อันตรายจาก ไฟฟ้า หน้าฝน! ป้องกันได้

หน้าแรก / วิธีรักษาสุขภาพ / อันตรายจาก ไฟฟ้า หน้าฝน! ป้องกันได้

วงนี้ฝนตกค่อนข้างมากและตกตลอด และมักจะมีปัญหาเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับหน้าฝน ตั้งแต่เรื่องของ สุขภาพ อุบัติเหตุจากการเดินทาง หรือจากสัตว์ที่มีพิษ และโดยเฉพาะเรื่องใกล้ตัว  นั่นคือ ไฟฟ้า อย่างที่ทราบกันดีว่า ไฟฟ้ามีทั้งคุณและโทษ  แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหลายเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้น  นำมาซึ่งความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ไม่อยากให้เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นอีก  อ่านบรรทัดถัดไปพร้อมๆ กันเลยครับ

man_in_rain

“สื่อ” หรือ “ฉนวน” คืออะไร

สื่อนำไฟฟ้า คือ สิ่งที่เป็นทางเดินของ ไฟฟ้า เช่น เส้นลวด สายไฟ วัสดุที่เป็นโลหะ รวมไปถึงผิวหนังของคนเรา  เพราะในภาวะที่เปียกชื้นถือเป็นสื่อนำไฟฟ้าได้ดีทีเดียว รู้จักสื่อกันแล้วก็ควรรู้จักฉนวนไฟฟ้าด้วย  ฉนวนไฟฟ้า คือ วัสดุ วัตถุ สิ่งของที่ไฟฟ้าไม่สามารถไหลผ่านได้ มักจะเป็นวัสดุแห้ง เช่น แผ่นยาง แผ่นไม้ พลาสติก  ผ้า  ฯลฯ

อุบัติเหตุใดเกิดอันตรายได้

อุบัติเหตุที่เกิดจาก ไฟฟ้า ที่พบบ่อยเกิดจากอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีไฟรั่วและบริเวณนั้นมีน้ำท่วมชื้น ก็จะมีการลัดวงจรไฟฟ้าเกิดขึ้น นอกจากนี้อาจเกิดจาก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่รุนแรงที่สุด การถูกฟ้าผ่า กระแสไฟฟ้าจะทำอันตรายต่อการทำงานของหัวใจและสมอง  ทำให้คลื่นหัวใจเต้นผิดปกติเกิดหัวใจวายเฉียบพลันได้    ซึ่งเราพบไม่บ่อยนักในกรณีนี้เมื่อเทียบกับผู้ถูกไฟฟ้าดูด  ไฟฟ้าช็อต  แม้อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านจะมีกระแสไฟฟ้า  220  โวลต์   ซึ่งถือเป็นไฟฟ้าแรงต่ำ  แต่ถ้าผู้นั้นถูกไฟฟ้าดูดหรือช็อตเป็นเวลานาน  อาจทำให้เสียชีวิตได้ หรือขาดเลือดรุนแรงจนถึงกับสูญเสียอวัยวะหรือกลายเป็นผู้พิการในที่สุด

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

1. ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากบริเวณที่ถูกไฟดูด ไฟช๊อตให้เร็วที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องป้องกันอันตรายไฟฟ้าดูดจากผู้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือด้วย ซึ่งบ่อยครั้งพบว่าผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือกลับไม่ได้ระวังตรงจุดนี้จนถูกกระแสไฟฟ้าดูดเสียชีวิตไปด้วย
เมื่อพบแหล่งไฟฟ้ารั่ว ควรพยายามหาทางตัดวงจรไฟฟ้าเสียก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มักลืมตัดไฟฟ้าที่ลัดวงจร  หรือผู้ที่ถูกไฟฟ้าแรงสูงดูด และมีสายไฟพาดผ่านตัว   ต้องหาวัสดุที่เป็นฉนวนไม่นำกระแสไฟฟ้า  เช่น  ไม้เขี่ย  หรือผ้า  เพื่อนำสายไฟนั้นให้พ้นจากตัวผู้ป่วยก่อนที่จะเข้าไปช่วยเหลือ  ไม่ควรใช้มือเปล่า หรือส่วนของร่างกายที่ไม่มีฉนวนหุ้มถูกต้องกับตัวผู้ป่วยหรือสายไฟ
นอกจากนี้ต้องพยายามตรวจดูให้ละเอียดว่าบาดแผลซึ่งเกิดร่วมกับผู้ป่วยที่ถูกไฟฟ้าดูด   เช่น อาจพลัดตกจากที่สูง  มีบาดเจ็บที่ศีรษะ หรือกระดูกส่วนต่าง ๆ หักหรือไม่ อย่าง กระดูกคอ กระดูกแขนขา หรือกระดูกสันหลัง เพราะหากไม่ระมัดระวังในจุดนี้และทำไม่ถูกต้องในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุ อาจทำให้เกิดความพิการอัมพาตตามมาได้

2. ตรวจดูว่าหัวใจยังเต้นอยู่หรือไม่  เพราะกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ไหลผ่านหัวใจ อาจทำให้คลื่นหัวใจหยุดเต้นได้  โดยใช้นิ้วมือคลำดูจากการเต้นของชีพจรบริเวณคอ ถ้าหัวใจหยุดเต้น ต้องทำการนวดหัวใจไปพร้อม ๆ กับการผายปอด

3. หลังจากช่วยเหลือผู้ป่วยออกมาได้แล้วให้รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ข้อห้ามที่ไม่ควรทำเมื่อช่วยเหลือ

  1. ห้ามเข้าไปช่วยผู้ถูกไฟฟ้าช๊อต จนกว่าจะแน่ใจได้ว่าผู้บาดเจ็บมิได้สัมผัสกับสายไฟฟ้าหรือตัวนำไฟฟ้าใด ๆ  ถ้าจำเป็น  ต้องหาวัสดุที่เป็นฉนวนไม่นำกระแสไฟฟ้า  เช่น  ไม้เขี่ย หรือผ้ามาเขี่ยสายไฟออกจากผู้บาดเจ็บก่อน
  2. ถ้าผิวหนังผู้ที่จะช่วยนั้นเปียกชื้น  ห้ามเข้าไปช่วยเพราะอาจเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าและถูกไฟฟ้าดูดได้
  3. ถ้าไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยหรือไม่ในการเข้าไปช่วยเหลือ  เนื่องจากไม่มีความรู้ในการตัดกระแสวงจรไฟฟ้าหรือวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง   ให้รีบตามคนมาช่วย

ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูด

  1. หมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์และสายไฟ  และควรซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด
  2. บริเวณที่วางสายไฟ ไม่ควรให้สิ่งของที่หนักไปทับ และวางให้พ้นทางเดิน
  3. เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ควรจะเปียกน้ำ
  4. ห้ามซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเองโดยที่ไม่มีความรู้
  5. ไม่ควรใช้ไฟฟ้าหลายอย่างกับปลั๊กไฟตัวเดียว
  6. ต่อสายดินเพื่อจะให้ไฟลงดิน
  7. และควรติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้าน เพื่อความปลอดภัยและเป็นการป้องกันที่ดี

อันตรายจากไฟฟ้า  ป้องกันได้  และเมื่อเกิดเหตุร้ายจากไฟฟ้ากับคุณหรือคนใกล้เคียง  พยายามตั้งสติและปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น  อย่าลืมนะครับ “อันตรายจากไฟฟ้า ป้องกันได้ถ้าไม่ประมาท”

ขอบคุณที่มาจาก : รศ.นพ.พรพรหม  เมืองแมน
ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ขออนุญาตใช้เนื้อหา