างกายพยายามระบายความร้อนออกไปให้มากที่สุด) เนื่องจากในขณะ ออกกำลังกาย ความร้อนในร่างกายจะสูงขึ้น  และถ้าร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้เนื่องเสื้อผ้าที่มิดชิด บวกกับความร้อนจากแสงอาทิตย์ อุณหภูมิร่างกายก็จะสูงขึ้นมาก จนกล้ามเนื้อ ตับ หัวใจ และสมองทำงานผิดปกติไปหมด เกิดอาการอ่อนเพลีย หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ มึนงงและหมดสติหรือชัก ผิวหนังจะแห้งแดงหรือร้อนจัด จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ถ้าแก้ไขไม่ทัน

การปฐมพยาบาลทำได้โดยรีบนำผู้ป่วยเข้าที่ร่มที่อากาศถ่ายเทดี ถอดเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมนั้นออก เช็ดตัวให้ทั่วด้วยน้ำหรือน้ำเย็นและบีบนวดตามตัว หากยังไม่หมดสติให้ดื่มน้ำเกลือแร่ด้วย และอย่าเพิ่งให้กลับออกสู่แดดเร็วเกินไป ถ้าหมดสติต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว และช่วยเช็ดตัวไปตลอดทาง ห้ามให้ดื่มหรือกินอะไรทั้งสิ้น

แบบที่ 2 อาการคล้ายคนจะเป็นลมทั่วไปคือ มึนศีรษะ หน้ามืด ชีพจรเบา เร็ว ผิวหนังเย็นและมีเหงื่อซึม เกิดจากเสียเกลือและเหงื่อมากเกินไปเนื่องจากอากาศร้อนแล้วดื่มน้ำไม่เพียงพอ

วิธีปฐมพยาบาลคือ นำผู้ป่วยเข้าสู่ที่ร่มทันที ให้นอนราบกับพื้นและหาสิ่งของมาหนุนขาทั้งสองข้างให้สูง บีบหนวดตามแขน ขา และให้ดื่มน้ำเกลือแร่ ถ้าอาการดูหนักมากต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล เพื่อให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดโดยด่วน

อันตรายอย่างที่สาม ได้แก่ อันตรายที่จะเกิดกับร่างกาย กล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ โดยเกิดได้ทั้งจากอุบัติเหตุขณะ ออกกำลังกาย  จากการใช้งานกล้ามเนื้อที่หนักและไม่ถูกวิธี หรือจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การไม่ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ให้เพียงพอก่อน ออกกำลังกาย จึงเกิดการบาดเจ็บขึ้น ในกรณีนี้ก็ป้องกันได้ง่ายมาก เพียงเสียเวลาสัก 10-15 นาที ทำการยืดเส้นยืดสายให้กับกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น โดยอาจเน้นไปที่ข้อต่อและกล้ามเนื้อที่คุณเห็นว่าน่าจะใช้งานมากเป็นพิเศษ ตามชนิดกีฬาที่กำลังจะเล่น แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะยืดเหยียดกล้ามเนื้อทั้งตัว เพื่อช่วยเพิ่มอุณภูมิในร่างกายเป็นการกระตุ้นระบบหัวใจและไหลเวียนเลือดโดยรวม ให้ร่างกายพร้อมที่ทำงานมากขึ้นกว่าปกติ

ยกเวท

นอกจากนี้การเล่นกีฬาหนักๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อได้ อาการเหนื่อยและเมื่อยล้ามากๆ เป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่ง (ในกรณีนี้ยกเว้นสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนเพื่อเป็นนักกีฬาอาชีพนะคะ) คุณไม่ควรฝืนตัวเองเกินไป เพราะนี่แสดงให้เห็นว่ากล้ามเนื้อของคุณไม่พร้อมสำหรับงานที่หนักมากๆ กล้ามเนื้ออาจเกิดการระบม อักเสบ จนถึงขั้นทำให้คุณตัวร้อนและไม่สบายได้ เนื่องจากการที่กล้ามเนื้อทำงานมากเกินไปมีผลให้เซลล์กล้ามเนื้อได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง มีกรดแลคติกคั่งค้าง โดยกรดแลคติกนี้หากปล่อยให้สะสมในปริมาณมากก็จะทำร้ายเซลล์ ทำให้รู้สึกเจ็บและปวดเมื่อย กล้ามเนื้อมีปฏิกิริยาที่เชื่องช้าลง และหากยังไม่พักกล้ามเนื้อนั้นอาจทำให้เกิดตะคริวตามมา

อาการที่มีกรดแลคติกคั่งค้างมากเกินไปสังเกตได้ง่ายๆ คือ หลังจาก ออกกำลังกาย คุณกดกล้ามเนื้อบริเวณที่รู้สึกปวดเมื่อย หรือบริเวณที่ใช้งานหนักๆ แล้วรู้สึกเจ็บ หรือมีอาการปวดตามข้อ เช่นนี้แล้วควรพักอย่างน้อย 2-3 วันเพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักผ่อนก่อน อย่าออกกำลังกายซ้ำทันที และไม่ควรทิ้งให้นานกว่านั้น เพื่อให้กล้ามเนื้อได้รับการกระตุ้นอย่างต่อเนื่องและชินกับการ ออกกำลังกาย การยืดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลัง ออกกำลังกาย ทันที จะช่วยลดการคั่งของกรดแลคติกได้ การบีบ นวดที่กล้ามเนื้อก็ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น เป็นการเร่งระบายและสลายกรดแลคติกได้อีกทางหนึ่ง

การศึกษารายละเอียดของชนิดกีฬาหรือชนิดของการ ออกกำลังกาย นั้นๆก่อน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่จะใช้ ออกกำลังกาย ที่ต้องมีความพร้อมและความปลอดภัยเพียงพอ เช่น สระว่ายน้ำ ถ้าคุณหรือบุตรหลานยังว่ายน้ำไม่เก่ง สระว่ายน้ำที่เลือกใช้บริการก็ควรมีเจ้าหน้าที่หรือ life guard ที่เพียงพอ และน่าเชื่อถือได้ คอยสอดส่องอยู่บริเวณรอบสระน้ำตลอดเวลา รวมถึงสภาพของน้ำในสระ ที่ไม่เพียงต้องมีความสะอาดเพียงพอ ปริมาณคอรีนที่ใช้ในสระก็มีความสำคัญ เพราะถ้าใช้ปริมาณมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อผิวหนัง หรือเนื้อเยื่อที่บอบบางอย่างเยื่อบุนัยน์ตา เป็นต้น

ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสาร Health&Cuisine เมษายน, Issue 63