เดินทางอย่างไรให้ปลอด โรค

หน้าแรก / วิธีรักษาสุขภาพ / เดินทางอย่างไรให้ปลอด โรค

เวลาเดินทางเรามักวุ่นวายกับการเตรียมเสื้อผ้า หน้า ผม ให้ดูดีเสมอ แต่เรื่องสุขภาพที่ต้องดูแลให้สมบูรณ์ทั้งก่อนและหลังเดินทางกลับไม่ค่อยมีใครนึกถึง มาดูกันดีกว่าว่าสิ่งที่คุณควรใส่ใจทุกครั้งที่ต้องเดินทางมีอะไรบ้าง

traveller

  • นักเดินทาง พร้อมสำหรับการเดินทางมากน้อยแค่ไหน ตั้งแต่ เพศ อายุ โรคประจำตัว ความเสี่ยง จิตใจอยู่ในภาวะพร้อมเดินทางหรือไม่ อยากไปหรือเปล่า มีความวิตกกังวลต่อการเดินทาง
  • สถานที่ เป็นแบบใด มีความเสี่ยง มี โรค ระบาดหรือไม่ สาธารณูปโภคและสถานพยาบาลเป็นอย่างไร
  • วัตถุประสงค์ในการเดินทาง กิจกรรมที่แตกต่างกัน  ทำให้ “ความเสี่ยง” ต่อการเจ็บป่วยของแต่ละคนแตกต่างกัน

จัดกระเป๋าเพื่อสุขภาพ

ในการเดินทางแต่ละครั้งคุณควรมียารักษา โรค ประจำตัวและยาสามัญประจำบ้านติดตัวไป เวลาจัดยาให้เขียนชื่อยาและนำซองยาไปด้วย เพราะอาจมีบรรจุภัณฑ์ต่างกัน, รู้ว่ายาที่นำไปเก็บอย่างไร เพราะหากไปประเทศที่มีอุณหภูมิต่างกับประเทศไทยมากๆ อาจทำให้ยาเสื่อมประสิทธิภาพได้ เตรียมยาไปให้เพียงพอ หากเป็นยารักษา โรค ประจำตัว ควรมีใบรับรองแพทย์ เพราะอาจถูกตรวจที่สนามบิน และมีที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์แพทย์ประจำตัวเผื่อไว้ยามฉุกเฉิน

โรค ที่ต้องระวังระหว่างเดินทาง

มาลาเรีย (malaria)

  • สาเหตุ – มียุงก้นปล่องเป็นพาหะ
  • อาการ – ส่วนใหญ่แสดงอาการ หลังได้รับเชื้อไปแล้ว 1 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน มีอาการเป็นไข้ ตัวร้อน หนาวสั่น เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว ในรายที่รุนแรงจะมีอาการซีด ตัวเหลือง ซึม ไตวาย และอาจเสียชีวิตได้
  • วิธีป้องกัน
    • เมื่อเดินทางเข้าป่าหลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงกัด ใส่เสื้อผ้าปกปิดมิดชิด ใช้เสื้อผ้าสีอ่อน ทายากันยุง และนอนในมุ้งฃ
    • ถ้ามีไข้หลังจากเข้าป่า  ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อมาลาเรียเสมอ
    • ในประเทศไทยไม่แนะนำให้ใช้ยาป้องกันมาลาเรียก่อนเข้าป่า
    • ถ้าต้องเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เขตแอฟริกา  ปาปัวนิกินี ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • สถานที่ – ประเทศเขตร้อน ทวีปแอฟริกา อเมริกากลาง – ใต้ ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิค

ไข้เหลือง (yellow fever)

  • สาเหตุ – มียุงเป็นพาหะ
  • อาการ – ระยะฟักตัว 3-6 วัน อาการแบ่งเป็น 2 ระยะ ช่วงแรกจะมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดศีรษะ หนาวสั่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน จากนั้นอาการจะดีขึ้นชั่วคราว และอาจเข้าสู่ระยะที่ 2 ภายใน 24 ชั่วโมง เริ่มตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดท้อง อาเจียนและถ่ายเป็นเลือด ไตวาย และอาจเสียชีวิตภายใน 10 -14 วัน
  • อาการเฝ้าระวัง : มีไข้ฉับพลัน  ตัวเหลืองภายใน 2 สัปดาห์  ร่วมกับเลือดออก อาจเสียชีวิตใน 3 สัปดาห์
  • วิธีป้องกัน
    • ฉีดวัคซีนป้องกันก่อนเดินทางไปต่างประเทศกลุ่มเสี่ยง
    • ป้องกันไม่ให้ยุงกัด ใส่เสื้อผ้ามิดชิด
  • สถานที่ – ประเทศเขตร้อน ทวีปแอฟริกา อเมริกาใต้

ไวรัสตับอักเสบชนิดเอ (hepatitis A)

  • สาเหตุ – การกินอาหาร  เช่น ผักสด ผลไม้ น้ำดื่มที่มีเชื้อ
  • อาการ – ระยะฟักตัว 2-6  สัปดาห์ ทำให้ตับอักเสบเฉียบพลัน มีอาการนำ เช่น อ่อนเพลีย มีไข้ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว บางคนมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปวดชายโครงขวา ท้องเสีย ปัสสาวะเหลืองเข้มผิดปกติ และอาจมีอาการตัวเหลืองหลังจากมีอาการนำ 3-10 วัน
  • วิธีป้องกัน – ไม่ควรกินอาหารที่ไม่มั่นใจ ระวังการกินเนื้อหรือปลาดิบ ผักสด น้ำ และนมที่ไม่สะอาด
  • สถานที่ – ทั่วไป

ท้องร่วง/ท้องเสีย

  • สาเหตุ – อาหารที่มีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อน หรือเชื้อโรคอื่นๆ
  • อาการ – มีอาการอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย ถ่ายท้อง คลื่นไส้ อาเจียน
  • วิธีป้องกัน – ไม่กินผักสด หรือผลไม้ที่ไม่มั่นใจในความสะอาด อาหารสุกๆ ดิบๆ อาหารเย็นชืด มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุก
  • สถานที่ – ทั่วไป

อาการพลัดเวลา (jet lag)

  • สาเหตุ – การเดินทางโดยเครื่องบินข้ามทวีป
  • อาการ – ร่างกายไม่สามารถปรับตัวเข้ากับช่วงกลางวัน กลางคืนของประเทศที่เดินทางไปได้ มีปัญหาเรื่องการกิน การนอนและตื่นนอน ทำให้อ่อนเพลีย หงุดหงิดและไม่มีสมาธิ
  • วิธีป้องกัน
    • ปรับนาฬิกาให้ตรงกับเวลาท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความคุ้นชิน
    • ดื่มน้ำมากๆ เมื่ออยู่บนเครื่องเพื่อลดการสูญเสียน้ำ
    • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • เมื่อเดินทางถึงควรปรับตัวให้เข้ากับเวลาใหม่ กิน นอนตามเวลาใหม่ และพักผ่อนมากๆ
  • สถานที่ – อาจเกิดขึ้นกับผู้เดินทางโดยเครื่องบินข้ามทวีป ข้ามเขตแบ่งเวลา (time zone) ของโลก เช่น การเดินทางจากประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

เมาที่สูง (high altitude sickness)

  • สาเหตุ – ร่างกายปรับตัวไม่ทันกับสภาพอากาศที่มีออกซิเจนน้อย เมื่อขึ้นที่สูงอย่างรวดเร็ว
  • อาการ – วิงเวียน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หายใจไม่ทัน สมองล้าและงุนงง
  • วิธีป้องกัน
    • ถ้าเริ่มมีอาการไม่ควรฝืนขึ้นที่สูงต่อไป
    • พัก 2-3  วันให้ร่างกายปรับตัวกับสภาพอากาศเบาบาง
    • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
    • กินอาหารที่มีธาตุเหล็กมากๆ เพราะธาตุเหล็กจะช่วยนำออกซิเจนไปยังเลือดดีขึ้น เช่นไข่ เนื้อสัตว์ ตับ ผักใบเขียว
  • สถานที่ – สถานที่สูง 2,500 เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป

กินอย่างปลอดภัย

ก่อนตัดสินใจกินอาหารแต่ละครั้งควรหลีกเลี่ยง

  • อาหารทะเล นอกจากเป็นอาหารในโรงแรมหรือร้านที่เชื่อถือได้เรื่องความสะอาด
  • อาหารดิบและอาหารสุกๆดิบๆ เช่น หอยนางรมดิบ พล่า ยำ
  • ผลไม้สดทั้งเปลือก ผักสด นอกจากแน่ใจว่าล้างสะอาดดีแล้ว
  • อาหารปรุงไม่สุก หรืออาหารที่ตั้งทิ้งไว้นาน
  • อาหารมีแมลงวันตอม
  • อาหารหาบเร่แผงลอย น้ำหวานหรือเครื่องดื่มที่อาจใช้น้ำประปาเจือจาง ผลไม้ดอง
  • น้ำแข็ง เพราะอาจผลิตจากน้ำไม่สะอาด

เคล็ดลับก่อนกินง่ายๆ คือ “ปรุงสุก ปอกเปลือก หรือต้มแล้ว หากทำไม่ได้ก็อย่ากิน” (cook it, peel it, boil it or forget  it) เพราะการกินอาหารปรุงสุกและสะอาดทุกครั้งจะช่วยให้ปลอดภัยจากโรคต่างๆ ทั้งท้องเสีย อาหารเป็นพิษ จนถึงไวรัสตับอักเสบเอได้

นอกจากนี้ก่อนเดินทางไปต่างประเทศควรปรึกษาแพทย์และเช็คร่างกายล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน เพื่อตรวจความพร้อมของร่างกาย และฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดบางชนิด สิ่งที่ต้องบอกแพทย์ทุกครั้งคือ ประวัติสุขภาพ สถานที่ที่จะเดินทางไป วิธีเดินทาง กิจกรรมที่จะไปทำ เพื่อให้การเดินทางของคุณสนุก และปลอดภัยอย่างแท้จริง

ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสาร Health&Cuisine เมษายน, Issue 75