เลือกอาหารเพื่อต้าน มะเร็ง

หน้าแรก / วิธีรักษาสุขภาพ / เลือกอาหารเพื่อต้าน มะเร็ง

“เรื่องกินเรื่องใหญ่” วลีนี้ดูจะเป็นอมตะจริงๆ ในหมู่นักชิมและนักกิน ที่จะชอบเสาะแสวงหาของกินอร่อยๆ กันเป็นประจำเพื่อตอบสนองความต้องการของปากและท้อง แม้ร้านอาหารนั้นจะอยู่ไกลแสนไกลก็พยายามไปให้ถึง แต่จะมีสักกี่คนที่คิดว่าอาหารแสนอร่อยที่กินนั้นเกิดประโยชน์อะไรแก่ร่างกายบ้าง หรือคิดเลือกสรรหาอาหารที่มีประโยชน์มากินเพื่อให้ร่างกายสามารถต้านทานการ เกิดโรค เพราะอาหารก็นับเป็นหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเช่นกัน

173771158

สำหรับ มะเร็ง เป็นโรคที่เกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย และกลายเป็นโรคที่หลายคนกลัว ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรค มะเร็ง มีหลายอย่าง ซึ่งอาหารก็เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่ง แต่สามารถป้องกันได้ หลายคนมักจะไม่ได้นึกถึงหรือให้ความสำคัญจึงขาดความระมัดระวังในการกิน ต่อเมื่อเกิดโรคแล้วจึงมาคิดว่าจะกินอะไรดีที่ช่วยให้โรคนั้นทุเลาลงได้

ลองพิจารณาถึงผลของอาหารที่ก่อให้เกิดโรคและอาหารที่ช่วยยับยั้งหรือป้องกัน การเกิดโรค แล้วเริ่มนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันดูว่ามีอะไรบ้าง

อาหารก่อโรค มะเร็ง

  • อาหารประเภทเนื้อสัตว์ เป็นอาหารที่ทำให้เกิดโรค มะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำให้สุกด้วยการปิ้ง- ย่างจนไหม้เกรียม เพราะจะมีสารพิษที่เรียกว่า พี.เอ.เอช. อยู่ แม้จะกินในปริมาณไม่มากนักก็ยังเกิดการสะสมในร่างกาย และถ้ากินร่วมกับแอลกอฮอล์ด้วย การสะสมของสาร พี.เอ.เอช. ก็จะอยู่ได้นานกว่าปกติ ทำให้มีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับได้สูง บางท้องถิ่นนิยมกินเนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ ซึ่งมีพยาธิ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับได้
  • ถั่วต่างๆ และอาหารที่ขึ้นรา ในถั่วลิสงมักพบว่ามีเชื้อราอัลฟาทอกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะถั่วลิสงคั่วที่นิยมใช้ปรุงรสก๋วยเตี๋ยว ถ้ากินเป็นประจำโดยไม่พิจารณาเลือกให้ดี อาจได้รับเชื้อราเข้าไป ทำให้เกิดการสะสมและเกิดโรคได้
  • อาหารแปรรูป อาหารที่ผ่านการถนอมด้วยสารเคมี  เช่น อาหารดองเค็ม อาหารที่ถนอมด้วยเกลือไนเตรทไนไตรท์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าดินประสิว ถ้าใส่มากเกินไปหรือกินบ่อยจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหลอดอาหารและกระเพาะ อาหารได้
  • อาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมี ยาฆ่าแมลง ไม่ได้ล้างทำความสะอาดก่อนกิน หรือการกินอาหารซ้ำบ่อยๆ อาจทำให้ได้รับสารพิษและสะสมจนทำให้เกิดโรคได้

อาหารที่ช่วยยับยั้งการเกิดโรค มะเร็ง

  • อาหารที่กินมีทั้งพืชผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ แต่ละชนิดให้สารอาหารแตกต่างกัน ให้โทษและประโยชน์แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ประโยชน์จึงควรเรียนรู้ถึงชนิดและสารอาหารที่ช่วยป้องกันการเกิด มะเร็ง
  • ธัญพืช ข้าว เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี อาหารจากธัญพืชเหล่านี้มีใยอาหารสูงกว่าข้าวที่ขัดสีแล้ว และใยอาหารไม่สามารถย่อยได้จึงถูกขับออกนอกร่างกาย นอกจากนี้ก่อนขับถ่ายออกมาอาจจะถูกแบคทีเรียในลำไส้เปลี่ยนเป็นกรดบิวทิริก ซึ่งมีฤทธิ์ต้าน มะเร็ง
  • พืชผักและผลไม้ เป็นอาหารที่อุดมด้วยใยอาหารซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยได้ เช่นเดียวกับใยอาหารที่ได้จากธัญพืช ใยอาหารที่ไม่ถูกย่อยเหล่านั้นจะเพิ่มปริมาณและน้ำหนักของอุจจาระ ทำให้มีการขับถ่ายบ่อยขึ้น ขณะเดียวกันจะขัดขวางการดูดซึมสารพิษหรือสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งและขับ ออกนอกร่างกาย ใยอาหารจึงมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ นอกจากใยอาหาร ผักและผลไม้แล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านมะเร็ง โดยเฉพาะผักที่มีสีเข้มหรือสีเหลือง สีส้ม เช่น ผักโขม แครอต มะเขือเทศ บรอกโคลี ผักที่มีสีเข้มมากจะมีสารไฟโตเคมีคอล (Phytochemical) มากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นสารให้สีของพืช เรียกว่า ไบโอฟลาโวนอยด์และแคโรทีนอยด์ (Bioflavonoid & Carotenoids) ซึ่งมีหลายร้อยชนิด และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง หรือทำลายเซลล์มะเร็ง อีกทั้งช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายด้วย
  • เบตา-แคโรทีน เป็นแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย มีหน้าที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเซลล์ในการแบ่งตัว และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย จึงช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งได้ พบมากในผักและผลไม้ที่มีสีเขียว สีส้ม เช่น ฟักทอง มะเขือเทศ มะละกอสุก แครอต ผักโขม บรอกโคลี ผักบุ้ง การได้รับวิตามินเอมากหรือน้อยจึงมีผลต่อการเกิดโรคได้

168344851

  • วิตามินซี พบว่าเป็นตัวช่วยยับยั้งการเกิดไนโตรซามีนจากการเปลี่ยนแปลงไนเตรท ไนไตรท์ และอามีนในร่างกาย ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในกระเพาะอาหาร
  • ชะเอม มีการนำมาใช้เพื่อรักษาอาการป่วย เช่น ไอ ท้องผูก มาเป็นเวลานาน แต่ยังไม่เคยมีการศึกษาเกี่ยวกับการยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Vanderbilt ประเทศอเมริกา ได้นำชะเอมมาศึกษาและพบว่า Glycyrrhizic Acid ซึ่งเป็นสารให้รสหวานของชะเอมสามารถยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิด โรคมะเร็งลำไส้ได้ โดยเอนไซม์นี้ทำงานที่ไตและลำไส้ และไม่เกิดผลข้างเคียงเมื่อนำชะเอมมาใช้ในการรักษา แต่อาจจะมีการขาดโพแทสเซียมและความดันโลหิตสูงบ้าง
  • ผักประเภทกะหล่ำ เช่น บรอกโคลี กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก แขนงกะหล่ำ พืชเหล่านี้มีสารอินโดล (Indole) ฟีนอล (Phenol) วิตามินซี วิตามินเอ มีการทดลองที่มหาวิทยาลัยจอห์นฮอบกินส์ ในอเมริกา โดยให้สัตว์ได้รับอัลฟลาทอกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง และให้กินอาหารที่ประกอบด้วยผักประเภทกะหล่ำ พบว่าสามารถลดการเกิดโรคมะเร็งในสัตว์ทดลองได้ถึงร้อยละ 90
  • ถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วแดง พบว่ามีสารโปตีเอสอินฮิบิเตอร์สูง ซึ่งสารนี้จะยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง นอกจากนี้สถาบันมะเร็งนานาชาติยังพบว่าอาหารประเภทถั่วมีสารไอโซฟลาโวน (Isoflavonr) และไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี ทั้งยังลดผลข้างเคียงของการใช้ยาและรังสีเพื่อการรักษามะเร็ง และเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้เป็นเซลล์ปกติได้
  • เครื่องเทศ อาหารไทยมีเครื่องเทศหลายชนิด แต่ละชนิดมีสารไฟโตเคมีคอลแตกต่างกัน หอมแดง กระเทียม พริกไทย พริก ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ขมิ้น อบเชย มีไบโอฟลาโวนอยด์หลายชนิด เช่น คอเคอร์ซิทิน อัลลิซิน เอสอัลลิลซิสทีอิน ซีลีเนียม ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง อาหารไทยจึงเป็นอาหารช่วยต้านการเกิดโรคมะเร็งและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของ ร่างกายได้
  • ชาเขียว มีสารคาเทชินและไฟโตเคมีคอล ซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่นและจีน พบว่าชาเขียวสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งและเปลี่ยนเซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ปกติได้

ขอบคุณที่มาจาก :  e-magazine.info

ขออนุญาตใช้เนื้อหา