แก้ รูมาทอยด์ แบบง่ายๆสูตรชีวจิต

หน้าแรก / วิธีรักษาสุขภาพ / แก้ รูมาทอยด์ แบบง่ายๆสูตรชีวจิต

รูมาทอยด์ เป็นโรคข้อต่ออักเสบที่ร้ายแรงที่สุดและเป็นโรคที่ทำลายผู้ป่วยทั้งกายและใจ ความน่ากลัวและความรุนแรงของ รูมาทอยด์ อยู่ที่ระยะสุดท้าย คือเกิดอาการบิดเบี้ยวของข้อต่อ โดยเฉพาะนิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อมือ หัวเข่า นอกจากจะเกิดอาการบิดเบี้ยวแล้ว ยังทำให้เกิดอาการปวดขัดยอก จนข้อต่อต่างๆเหล่านั้น เคลื่อนไหวไม่ได้ เจ็บปวดจนพิการไปเลยก็มี นั่นคืออาการขั้นสุดท้ายของรูมาทอยด์ ซึ่งมักจะแก้ไขไม่ได้

Mthai4

โดยเหตุที่มีการยอมรับกันทั่วไปว่ารูมาทอยด์ นั้นเป็นโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบกพร่อง เพราะ ฉะนั้น วิธีแก้ไขหรือป้องกันขั้นแรกจึงขอมุ่งไปที่ปรับปรุงภูมิชีวิต หรือ IMMUNE SYSTEM ให้สมบูรณ์หรือแข็งแรงขึ้นเสียก่อน ความสำคัญพื้นฐานของการเพิ่มภูมิชีวิตนั้น ขอเริ่มด้วยเรื่องอาหารก่อน

มีการศึกษาและทดลองจากกลุ่มการแพทย์ หลายกลุ่มในประเด็นว่า “อาหารที่เป็นต้นเหตุทำให้ รูมาทอยด์ หรือข้อต่ออักเสบมีอาการรุนแรงขึ้นนั้นมีหรือไม่” ก่อนมีการสำรวจว่า อาหารนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคข้อต่ออักเสบ และเมื่อทำการวิจัยและทดลองกับกลุ่มทดลองต่างๆแล้ว จะมีความเห็นแตกต่างกันบ้างคือ อาหารแต่ละชนิดบางตัวเกี่ยวข้องโดยตรง บางตัวเป็นที่ถกเถียงตกลงกันไม่ได้ แต่ที่แน่นอนและทุกกลุ่มมีความเห็นเหมือนกันหมดคือ “สารอาหารประเภทโปรตีนนั้นเกี่ยวข้องกับโรคข้อต่ออักเสบแน่” และเมื่อได้ศึกษาต่อไปก็มาลงเอยได้ว่า สารอาหารหรือ  NUTRIENTS  ที่เกี่ยวกับโรคข้อต่ออักเสบซึ่งคือโปรตีนนั้น คือ โปรตีนชนิดที่มีไขมันอิ่มตัว (SATURATED FAT) ไขมันอิ่มตัวนั้นมีในเนื้อสัตว์เป็นส่วนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อวัว หมู ไก่ แล้วเนื้อสัตว์อื่นๆที่ไม่มีไขมันอิ่มตัวนั้นมีไหม คำตอบคือ มี คือปลา ซึ่งมีไขมันชนิดที่เรียกว่า POLYUNSATURA–TED FAT

อาหารที่จะช่วยป้องกันและบรรเทาโรคข้อต่ออักเสบ ซึ่งรวมทั้งรูมาทอยด์ด้วยนั้น  แนะนำให้กินปลาทะเลแทนเนื้อสัตว์อื่นๆ แต่ในสูตรอาหารของชีวจิตที่เกี่ยวกับโปรตีนนั้น เราจะแนะนำให้กินโปรตีนจากพืชครึ่งหนึ่งและโปรตีนจากปลาครึ่งหนึ่ง โปรตีนจากพืชคือ ถั่วต่างๆ ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว และผลิตผลจากถั่ว เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร วุ้นเส้นถั่วเขียวแท้ๆ ปลาทะเล อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง รวมปลาและถั่วแล้ว ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ ของอาหารหนึ่งมื้อ แป้งหรือคาร์โบไฮเดรต ขอให้เป็นแป้งไม่ขัดขาว ฉะนั้น จึงแนะนำให้เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ หรือข้าวแดง ปริมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ของอาหารหนึ่งมื้อและเรายังแนะนำให้กินอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆมากๆ คือ ผัก ผลไม้ไม่หวาน สาหร่ายทะเล เมล็ดพืชกินเล่น (เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน) ประเภทวิตามินและเบ็ดเตล็ดนี้รวมกันแล้วอีก 35 เปอร์เซ็นต์ ของอาหารหนึ่งมื้อ ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่มีอาการข้อต่ออักเสบ บางคนจะแพ้พืชประเภทที่เรียกกันว่าไนท์ เชด (NIGHT SHADE)

พืชพวกนี้มีสารที่เรียกว่า โซลานัม (SOLANUM) เป็นอาหารแสลง ทำให้ข้อต่อบวมและอักเสบได้ง่าย วิธีสังเกตพืชพวกนี้คือ ผลมีขน และขั้วผลเป็นกลีบ และจะมีขนสั้นๆ ได้แก่ มะเขือเทศ มะเขือยาว มะเขือจิ้มน้ำพริก แตงกวา แตงโม ผลไม้ลูกเล็กแบบเบอร์รี่ เหล่านี้ เป็นต้น ถ้าแพ้สารโซลานัม (มีอาการปวดบวม) ให้งดพืชและลูกของพืชเหล่านี้

ในขณะเดียวกัน เมื่อเริ่มมีการอักเสบที่ข้อต่อทำให้มีการปวดและอักเสบ มียาแก้ปวดมากมายซึ่งไม่อยากจะแนะนำ แต่ที่ประหลาดใจมากคือ แพทย์แทบทุกคนจะแนะนำยาเก่าโบราณ คือ แอสไพริน 1 เม็ด 3 มื้อ ขอแนะนำแอสไพรินเช่นกัน แต่ให้เลือกระหว่างแอสไพริน กับไอบูโปรเฟน เม็ดละ 200 มิลลิกรัม 2 มื้อ เช้าเย็นก็ได้ เลือกเอาอย่างเดียวนะครับ อย่ากินทั้ง 2 อย่างพร้อมกันเป็นอันขาด

และขอแถมวิตามินเอ (10,000 IU.) 1 เม็ด 2 มื้อ เช้า เย็น

วิตามินซี (1,000 มิลลิกรัม) 1 เม็ด 2 มื้อ

วิตามินดี (1,000 IU.) 1 เม็ด หนึ่งมื้อเช้า

วิตามิน ไนอาซิน (500 มิลลิกรัม) 1 เม็ด มื้อเช้า

นอกไปจากนั้น ถ้ามีอักเสบบวมที่ข้อเมื่อหายปวด หายบวมแล้ว ขอแนะนำให้นวด ใช้นิ้วนวดและกดให้เลือดหมุนเวียน อย่าปล่อยให้ข้ออักเสบอยู่เฉยๆ เพราะข้อจะยึดแก้ไขลำบาก

ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 351

ขออนุญาตใช้เนื้อหา